ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภาพประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า 'ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค' พร้อมเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

สำนักพระราชวัง และ กองทัพเรือ เชิญชวนประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ และเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เพื่อชมความงดงามอันทรงคุณค่าของการจัดขบวนเรือพระราชพิธีทางน้ำอันวิจิตรตระการตาตามโบราณราชประเพณีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก
การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดเตรียมความพร้อม ทั้งด้านการบูรณะซ่อมแซมเรือพระราชพิธี การฝึกซ้อมกำลังพลจัดพาย และการบริหารจัดการขบวนเรือ โดยใช้กำลังพลเรือพระราชพิธีจากหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดและฝึกลายพายตามแบบโบราณราชประเพณี เพื่อให้การจัดขบวนเรือในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นไปด้วยความสง่างาม สมพระเกียรติ และปลอดภัยสูงสุด


ไฮไลต์สำคัญของการจัดขบวนเรือพระราชพิธีอันวิจิตรตระการตา
ริ้วขบวนเรือพระราชพิธี ใช้กำลังพลจากหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ จำนวน 2,200 นาย พร้อมเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย นำโดยเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ทำหน้าที่เป็นเรือตั้งบุษบกสำหรับเชิญผ้าพระกฐิน เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นเรือประทับพระราชอาสน์ เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เป็นเรือพระที่นั่งสำรอง พร้อมด้วยเรือรูปสัตว์และเรือประกอบอื่นๆ ทุกจังหวะฝีพาย ทุกการเคลื่อนขบวน สะท้อนถึงความพร้อมเพรียงและความมุ่งมั่นของกำลังพลกองทัพเรือ ในการสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าให้คงความงดงามและสมพระเกียรติ


กาพย์เห่เรืออันไพเราะ สอดรับกับจังหวะการพายเรือที่เป็นจังหวะพร้อมเพรียงจากกำลังพลฝีพาย สะท้อนถึงความเกรียงไกรและความงดงามทางศิลปวัฒนธรรมไทยตลอดลำน้ำเจ้าพระยา

เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน: ขบวนเรือเคลื่อนริ้วขบวนผ่านจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท่าวาสุกรี ผ่านสะพานพระราม 8 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ไปจนถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค คือริ้วขบวนเรือพระราชพิธีที่จัดขึ้นตามราชประเพณีไทยโบราณ เพื่อให้พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินทางน้ำในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่น การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายผ้าพระกฐิน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ

สมัยสุโขทัย: ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกและบันทึกว่า พระร่วงเจ้า (พระมหาธรรมราชาที่ 1) ทรงใช้เรือออกไปลอยพระประทีป (ลอยกระทง) และทรงเผาเทียนเล่นไฟในแม่น้ำ

สมัยอยุธยา: เป็นยุคที่บ้านเมืองมีคูคลองและแม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก มีการจัดกระบวนเรือทั้งเพื่อการคมนาคม การพยุหยาตรา และการทำสงคราม โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งบันทึกของราชทูตฝรั่งเศส (นิโคลาส แชแวร์) เคยบรรยายถึงความยิ่งใหญ่ของกระบวนเรือที่มีมากกว่า 200 ลำ
สมัยธนบุรี: สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้สร้างเรือพระราชพิธีขึ้นใหม่เพื่อทดแทนเรือโบราณที่เสียหายหรือถูกเผาในช่วงเสียกรุง

สมัยรัตนโกสินทร์: รัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 6: โปรดให้สร้างและซ่อมแซมเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การสร้างเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
ปัจจุบัน : หลังผ่านพ้นสงครามมหาเอเชียบูรพาที่มีการทิ้งระเบิดใส่อู่เรือบางกอกน้อย ได้มีการบูรณะเรือและจัดระเบียบขบวนเรือพระราชพิธีมาตรฐานในปัจจุบันไว้จำนวน 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้วขบวน โดยกองทัพเรือมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางสายน้ำ ทั้งการดูแลรักษาเรือพระราชพิธี การฟื้นฟูงานศิลปกรรมอันประณีต ตลอดจนการฝึกฝนกำลังพลฝีพายให้มีความพร้อมเพรียงและเชี่ยวชาญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งแบบแผนและเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าของชาติ พร้อมสืบทอดภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินสืบไป

สำหรับการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริง ครั้งที่ 2 ก่อนวันพระราชพิธีจริงจะมีขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 โดยประชาชนสามารถร่วมชมความงดงามของริ้วขบวนตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในจุดที่กำหนดไว้ รวมถึงร่วมส่งกำลังใจให้แก่กำลังพลฝีพายทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่สำคัญในการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติในครั้งนี้
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียด เส้นทางการเดินทาง จุดบริการประชาชน จุดรับเสด็จฯ และกำหนดการฝึกซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของกองทัพเรือ www.navy.mi.th หรือ Facebook Fanpage: กองทัพเรือ Royal Thai Navy
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

