วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
"ธนาธร"ไลฟ์สดเปิดใจปม"ลาออก" ชี้กลุ่มอภิสิทธิ์ชนไม่ต้องการให้ทำหน้าที่ในสภา ย้ำไม่ต้องทำงานผ่านสภาเท่านั้น พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศ พร้อมเปิดประเด็นเงินนอกงบประมาณกลาโหม19,000ล้าน ชี้ตรวจสอบไม่ได้
เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชน ลุกขึ้นยืนตรง ไม่ยอมก้มหัวให้กับนระบอบเผด็จการ ไม่ยอมทนกับระบอบที่กดหัวประชาชนไว้อีกต่อไป"
นายธนาธร กล่าวว่า หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร คือ คณะกรรมการชุดเล็ก ที่สภาผู้แทนราษฎรที่มี 500 คน ไม่สามารถพิจารณาร่วมกันได้หมดทุกเรื่อง จึงตั้งคณะกรรมการชุดเล็กขึ้นมาในประเด็นต่างๆ กฎหมายต่างๆ ดังนั้น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ก็มีการตั้งกรรมาธิการมาพิจารณาเช่นเดียวกัน โดยในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลได้วางงบประมาณไว้ 3.2 ล้านล้านบาท และแบ่งงบประมาณไปยังกระทรวงต่างๆ หน้าที่ของกรรมาธิการก็ไปดูว่างบประมาณตัวไหน ใช้จ่ายไปแล้วไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน พวกเราเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา เราจึงมีการพิจารณาตัดลดงบประมาณที่ไม่เหมาะไม่ควร เอื้อต่อการทุจริตคอรัปชั่น และเราก็นำไปอภิปรายและตัดงบต่างๆ ในทุกกระทรวง
นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในการทำงาน 1 เดือนที่ผ่านมาของตน มันเริ่มจากมติพรรคอนาคตใหม่ หากในวันหน้าพวกเราได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จำเป็นที่ตนต้องเข้าใจกระบวนการ วิธีการจัดทำงบประมาณ และหน้าที่ของรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณตามที่ตัวเองได้รณรงค์หาเสียงให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเพื่อที่ที่พวกกเราจะเตรียมตัว ทางพรรคจึงเห็นว่าการที่ตนมาเป็นหนึ่งในกรรมาธิการจะช่วยให้ตนมีความรู้ความสามารถ เพื่อเติบโตในการบริหารประเทศได้ หลังจากทำงานมา 1 เดือน ตนทำงานอย่างดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน โดยวานนี้ (28 พ.ย.) ตนได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการกระจายอำนาจของงบท้องถิ่น และเสนอแนะว่าจะทำให้ท้องถิ่นของเราเข้มแข็งมากขึ้น ทำให้เป็นประชาธิปไตยให้เป็นรากฐานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น และต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตรงไหนบ้าง นอกจากนี้ตนยังพูดถึงเงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไปด้วย
นายธนาธร ระบุว่า เงินงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท จะแบ่ง 2.7 ล้านล้านบาทมาจากเงินภาษีประชาชน และอีก 5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะกู้มา และตัวอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยจะสามารถลดตัวเงินกู้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ เงินนอกงบประมาณที่หน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของทรัพยากรและนำไปใช้ให้เกิดรายได้ และเป็นรายได้ที่ไม่ต้องส่งเข้าคลัง และเงินนอกงบประมาณนี้ กรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถไปแตะต้องได้
นายธนาธร ระบุเพิ่มเติมว่า วานนี้ (28พ.ย.) เราไปดูเงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมี 19,000 ล้านบาท และเงินตัวนี้ใหญ่แค่ไหน ขอยกตัวอย่างว่าสามารถใช้จ่ายได้ 3 กระทรวง เงินตัวนี้สามารถนำไปสร้างรถไฟรางคู่จากนครปฐม - หัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ ที่ใช้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท เป็นเงินเบี้ยเลี้ยงให้แก่เด็กแรกเกิด 0 - 6 ขวบ ซึ่งในประเทศไทยมีประมาณ 5 ล้านคน และให้ได้โดยถ้วนหน้า ดังนั้นเงินนอกงบประมาณของกลาโหมเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะไม่มีคนเห็น และกลาโหมสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากตัวแทนประชาชน หรือในสภาผู้แทนราษฎรเลย
"หากเราอยากรู้ว่ากลาโหมเอาเงินมาจากไหน ก็มาจากทรัพยากรที่ของประชาชน แต่เราไม่รู้ ไม่มีรายละเอียด ตรวจสอบไม่ได้ แต่วานนี้ (28 พ.ย.) ตนได้สอบถามว่าเงินนอกงบประมาณมากจากไหน มาจากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์ ใช่หรือไม่ ให้สัมปทานที่ให้กับช่อง 7 ตั้งแต่ปี 2512 เจ้าเดียวไม่เปลี่ยนเจ้า ไม่เคยเปิดประมูลใหม่ ช่อง 5 เป็นหน่วยงานของกองทัพบก แต่เราไม่เคยเห็นงบของช่อง 5 กำไรหรือขาดทุนเท่าไร ช่องวิทยุของทหารสัมปทานให้ใครบ้าง หรือจำนวนเท่าไร ซึ่งตนขอรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการสัมปทาน รายได้ค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน นอกจากนี้ยังมีเงินที่อยู่นอกงบประมาณที่นำไปใช้ในภารกิจที่อยู่นอกเหนือกระทรวงกลาโหม นั่นคือ การเปิดสนามมวย สนามม้า สนามกอล์ฟ ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงกลาโหมเลย และรายได้จากการดำเนินการเหล่านี้เป็นเงินเท่าไร อีกทั้งสถานะเหล่านี้คืออะไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ สังคมไม่รู้ งบการเงินก็ยังมองไม่เห็น" นายธนาธร กล่าว
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังระบุอีกว่า หลายท่านถามว่า หากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร จะเอาทหารที่ไหนไปช่วย ให้ลองคิดกลับดูหากเรามีงบประมาณเพิ่ม 19,000 ล้านบาท รวมทั้งรายได้จากคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์ จากสนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ การให้เช่าที่ดินของทหาร ที่เรามองไม่เห็นส่งคืนกับคลัง เราสามารถสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง เราเชื่อว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้ดีกว่านี้อีก อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกที่มาของรายได้เหล่านี้ แต่อยากให้ทำด้วยความโปร่งใส ก้าวแรกของการโปร่งใส คือต้องมีข้อมูลก่อน แม้วันนี้ตนจะลาออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนกรรมาธิการที่อยู่ในพรรคอนาคตใหม่ หากได้มาแล้วจะศึกษากันอย่างละเอียด และลองดูว่ากระทรวงกลาโหมจะให้คำตอบในเรื่องต่างๆเหล่านี้หรือไม่ และในวันที่ 1 ธ.ค.ตนจะไลฟ์สดเรื่องนี้อีกครั้ง
"อยากให้ลองย้อนหลังกับไปดูเกี่ยวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่แต่งตั้งโดย คสช.มี 250 คน มียศนายพลอยู่ในนั้น จำนวน 81 คน พบว่าสูงสุดมีทรัพย์สินสูงถึง 885 ล้านบาท และน้อยสุด 8.4 ล้านบาท หากเฉลี่ยตกคนละ 78 ล้านบาท และเฉลี่ยรายได้ต่อปีคนละ 12.7 ล้านบาท ถ้ารับราชการเป็นนายพลทั้งชีวิต ท่านจะมีทรัพย์สินได้ขนาดนี้หรือไม่" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวย้ำ
นายธนาธร กล่าวว่า กลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีอำนาจอยู่ไม่อยากเห็นตนทำงานอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการชุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ตนจึงตัดสินใจลาออก แต่เราไม่จำเป็นจะต้องทำงานการเมืองผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพียงอย่างเดียว ตนไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่ออยากเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี ตนไม่ได้ต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตนไม่ได้อยากได้ แต่สิ่งที่ต้องการคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ทำให้สังคมไทยดีขึ้นน่าอยู่มากขึ้น แล้วส่งต่อสังคมแบบนั้นให้กับลูกหลานของเรา ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเราก็จะทำงานอย่างเต็มที่
"ผมคิดว่าภายใต้สภาวะการเมืองไทยที่เป็นอยู่แบบปัจจุบัน คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ เพื่อต่อต้านความอยุติธรรมในสังคม งานในสภา เราก็ยังคงทำงานอย่างหนักแน่น ผมจะยังสนับสนุน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่นำโดย อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อย่างเต็มที่ แต่การมีพื้นที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเราฝันถึงความเปลี่ยนแปลง ทางเดียวที่เราจะร่วมเปลี่ยนแปลงได้ พื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ จำเป็นจะต้องถูกเปิดขึ้น มาช่วยกันเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง" นายธนาธร กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี