2 พ.ค.62 สำนักข่าวอัลจาซีรา ของกาตาร์ เสนอข่าว "HRW: China using mobile app for surveillance of Uighurs" โดยอ้างข้อมูลจากองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) ที่ระบุว่า ตำรวจจีนใช้แอพพลิเคชั่น Integrated Joint Operations Platform เพื่อจัดเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลของชาวอุยกูร์ และชาวมุสลิมเติร์ก ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในมณฑลซินเจียง ราว 13 ล้านคน อาทิ ส่วนสูง น้ำหนัก รหัสพันธุกรรม (DNA) ลายนิ้วมือ ม่านตา กรุ๊ปเลือด แม้กระทั่งตัวอย่างเสียง อีกทั้งยังสามารถจดจำใบหน้าได้ด้วย
รายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐของจีนที่ประจำการในมณฑลซินเจียง ได้รับมอบหมายให้จับตามองพฤติกรรมที่น่าสงสัย 36 ประการของประชาชน อาทิ ไม่ค่อยพบปะพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ไม่ค่อยใช้ประตูหน้าบ้านในการเข้า - ออก ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ บริจาคเงินให้มัสยิดอย่างกระตือรือร้น รวมถึงมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ โดยเป้าหมายเบื้องต้นคือการทำนายพฤติกรรมและโอกาสที่จะมีการต่อต้านจากประชาชน ส่วนเป้าหมายในท้ายที่สุดคือการบริหารจัดการพฤติกรรมและควบคุมความเป็นจริง
จากการตรวจสอบแอพพลิเคชั่น Integrated Joint Operations Platform โดยองค์กร "Cure53" ซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยของเยอรมนี เมื่อปลายปี 2561 พบว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าวกำหนดให้เจ้าหน้าที่รายงานเกี่ยวกับผู้คน ยานพาหนะ และเหตุการณ์ที่ต้องสงสัย รวมถึงส่งภารกิจให้ตำรวจไปสืบสวน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ประชาชนหลายคนถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนเมื่อเจ้าหน้าที่พบการติดตั้งแอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่ได้รับความนิยมนอกประเทศจีน อย่าง WhatsApp รวมถึงโปรแกรมป้องกันการสอดแนมอย่าง Virtual Private Network (VPN)
รายงานของอัลจาซีรา กล่าวต่อไปว่า ในช่วง 10 ปีล่าสุดมานี้ ประเทศจีนเผชิญกับเหตุรุนแรงด้วยอาวุธมีดและการก่อจลาจลของกลุ่มชาติพันธุ์ และทางการจีนก็ตอบโต้ด้วยยกระดับความรุนแรงในการการปราบปราม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมโลก โดยเฉพาะรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่อ้างว่าจีนควบคุมตัวชาวอุยกูร์รวมถึงชาวมุสลิมอื่นๆ นับล้านคนไว้ในค่ายกักกัน มีการบังคับให้ผู้ถูกควบคุมตัวบางคนทำหน้าที่รายงานพฤติกรรมคนในครอบครัวต่อทางการ แต่ทางการจีนยืนยันว่าค่ายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอาชีพเท่านั้น
ซาแมนธา ฮอฟฟ์แมน (Samantha Hoffman) นักวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์นโยบายออสเตรเลีย สถาบันนโยบายไซเบอร์ระหว่างประเทศ (Australian Strategic Policy Institute's International Cyber Policy Centre) ให้ความเห็นว่า นโยบายดังกล่าวของจีนมีผลทางจิตวิทยา โดยผู้คนจะพยายามเคลื่อนไหวอยู่นอกพื้นที่สีเทาที่ปลอดภัย และจะทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงในการเข้าไปใกล้เส้นสีแดง และมองว่าในประเทศจีนไม่มีคำว่าหลักนิติธรรม (Rule of Law) เพราะมีแต่พรรค (คอมมิวนิสต์) เท่านั้นที่จะตัดสินว่าอะไรคือพฤติกรรมที่ถูกหรือผิดกฎหมาย
ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.aljazeera.com/news/2019/05/hrw-china-mobile-app-surveillance-uighurs-190502031404525.html
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี