หยุดเดิน ‘ค่อยตอบ’ ลดใช้มือถือตอนเดิน เปลี่ยน ‘กลุ่มเสี่ยง’ เป็น ‘กลุ่มสื่อ’ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน

ทีมนักวิจัย อาจารย์จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานแถลงผลโครงการ “การสื่อสารรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้ถนน: เพื่อลดการใช้โทรศัพท์ระหว่างการเดินในพื้นที่มหาวิทยาลัยเขตเมือง” นำเสนอผลการศึกษาพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์ขณะเดินของกลุ่มเจเนอเรชันแซด จำนวน 200 คน พร้อมแนวทางพัฒนาการสื่อสารเพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนในพื้นที่มหาวิทยาลัยและพื้นที่เมือง และมีการเสวนาร่วมกันระหว่าง ผศ.ชัยวัชร พรหมจิตติพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม, รศ.ดร.ทพ.สรสัณห์ รังสิยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนากายภาพ , ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร และ คุณก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ (ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.)
ผลการศึกษาพบประเด็นสำคัญว่า พฤติกรรมที่ดึงความสนใจของคนเดินเท้าออกจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ได้เกิดจากการเสพคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “การสื่อสารกับผู้อื่น” โดยร้อยละ 81 ใช้โทรศัพท์เพื่อแชทขณะเดิน และร้อยละ 77 โทรคุยขณะเดิน ขณะที่ร้อยละ 72 เลื่อนดู Instagram ร้อยละ 65.5 ดู TikTok และร้อยละ 31 เล่นเกมขณะเดิน ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนว่า การรณรงค์ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการบอกให้ “เลิกใช้โทรศัพท์” แต่ควรออกแบบสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง เช่น “หยุดเดินก่อน แล้วค่อยตอบ” เพื่อเสนอทางเลือกที่ปลอดภัยและสามารถปฏิบัติได้จริง

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญของโครงการ คือการเปลี่ยนเยาวชนจาก “กลุ่มเสี่ยง” ให้เป็น “กลุ่มสื่อ” ผ่านการพัฒนาทักษะ Data Storytelling ให้นิสิตสามารถนำข้อมูลมาสร้างสารรณรงค์และสื่อสารกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน โดยหลังการอบรม ความตั้งใจที่จะ “เตือนเพื่อนเมื่อเห็นพฤติกรรมเสี่ยง” อยู่ในระดับสูงถึง 4.10 จาก 5 ซึ่งในระยะต่อไป โครงการเตรียมศึกษาพฤติกรรมจริง ณ จุดเสี่ยง ผลักดันแนวทางการสื่อสารรณรงค์สู่ระดับนโยบายของมหาวิทยาลัย และยกระดับความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่อโศก เพื่อร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมและสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ซึ่งทีมนักวิจัยจากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ยังได้นำผลงานการออกแบบสื่อไปใช้ต่อยอดไปยังกลุ่มเครือข่าย หวังผลระดับที่เป็นผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ “ร่วมสร้าง” วัฒนธรรมความปลอดภัยในพื้นที่เมืองร่วมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

