537.jpg
'ทอน'อยู่ไม่เป็น!! ไลฟ์สดทิ้งบอมบ์งบกลาโหม อ้างปม'ลาออก'ถูกอภิสิทธิ์ชนเล่นงาน

'ทอน'อยู่ไม่เป็น!! ไลฟ์สดทิ้งบอมบ์งบกลาโหม อ้างปม'ลาออก'ถูกอภิสิทธิ์ชนเล่นงาน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 21.57 น.

"ธนาธร"ไลฟ์สดเปิดใจปม"ลาออก" ชี้กลุ่มอภิสิทธิ์ชนไม่ต้องการให้ทำหน้าที่ในสภา ย้ำไม่ต้องทำงานผ่านสภาเท่านั้น พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนแปลงประเทศ พร้อมเปิดประเด็นเงินนอกงบประมาณกลาโหม19,000ล้าน ชี้ตรวจสอบไม่ได้

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" พร้อมโพสต์ข้อความระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชน ลุกขึ้นยืนตรง ไม่ยอมก้มหัวให้กับนระบอบเผด็จการ ไม่ยอมทนกับระบอบที่กดหัวประชาชนไว้อีกต่อไป"


นายธนาธร กล่าวว่า หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร คือ คณะกรรมการชุดเล็ก ที่สภาผู้แทนราษฎรที่มี 500 คน ไม่สามารถพิจารณาร่วมกันได้หมดทุกเรื่อง จึงตั้งคณะกรรมการชุดเล็กขึ้นมาในประเด็นต่างๆ กฎหมายต่างๆ ดังนั้น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ก็มีการตั้งกรรมาธิการมาพิจารณาเช่นเดียวกัน โดยในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลได้วางงบประมาณไว้ 3.2 ล้านล้านบาท และแบ่งงบประมาณไปยังกระทรวงต่างๆ หน้าที่ของกรรมาธิการก็ไปดูว่างบประมาณตัวไหน ใช้จ่ายไปแล้วไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน พวกเราเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกเข้ามา เราจึงมีการพิจารณาตัดลดงบประมาณที่ไม่เหมาะไม่ควร เอื้อต่อการทุจริตคอรัปชั่น และเราก็นำไปอภิปรายและตัดงบต่างๆ ในทุกกระทรวง

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ในการทำงาน 1 เดือนที่ผ่านมาของตน มันเริ่มจากมติพรรคอนาคตใหม่ หากในวันหน้าพวกเราได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จำเป็นที่ตนต้องเข้าใจกระบวนการ วิธีการจัดทำงบประมาณ และหน้าที่ของรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณตามที่ตัวเองได้รณรงค์หาเสียงให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเพื่อที่ที่พวกกเราจะเตรียมตัว ทางพรรคจึงเห็นว่าการที่ตนมาเป็นหนึ่งในกรรมาธิการจะช่วยให้ตนมีความรู้ความสามารถ เพื่อเติบโตในการบริหารประเทศได้ หลังจากทำงานมา 1 เดือน ตนทำงานอย่างดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน โดยวานนี้ (28 พ.ย.) ตนได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการกระจายอำนาจของงบท้องถิ่น และเสนอแนะว่าจะทำให้ท้องถิ่นของเราเข้มแข็งมากขึ้น ทำให้เป็นประชาธิปไตยให้เป็นรากฐานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น และต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตรงไหนบ้าง นอกจากนี้ตนยังพูดถึงเงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไปด้วย

นายธนาธร ระบุว่า เงินงบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท จะแบ่ง 2.7 ล้านล้านบาทมาจากเงินภาษีประชาชน และอีก 5 แสนล้านบาท รัฐบาลจะกู้มา และตัวอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยจะสามารถลดตัวเงินกู้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ เงินนอกงบประมาณที่หน่วยงานของรัฐที่เป็นเจ้าของทรัพยากรและนำไปใช้ให้เกิดรายได้ และเป็นรายได้ที่ไม่ต้องส่งเข้าคลัง และเงินนอกงบประมาณนี้ กรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถไปแตะต้องได้

นายธนาธร ระบุเพิ่มเติมว่า วานนี้ (28พ.ย.) เราไปดูเงินนอกงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมี 19,000 ล้านบาท และเงินตัวนี้ใหญ่แค่ไหน ขอยกตัวอย่างว่าสามารถใช้จ่ายได้ 3 กระทรวง เงินตัวนี้สามารถนำไปสร้างรถไฟรางคู่จากนครปฐม - หัวหิน - ประจวบคีรีขันธ์ ที่ใช้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท เป็นเงินเบี้ยเลี้ยงให้แก่เด็กแรกเกิด 0 - 6 ขวบ ซึ่งในประเทศไทยมีประมาณ 5 ล้านคน และให้ได้โดยถ้วนหน้า ดังนั้นเงินนอกงบประมาณของกลาโหมเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะไม่มีคนเห็น และกลาโหมสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากตัวแทนประชาชน หรือในสภาผู้แทนราษฎรเลย

"หากเราอยากรู้ว่ากลาโหมเอาเงินมาจากไหน ก็มาจากทรัพยากรที่ของประชาชน แต่เราไม่รู้ ไม่มีรายละเอียด ตรวจสอบไม่ได้ แต่วานนี้ (28 พ.ย.) ตนได้สอบถามว่าเงินนอกงบประมาณมากจากไหน มาจากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์ ใช่หรือไม่ ให้สัมปทานที่ให้กับช่อง 7 ตั้งแต่ปี 2512 เจ้าเดียวไม่เปลี่ยนเจ้า ไม่เคยเปิดประมูลใหม่ ช่อง 5 เป็นหน่วยงานของกองทัพบก แต่เราไม่เคยเห็นงบของช่อง 5 กำไรหรือขาดทุนเท่าไร ช่องวิทยุของทหารสัมปทานให้ใครบ้าง หรือจำนวนเท่าไร ซึ่งตนขอรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการสัมปทาน รายได้ค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน นอกจากนี้ยังมีเงินที่อยู่นอกงบประมาณที่นำไปใช้ในภารกิจที่อยู่นอกเหนือกระทรวงกลาโหม นั่นคือ การเปิดสนามมวย สนามม้า สนามกอล์ฟ ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงกลาโหมเลย และรายได้จากการดำเนินการเหล่านี้เป็นเงินเท่าไร อีกทั้งสถานะเหล่านี้คืออะไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ สังคมไม่รู้ งบการเงินก็ยังมองไม่เห็น" นายธนาธร กล่าว

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ยังระบุอีกว่า หลายท่านถามว่า หากยกเลิกการเกณฑ์ทหาร จะเอาทหารที่ไหนไปช่วย ให้ลองคิดกลับดูหากเรามีงบประมาณเพิ่ม 19,000 ล้านบาท รวมทั้งรายได้จากคลื่นวิทยุ-โทรทัศน์ จากสนามม้า สนามมวย สนามกอล์ฟ การให้เช่าที่ดินของทหาร ที่เรามองไม่เห็นส่งคืนกับคลัง เราสามารถสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ ขุดลอกคูคลอง เราเชื่อว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากได้ดีกว่านี้อีก อย่างไรก็ตามตนไม่ได้ต้องการให้ยกเลิกที่มาของรายได้เหล่านี้ แต่อยากให้ทำด้วยความโปร่งใส ก้าวแรกของการโปร่งใส คือต้องมีข้อมูลก่อน แม้วันนี้ตนจะลาออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีเพื่อนกรรมาธิการที่อยู่ในพรรคอนาคตใหม่ หากได้มาแล้วจะศึกษากันอย่างละเอียด และลองดูว่ากระทรวงกลาโหมจะให้คำตอบในเรื่องต่างๆเหล่านี้หรือไม่ และในวันที่ 1 ธ.ค.ตนจะไลฟ์สดเรื่องนี้อีกครั้ง

"อยากให้ลองย้อนหลังกับไปดูเกี่ยวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่แต่งตั้งโดย คสช.มี 250 คน มียศนายพลอยู่ในนั้น จำนวน 81 คน พบว่าสูงสุดมีทรัพย์สินสูงถึง 885 ล้านบาท และน้อยสุด 8.4 ล้านบาท หากเฉลี่ยตกคนละ 78 ล้านบาท และเฉลี่ยรายได้ต่อปีคนละ 12.7 ล้านบาท ถ้ารับราชการเป็นนายพลทั้งชีวิต ท่านจะมีทรัพย์สินได้ขนาดนี้หรือไม่" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวย้ำ

นายธนาธร กล่าวว่า กลุ่มอภิสิทธิ์ชนที่มีอำนาจอยู่ไม่อยากเห็นตนทำงานอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการชุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ตนจึงตัดสินใจลาออก แต่เราไม่จำเป็นจะต้องทำงานการเมืองผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพียงอย่างเดียว ตนไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่ออยากเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี ตนไม่ได้ต้องการยศถาบรรดาศักดิ์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตนไม่ได้อยากได้ แต่สิ่งที่ต้องการคือการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ทำให้สังคมไทยดีขึ้นน่าอยู่มากขึ้น แล้วส่งต่อสังคมแบบนั้นให้กับลูกหลานของเรา ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเราก็จะทำงานอย่างเต็มที่

"ผมคิดว่าภายใต้สภาวะการเมืองไทยที่เป็นอยู่แบบปัจจุบัน คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ เพื่อต่อต้านความอยุติธรรมในสังคม งานในสภา เราก็ยังคงทำงานอย่างหนักแน่น ผมจะยังสนับสนุน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่นำโดย อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อย่างเต็มที่ แต่การมีพื้นที่ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากเราฝันถึงความเปลี่ยนแปลง ทางเดียวที่เราจะร่วมเปลี่ยนแปลงได้ พื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ จำเป็นจะต้องถูกเปิดขึ้น มาช่วยกันเปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ๆ เพื่อการเปลี่ยนแปลง" นายธนาธร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top