วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นักวิชาการเผยเสียดายเงินโครงการไทยนิยม-บัตรคนจน เอื้อประโยชน์นายทุน ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวบ้านไม่ยอมรับ ห่างชั้น“ทักษิณ”หว่านประชานิยม
6 พ.ย.61 นายนพพร ขุนค้า อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า โครงการนี้มันค่อนข้างใกล้เคียงกับโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน และชุมชน หรือ SML ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
“ส่วนการซื้อขายสินค้านั้นมีบริษัท หรือกลุ่มคนเดิมๆที่ได้รับประมูล จึงคิดได้ว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน แต่ที่สำคัญคือโครงการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ ที่ว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นไม่มีเท่าโครงการ SML แต่มีการชี้นำเกิดขึ้นมากกว่า จนไม่มีความเป็นอิสระในโครงการนี้ จึงมองได้ว่าโครงการไทยนิยมฯมีความด้อยลง ไม่ได้ตอบโจทย์ให้กับประชาชนเท่าที่ควร” นายนพพร กล่าว
นายนพพร กล่าวอีกว่า ขณะที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการเอาเงินไปแจกให้ประชาชน ซึ่งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ดี คือ การกระตุ้นให้เกิดการลงทุน มีการจ้างงาน และพืชผลทางการเกษตรมีราคาที่สูง แต่การนำเงินมาให้ประชาชนโดยตรง ไม่ได้ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้มีลุงทุนในระยะยาวได้ ซึ่งบัตรฯที่ซื้อสินค้าได้ก็จะมีเฉพาะบางร้านบางสินค้าเท่านั้น ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้บางกลุ่มได้ ตรงนี้เราเสียดายเงินที่เอามาแจกมันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืนเลย
“รัฐบาลชุดนี้คงมองว่านายทักษิณ ประสบความสำเร็จเพราะใช้นโยบายนำประชาชน จึงค่อนข้างจำนายทักษิณ จึงพยายามใช้นโยบายที่ใกล้เคียง แต่วิธีการดำเนินการไม่เหมือนกัน จึงไม่ประสบความสำเร็จ และเห็นได้ว่าทุกโครงการที่แต่ละรัฐบาลทำมานั้น มีผลสำเร็จที่แตกต่างกัน เรื่องนี้ประชาชนจะเป็นคนตัดสินเอง อย่างไรก็ตามในความคืบหน้าหรือผลสำเร็จของโครงการในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีน้อยมาก” อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ฯ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี