เงินล้านล้านมา...แต่รับไหวไหม? ปฐม อินทโรดม เตือนไทย เสี่ยงเสียโอกาสจากทุนต่างชาติ

1 ตุลาคม 2569 นายปฐม อินทโรดม กรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ระบุว่า ช่วงนี้ผมเดินทางต่างประเทศค่อนข้างบ่อย ได้คุยกับทั้งผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนจากหลายประเทศ และมีเรื่องหนึ่งที่แทบทุกคนพูดตรงกันคือ...
“ประเทศไทยกำลังมีโอกาสครั้งใหญ่”
ใหญ่แค่ไหน?
แค่ครึ่งแรกของปี 2026 ตัวเลขคำขอส่งเสริมการลงทุนของ BOI ก็สูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท และกว่า 1.12 ล้านล้านบาท อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม Digital
แต่ยิ่งได้คุยกับคนเหล่านี้ ผมกลับยิ่งกังวล เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไทยต่อจากนี้ อาจไม่ใช่ “เงินไม่มา” แต่คือ
“เงินมาแล้ว เราไม่มีปัญญารับไหว”
ผมเคยเจอเรื่องแบบนี้มากับตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ผมเคยทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีเงินสำหรับการลงทุนจำนวนมาก หน้าที่หนึ่งของผมคือออกไปหาบริษัทที่มีศักยภาพเพื่อเข้าไปลงทุน
ตอนแรกคิดว่าง่ายครับ
เรามีเงิน เมืองไทยมีบริษัทเก่ง ๆ ตั้งเยอะ จะหาที่ลงทุนยากตรงไหน?
แต่พอทำจริงกลับพบว่า เงินมี แต่หาบริษัทที่ “พร้อมรับเงิน” ยากมาก แม้หลายบริษัทดูดีจากข้างนอก สินค้าดี ตลาดดี เจ้าของเก่ง ยอดขายโต
แต่พอทำ Due Diligence ลงไปจริง ๆ บางแห่งบัญชีไม่พร้อม บางแห่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าของ บางแห่งไม่มีทีมบริหารและระบบที่จะรองรับการเติบโตอีกหลายเท่า ฯลฯ
ทั้งหมดที่ได้เจรจาไม่ได้เป็นบริษัทไม่ดีนะครับ บางแห่งกำไรดีมากด้วยซ้ำ
แต่นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า “บริษัทที่ทำธุรกิจได้ดี” กับ “บริษัทที่พร้อมรับเงินเพื่อโตอีก 10 เท่า” เป็นคนละเรื่องกัน
หลายดีลจึงไปต่อไม่ได้
ทั้งที่ คนหนึ่งมีเงินและอยากลงทุน กับอีกคนหนึ่งต้องการเงินและอยากโต
วันนี้ผมนึกถึงประสบการณ์นั้นอีกครั้ง
เพราะประเทศไทยอาจกำลังเจอโจทย์เดียวกัน เพียงแต่ครั้งนี้ Scale ใหญ่ขึ้นจากระดับบริษัทเป็นระดับประเทศ
Data Center กำลังมา
AI กำลังมา
Semiconductor กำลังมา
เฉพาะยุทธศาสตร์ Semiconductor ไทยก็ตั้งเป้าดึงเงินลงทุน 500,000 ล้านบาทภายในปี 2030 และ 2.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2050
แต่เงินลงทุนเหล่านี้ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดิน ไฟฟ้า และสิทธิประโยชน์ทางภาษี
มันต้องการ “ความพร้อม ของประเทศ”
คนพร้อมไหม?
Engineer พอไหม?
บริษัทไทยพร้อมเป็น Supplier ไหม?
ผู้บริหารพร้อมพาธุรกิจ Scale ไหม?
มหาวิทยาลัยผลิตคนทันไหม?
แค่ Semiconductor อย่างเดียว เราก็ต้องวางแผนสร้างบุคลากรเพิ่มกว่า 230,000 คนแล้ว
นี่ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะถ้าเงินลงทุนเข้ามาเป็นล้านล้าน
แต่เครื่องจักรนำเข้า
เทคโนโลยีนำเข้า
ผู้เชี่ยวชาญนำเข้า
Supplier ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ
ประเทศไทยอาจมีตัวเลข FDI ที่สวยมาก แต่คนไทยอาจคว้ามูลค่าจากเงินก้อนนั้นไว้ได้น้อยกว่าที่ควร
ต่อจากนี้ผมจึงคิดว่า นอกจากถามว่า ต่างชาติจะลงทุนในประเทศไทยอีกกี่ล้านล้านบาท?
เราอาจต้องถามคำถามที่สำคัญกว่านั้นว่า
เงินทุก 100 บาทที่เข้ามา คนไทยและบริษัทไทยคว้าไว้ได้กี่บาท? เพราะสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดไม่ใช่การไม่มีโอกาส
แต่คือ โอกาสระดับล้านล้านบาทเดินมาถึงหน้าประตู แล้วเราพบว่าตัวเองยังไม่พร้อม...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

