546.jpg
สนช.ค้านเพิ่มสลาก10ล้านฉบับ ซัดแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

สนช.ค้านเพิ่มสลาก10ล้านฉบับ ซัดแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 14.22 น.

สนช.ค้านเพิ่มสลาก 10 ล้านฉบับ ซัดแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เป็นแค่วิธีหาเงินให้คนรวย ด้าน "มูลนิธิหยุดพนัน" จวกผลงาน คสช.ทำสลากเพิ่มเกือบเท่าตัว 68 ล้านคู่ หนำซ้ำไม่แก้สลากแพง แต่ส่งผลกระทบรายย่อยอยู่ยาก ส่วนรายใหญ่รวย มอมเมาคนเล่นหวย ขณะที่เยาวชนหวั่น พ.ร.บ.สลากฉบับใหม่ หายเข้ากลีบเมฆ

จากกรณี พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เตรียมเพิ่มปริมาณการพิมพ์สลากเข้าสู่ระบบอีก 10 ล้านฉบับ เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 30 ธ.ค.59 นี้ ส่งผลให้ภาพรวมของสลากเพิ่มจาก 120 ล้านฉบับ หรือ 60 ล้านคู่ เป็น 130 ล้านฉบับ หรือ 65 ล้านคู่ ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนในช่วงปีใหม่ และแก้ปัญหาสลากแพง


25 ธ.ค.59 นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า แสดงว่ามาตรการจับกุมควบคุมราคาที่ผ่านมาใช้ไม่ได้ผล สำนักงานสลากฯจึงนำเทคนิคเดิมๆออกมาใช้อีก เพื่อหวังผลทางการตลาด วางเป้าหมายเพื่อหารายได้เข้ารัฐ ผ่านการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่ กินกันเป็นทอดๆ การแก้ปัญหาต่างๆ จะไม่มีวันจบสิ้น ผลกระทบจะตกอยู่ที่ผู้ค้ารายย่อย เพราะปรับตัวไม่ทัน กลายเป็นแค่แรงงานหรือลูกจ้าง ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ไม่เดือดร้อนเพราะมีทุน ขณะที่รัฐบาลก็รับทรัพย์ได้ประโยชน์เต็มที่โดยไม่มีความเสี่ยง เพราะเอาความเสี่ยงไปโยนให้ผู้ค้ารายย่อย อีกทั้งเป็นการซ้ำเติมมอมเมาประชาชน กลุ่มเสี่ยง หรือนักเสี่ยงโชค จะเพิ่มปริมาณการซื้อสลากมากขึ้น

"การเพิ่มสลากไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกจุด แม้จะช่วยลดราคาลงแต่ก็ทำได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น อีกไม่นานจะขายไม่ได้การตอบสนองจะลดลง สิ่งที่สำนักงานสลากฯทำครั้งนี้ จึงเป็นแค่การหาเงินให้รัฐ เป็นกลไกหาเงินให้คนรวย ซึ่งไม่สามารถควบคุมปัญหาที่เป็นอยู่ได้ ทั้งนี้ ทางออกจึงไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะเรื่องสลากแพง แต่ต้องควบคุมตั้งแต่ต้นทางให้เกิดความสมดุล การคืนรายได้สู่สังคม ปรับเปลี่ยนจากสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นสลากเพื่อสังคม ต้องพิจารณาในทุกมิติ สร้างหลักประกันคุ้มครองให้กับผู้ค้ารายย่อย ลดการพึ่งพาผู้ค้ารายใหญ่ อย่างไรก็ตาม สลากต้องเป็นสินค้าควบคุมไม่ใช่สินค้าเสรี เพราะประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการพนัน ดังนั้นอย่าปล่อยให้เลยเถิดจนควาบคุมไม่ได้" นายมณเฑียร กล่าว

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า เข้าใจว่ารัฐบาลคงมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง จึงเลือกวิธีการพิมพ์สลากเพิ่ม เพราะไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมาก สำนักงานสลากฯ ก็อ้างว่าเพื่อจะแก้ปัญหาสลากราคาแพง บทเรียนที่ผ่านมาชัดเจนว่าการพิมพ์สลากเพิ่มอาจช่วยให้ราคาสลากลดลงในระยะแรก แต่ไม่นานสุดท้ายก็จะกลับมาแพงอีกเหมือนเดิม เพราะต้องไม่ลืมว่าหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาได้มีการพิมพ์สลากเพิ่มมาแล้วอย่างน้อยสองครั้ง และมีผลทำให้ประเทศไทยมีสลากมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จากเดิมก่อน คสช.เข้ามามีสลากจำหน่ายอยู่ 37 ล้านคู่ เพิ่มมาเป็น 50 ล้านคู่ เมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว และก็มาเพิ่มเป็น 60 ล้านคู่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้ราคาสลากตรึงอยู่ที่ 80 บาทได้จริง และตอนนี้กำลังจะเพิ่มอีก 8 ล้านคู่ เบ็ดเสร็จผลงานของ คสช.คือ ทำให้สลากเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัวจาก 37 ล้านคู่ เป็น 68 ล้านคู่ และก็แก้ปัญหาไม่ได้อย่างยั่งยืนตามที่ประกาศนโยบายไว้

"การเพิ่มจำนวนสลากจะทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงของผู้ค้ารายย่อย เราจะพบภาพผู้ค้าเร่ทั้งหลายรุกเข้าจำหน่ายสลากตามชุมชนต่างๆ มากขึ้นอย่างแน่นอน การแข่งขันที่มากขึ้นนี้จะทำให้ผู้ค้ารายย่อยบางรายที่สู้ไม่ไหวต้องเลิกไป ขณะที่อีกจำนวนหนึ่งอาจเลือกวิธีนำสลากที่ตนเองได้มาไปขายต่อให้ยี่ปั๊ว ซึ่งจะมีอำนาจต่อรองมากเพราะสลากมีให้เลือกเยอะ และด้วยเหตุที่ยี่ปั๊วมีทุนและมีโครงข่ายผู้ค้าสลากโยงใยกันอยู่ การพิมพ์สลากเพิ่มกลับยิ่งทำให้ต้องพึ่งระบบยี่ปั๊วมากขึ้น ยิ่งไปเพิ่มความแข็งแรงให้ยี่ปั๊ว และคาดว่าเราจะเห็นการรวมชุดสลากขายเป็นชุดใหญ่ๆ ได้มากขึ้น กลายเป็นว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้เป็นการปราบรายย่อยแต่เพิ่มความแข็งแรงให้รายใหญ่ ขณะที่ภาพของรัฐบาล และสำนักงานสลากฯ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นเสือนอนกิน เพราะทุกครั้งที่เพิ่มจำนวนสลาก เท่ากับรัฐบาล และสำนักงานสลากฯ จะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นด้วยตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด" นายธนากร กล่าว

ด้าน นายณัฐพงศ์  สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเคยพูดว่ารัฐบาล คสช.ไม่มีนโยบายจะส่งเสริมการพนัน แต่การแก้ปัญหาราคาสลากด้วยการเพิ่มจำนวนพิมพ์ จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการเสี่ยงโชคมากขึ้นอย่างแน่นอน และการอ้างว่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ช่วงปีใหม่ที่มีความต้องการสลากจำนวนมาก ก็ไม่มีหลักประกันอันใดที่จะลดจำนวนลงมาหลังจากงวดปีใหม่นี้ ปัญหาก็จะพันเป็นงูกินหางต่อไปไม่จบไม่สิ้น และที่สำคัญ พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล ฉบับแก้ไข ก็ยังไปถึงมือ สนช.ซึ่งหากต้องการผ่าตัดกันจริงๆ ต้องวางโครงสร้างให้ชัดเจนไว้ใน พ.ร.บ.เพื่อมิให้การแก้ปัญหาเป็นแบบลูบหน้าปะจมูก และในส่วนของกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม ที่ตั้งขึ้นมาแล้วตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ก็ยังไม่เห็นบทบาทที่ชัดเจนในการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือการลดการพนัน ซึ่งประชากรในกลุ่มเด็กและเยาวชน  คือส่วนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจากกองทุนนี้เลย การเข้าถึงกองทุน และการมีส่วนร่วมของประชาชนก็ยิ่งห่างไกล จนเกรงว่าจะเสียของ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top