วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย รองโฆษกประจำศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แถลงว่า พรรคยังต้องเดินหน้าชี้แจงนโยบายให้ประชาชนใน กทม. รับทราบให้ทั่วถึงมากที่สุด โดยระดมทีมรัฐมนตรีและส.ส.ทั่วประเทศ ให้มาเสริมการทำงานของทีมกทม. ในการถ่ายทอดนโยบายดังกล่าว เพื่อดึงคะแนนเสียงของกลุ่มที่ยังลังเลไม่เลือกใคร
ทั้งนี้จะมีการจัดทีมพิเศษ โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. นำทีมเข้าไปชี้แจงนโยบายกับกับข้าราชการตำรวจ ในขณะที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา จะมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง ดร.สิริกร มณีรินทร์ พร้อม ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม เป็นทีมชี้แจงนโยบาย ขณะที่นางปวีณา หงสกุล จะนำทีมสื่อสารนโยบายกับกลุ่มสตรี
เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียก นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขานุรมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ และทีมงานนายกฯ หารือด่วนที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อปรับกลยุทธการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ให้กับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย
โดยนายกฯได้พูดถึงการหาเสียงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าผู้สมัครยังหาเสียงในลักษณะเป็นภาพกับสื่อมากกว่าการพูดถึงรายละเอียดนโยบายพรรคซึ่งผู้สมัคร ต้องทำให้ คนกทม.เห็นว่าผู้ว่ากทม.ที่ในอนาคตจะทำอะไรให้กับคน กทม. ไม่ใช่แค่พูดลอยๆนโยบายต้องเข้าถึงพื้นที่และแต่ละพื้นที่ต้องมีความแตกต่างในนโยบายหาเสียง ซึ่งรายละเอียดนโยบายผู้สมัครต้องเริ่มชี้แจงตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.เป็นต้นไปโดยชี้ให้เห็นว่าไร้รอยต่อกับรัฐบาลเป็นอย่างไร จะทำอะไรไม่ว่าจะเป็นเรื่องจราจร สวนสาธารณะโครงการที่เกี่ยวกับวัยรุ่น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ประเมินการปราศรัยใหญ่ที่ผ่านมาเห็นว่าส่วนใหญ่ยังเป็นมวลชนเสื้อแดงมากกว่าคนกทม. ขณะเดียวกันในช่วงเดือน ก.พ.นายกฯมีเวลาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง10กว่าวัน โดยนายกฯสั่งให้ทีมงานจัดตารางการลงพื้นที่ ขณะที่ในช่วงเย็นวันที่1 ก.พ.นายกฯจะเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยเพื่อประชุมร่วมกับผู้บริหารพรรค ทีมงานหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และพล.ต.อ.พงศพัศ เพื่อปรับแผนในการหาเสียง
ในส่วนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 ช่วงเช้าได้ลงพื้นที่หาเสียงตามหมู่บ้านและตลาดอมรพันธ์ 9 เขตลาดพร้าวมี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรค ช่วยหาเสียง โดยได้โชว์ทอดปาท่องโก๋เป็นเลข9และหั่นหมู9ชิ้นพร้อมลงพื้นที่หาเสียงต่อ ที่ศูนย์เด็กเล็กชุมชนเนียมกล่ำสามัคคีและร.ร.ฝึกอาชีพบ้านบำรุงศิลป์โดยยืนยันว่านโยบายพื้นฐานทั้ง8ข้อ สามารถทำได้จริงและอยู่ในอำนาจของผู้ว่า กทม ทุกปัญหา จะต้องได้รับการแก้ไข และขอเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ซึ่งที่จะต้องเร่งนำเสนอนโยบายและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้มีทางเลือกที่ดีด้วย
จากนั้นในระหว่างการหาเสียง ที่โรงเรียนสันติสุขวิทยา แยกวังหิน ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ กำลังนั่งถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเด็กนักเรียนอยู่ ได้เกิดอุบัติเหตุเป้ากางเกงตัวโปรดเกิดขาด ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนกางเกงตัวใหม่ก่อนที่จะมุ่งหน้าหาเสียงต่อไป
สำหรับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 16 พรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเช้าเวลา07.00น.ได้ลงหาเสียงในพื้นที่ตลาดอมรพันธ์ แยกเกษตรศาสตร์และบริเวณริมถนนพหลโยธิน ตลาดบางเขนโดยมีชาวบ้านมามอบดอกไม้และให้กำลังใจจำนวนมาก โดยยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตวิถีชุมชนให้ดีขึ้น ระหว่างนั้นแวะรับประทานขนมจีน ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าขนมจีนต้องเพิ่มน้ำยาหรือไม่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ตอบว่า"น้ำยามีมานานแล้ว"ก็ทำให้เรียกเสียงฮือฮาในคณะหาเสียงจำนวนมาก
จากนั้นได้ขึ้นไปแจกแผ่นพับหาเสียงบนรถเมล์สาย 104 ที่จอดติดไฟแดง ก่อนเดินทางไปที่โรงบำบัดน้ำเสียบางซื่อ ตรงข้ามสถานีขนส่งหมอชิต กำแพงเพชร2 ชูนโยบายมหานครสีเขียวและเดินหน้าสร้างโรงบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ12ของพื้นที่โดยจะเดินหน้าโครงการบำบัดน้ำเสียอีก4โครงการ คือ1.โครงการคลองเตย 2.โครงการธนบุรี 3.โครงการมีนบุรีและ4.โครงการบึงหนองบอนและหากรวมโรงบำบัดน้ำเสียบางซื่อ จะรวมเป็น 5 โครงการโดยจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้ร้อยละ50ของปริมาณน้ำประปาที่บริโภค
ที่ทำการศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม.หมายเลข 11 ได้แถลงข่าวชื่นชมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุม นายสมชาย คุณปลื้มหรือ กำนันเป๊าะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีจ้างวานฆ่า นายประยูร สิทธิโชติหรือกำนันยูร และในคดีทุจริตที่ดินเขาไม้แก้ว มารับโทษตามคำพิพากษาได้ เมื่อช่วงปี36ที่เข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จากคดีนี้เป็นผลงานที่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่ตนพูดสามารถตรวจสอบได้ เป็นความจริงทุกประการ จึงมีความตั้งใจที่จะเอาจริงจังกับปัญหาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ขณะที่ นายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่ากทม.หมายเลข10 ได้ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณย่านวงเวียนใหญ่โดยชูนโยบายการเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมงในกทม. โดยจะมีการไปติดตั้งป้ายบอกเส้นทางตามจุดสำคัญๆ บริเวณหน้าตลาดวงเวียนใหญ่และสามารถติดตั้งได้ทันทีและตามถนนทุกสายในย่านสัญจรไปมาที่สำคัญที่ยังพบว่า เป็นจุดบอดของกทม.ในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก และเชื่อมั่นว่าการติดป้ายบอกทางลักษณะนี้จะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ส่วนหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาที่ทำได้ทันทีไม่ต้องรองบประมาณ จากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง จะทยอยติดป้ายบอกเส้นทางในย่านสำคัญๆด้วย หากได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากทม.จะจัดระเบียบทางเท้าให้คล่องตัวมากกว่านี้เพื่อให้การค้าการขายและการสัญจรไปมาคล่องตัวสามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี