บุ๋ม ปนัดดา วอนขอร้องผู้ประสบภัย เลิกด่าทออาสา ไพฑูรย์ ยกมือขอโทษประชาชน ยอมรับระบบราชการมีจุดอ่อน

ถกเดือด ‘โหนกระแส’ วิกฤตน้ำท่วมทั่วไทย อาสาเหนื่อยใจเจอด่า-คนไม่ยอมอพยพ สทนช. ยกต่างประเทศจ่อรื้อกฎหมาย พร้อมเอ่ยปากขอโทษประชาชน
30 กันยายน 2569 รายการโหนกระแส ออกอากาศประเด็นสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายจังหวัดทั่วประเทศ มวลน้ำทะลักเข้าท่วมชุมชนจนผู้ประสบภัยได้รับความเดือดร้อนหนัก แม้หน่วยงานกู้ภัย มูลนิธิ และจิตอาสาจะเร่งลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของและอพยพผู้คนอย่างต่อเนื่อง แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งเรื่องการบริหารจัดการและพฤติกรรมของผู้ประสบภัยบางกลุ่ม
ภายในรายการเป็นการพูดคุยร่วมกันระหว่าง คุณบุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี, อาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม จิตอาสาภาคประชาชน และ คุณไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

อาจารย์เบียร์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมบริเวณเคหะร่มเกล้าและคลองจั่นอย่างต่อเนื่องว่า ขณะนี้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือจากการแจกข้าวกล่องมาเป็นอาหารแห้ง เนื่องจากมีกระแสข่าวเรื่องมวลน้ำเหนือและระดับน้ำที่อาจผันผวน ทั้งนี้ ยังได้ชี้แจงถึงข้อจำกัดในการรับเรื่องขอความช่วยเหลือผ่านแชตว่า ในช่วงแรกได้พยายามลงพื้นที่ตามจุดที่แจ้งเข้ามาทั้งหมด แต่พบปัญหาเข้าไปแล้วไม่พบผู้แจ้งและติดต่อไม่ได้ ทำให้การทำงานล่าช้า จึงจำเป็นต้องยึดการทำงานตามแผนที่กำหนดไว้เป็นหลัก เว้นแต่จะเป็นเคสฉุกเฉินวิกฤติจริงๆ

ด้าน บุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า ทีมงานมูลนิธิองค์กรทำดีกระจายกำลังลงพื้นที่ทั่วประเทศ เฉพาะในกรุงเทพฯ มีการตั้งครัวประกอบอาหารวันละนับหมื่นกล่อง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนการอพยพกลุ่มเปราะบางในต่างจังหวัดเจอปัญหาผู้สูงอายุเคลื่อนย้ายลำบาก และหลายคนปฏิเสธที่จะออกจากบ้าน
นอกจากนี้ บุ๋มได้ขอร้องผู้ประสบภัยถึงกรณีการส่งข้อความขอความช่วยเหลือด้วยถ้อยคำรุนแรงและต่อว่าเจ้าหน้าที่
"ทุกคนมาช่วยด้วยใจและทำงานฟรี หัวหน้าทีมต้องดูแลสภาพจิตใจลูกทีมด้วย หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งข้อมูลและจุดพิกัดมาดีๆ ทีมงานพร้อมวิ่งเข้าไปช่วยทันที แต่การด่าทอไม่ได้ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้น"
บุ๋มยังได้สะท้อนปัญหาที่พบเจอตลอดการทำหน้าที่กู้ภัย คือการเตือนให้อพยพตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ประชาชนไม่ยินยอม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ล่าสุดที่ผู้ประสบภัยปฏิเสธการอพยพโดยอ้างว่า "วันนี้ยังไม่อยากออก พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่" สร้างความลำบากใจให้ทีมกู้ภัยอย่างมาก เนื่องจากยังมีจุดอื่นรอความช่วยเหลืออยู่อีกจำนวนมาก พร้อมตั้งคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ประเทศไทยควรกำหนดเป็นกฎหมายบังคับอพยพเมื่อเกิดภัยพิบัติ
สทนช. หนุนมาตรการเด็ดขาด ยกเคสต่างประเทศรับมือภัยพิบัติ นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. แสดงความเห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่องกฎหมายการอพยพ โดยยกตัวอย่างประเทศออสเตรเลียว่า หากมีการประกาศเตือนภัยและสั่งอพยพอย่างเป็นทางการ แล้วประชาชนปฏิเสธที่จะออกมาพร้อมเจ้าหน้าที่ รัฐบาลจะถือว่าไม่อยู่ในความรับผิดชอบต่อสวัสดิภาพชีวิต และจะไม่ได้รับเงินชดเชยหรือการเยียวยาใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยและไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้แก่เจ้าหน้าที่กู้ภัย

ในช่วงท้ายรายการ รองเลขาธิการ สทนช. ได้กล่าวขอโทษประชาชนอย่างเป็นทางการผ่านรายการ โดยยอมรับว่าระบบการทำงานของภาครัฐยังมีข้อบกพร่องที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งการยึดติดกับแผนงานเดิมๆ และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน
"ก่อนอื่นต้องขอโทษพี่น้องประชาชนในฐานะภาครัฐจริงๆ ระบบราชการต้องปรับปรุง ถ้ายังทำงานแบบนี้ ยึดติดแต่แผนที่เขียนไว้ สื่อสารไม่ชัดเจน รัฐปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งวันนี้จะนำทุกประเด็นไปหารือกับท่านรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เพื่อปรับตัวครั้งใหญ่ในการรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ต้องขออภัยและขอโทษอีกครั้งครับ" นายไพฑูรย์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

