สุรศักดิ์ เฉ่ง การบินไทย ล้มเหลวจัดการปัญหากระเป๋าตกค้าง จวกผู้บริหารใกล้หมดวาระ ไม่ใส่ใจ ไล่ไปลาออก

สุรศักดิ์ อัดยับการบินไทย บริหารจัดการล้มเหลว ปัญหากระเป๋าตกค้าง หวั่นทุบภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย จวกผู้บริหารใกล้หมดวาระ ไม่ใส่ใจ ลั่นหากไร้ใจ ก็ควรพิจารณาตัวเองลาออกไป
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีปัญหาของการบินไทยในการบริหารกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างสะสมและเที่ยวบินล่าช้าอันเนื่องมาจากปัญหาน้ำท่วมว่า ตนได้เจอกับปัญหานี้ด้วยตัวเองเนื่องจากเพิ่งเดินทางโดยสายการบินไทยกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว แม้ต้นเหตุส่วนหนึ่งจะมาจากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม แต่สาเหตุหลักกลับมาจากความไม่พร้อมด้านการบริหารจัดการของการบินไทยเอง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า คาดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการที่สายการบินได้นำพนักงานของตนเองไปให้บริการแก่สายการบินอื่นที่รับจ้างทำ Ground Handling ไว้ก่อนเพื่อเลี่ยงการโดนปรับตามสัญญา ส่งผลให้เที่ยวบินของผู้โดยสารการบินไทยเองต้องประสบปัญหาล่าช้าหนักที่สุด ทั้งนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่าไม่มีปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ แต่เกิดจากความไม่พร้อมทางเทคนิคและการบริหารจัดการของสายการบินเอง
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้จากการรับฟังจากหน่วยงานอื่นๆที่เข้าไปช่วยเหลือได้สะท้อนปัญหาว่าการบินไทยขาดการทำงานเชิงรุก และไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาช่วยเหลือ แม้กระทั่งกำลังทหารจากกระทรวงกลาโหม ที่เข้ามาช่วยขนย้ายสัมภาระ ทางการบินไทยกลับไม่มีการดูแลจัดหาอาหารหรือที่พักรองรับ จนทหารต้องเดินทางกลับไปรับประทานอาหารที่หน่วยงานของตนเอง
"ทุกหน่วยงานพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองหรือได้รับความร่วมมือที่ดีจากการบินไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ผู้โดยสาร แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศ ผมคิดว่า ผู้บริหารการบินไทย จะต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ และหากคิดว่าใกล้จะหมดวาระแล้วไม่พร้อมแก้ปัญหา ก็ควรพิจารณาตนเองลาออกไป เพื่อให้ผู้ที่มีความตั้งใจเข้ามาบริหารจัดการแทน"
นายสุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แม้การบินไทยจะมีสถานะเป็นบริษัทเอกชน แต่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงควรเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังต่อไป
"ผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ หรือว่าคิดว่าจะหมดวาระแล้วไม่ทำอะไรเลย ผมว่าไม่ได้นะครับ ถ้าไม่อยากทำ ก็พิจารณาตัวเองเร็ว ๆ ครับ คนอื่นที่อยากทำจะได้มาช่วยทำให้ดี"รมว.ท่องเที่ยว กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

