วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
เคอร์ฟิวทั่วประเทศ
4ทุ่มถึงตี4เริ่ม3เม.ย./ชะลอต่างชาติเข้าไทย
ฝ่าฝืนคุก2ปี-ปรับ4หมื่น
‘บิ๊กตู่’ปลุกปชช.ร่วมมือ
ตายเพิ่มอีก3-ติดเชื้อ104
หลายจว.สั่งห้ามเข้า-ออก
ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด!นายกฯบังคับใช้พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินเต็มรูปแบบ ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เพื่อให้คนอยู่กับบ้านลดโควิด-19 แพร่ระบาด หลังผลสำรวจทางการแพทย์ระบุชัดมาตรการเว้นระยะห่าง 2 เมตร–ลดการเดินทางออกจากบ้านยังไม่น่าพอใจ ศบค.เผยติดเชื้อรายใหม่ 104 ยอดสะสม 1,875 ตายอีก 3 รวม 15 ราย น่าห่วงยอดยังแตะร้อย โดยเฉพาะในกทม.-นนทบุรี ต่างจังหวัดแนวโน้มเพิ่ม รวมถึงยังมีต่างชาติเข้าปท. สั่งเบรก 2-15 เมษายน ขณะที่หลายจังหวัดยกระดับล็อกดาวน์ขั้นสูงสุดอย่างยะลา-สตูล ห้ามเดินทางเข้าออกพื้นที่เด็ดขาด ภูเก็ตส่งนทท.กลับก่อนปิดน่านฟ้า 10 เม.ย.
เมื่อวันที่ 2เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค.แถลงสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ประจำวันว่า วันนี้มีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 505 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 104 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 1,875 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 รายได้แก่
ตายเพิ่ม3-ติดเชื้ออีก104คน
รายที่ 1 ผู้ป่วยชายอายุ 57ปี เดินทางกลับจากปากีสถานมาสุไหงโกหลก เสียชีวิตบนรถไฟ มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีบุคคลากรที่ทำงานบนรถไฟต้องกักตัว15 คน รายที่ 2 ชายไทย 77 ปี ชาวปัตตานีมีประวัติโรคถุงลมโป่งพองและเบาหวาน สัมผัสกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ และรายที่ 3 ชายไทย 55 ปี ขับรถสาธารณที่สนามบินสุวรรณภูมิ เดินทางไปจ.สุรินทร์ แล้วกลับมากทม. เริ่มป่วยวันที่ 18 มีนาคม ต่อมาอาการเหนื่อยจึงรับการรักษารพ.ในกทม. เสียชีวิตวันที่ 1 เมษายน รวมยอดเสียชีวิตสะสม 15 ราย
สำหรับผู้ป่วยโควิดรายใหม่ 104 ราย ได้แก่ กลุ่มที่ 1 มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน 60 ราย (สนามมวย 1 ราย สถานบันเทิง10 ราย กลับจากพิธีกรรมจากอินโดนีเซีย 10 ราย สัมผัสใกล้ชิด 40 ราย) กลุ่ม 2 ผู้ป่วยกลุ่มอื่น 36 ราย มีบุคลากรสาธารณสุข 2 ราย และกลุ่มที่ 3 อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 8 ราย
นายกฯสั่งชะลอต่างชาติเข้าปท.
นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ไทยยังพบผู้ป่วยชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมมีมาตรการชะลอการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยของคนต่างชาติและคนไทย ตั้งแต่วันที่ 2-15 เมษายน ยกเว้นคนที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนคนที่จำเป็นต้องกลับมาต้องติดต่อกับสถานทูตและปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด
ห่วงติดเชื้อกทม.-นนท์ยังพุ่ง
นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ติดเชื้อในกทม.และนนทบุรี มีแนวโน้มลดลง ส่วนต่างจังหวัดมีตัวเลขเพิ่มขึ้น อัตราการเพิ่มขึ้นต้องหาสาเหตุต่อไป โดยนายกฯห่วงใยว่า เมื่อไรตัวเลขผู้ติดเชื้อจะคงที่ หรือลดลงกว่าเดิม แม้ในกทม.และนนทบุรีจะดีกว่าเมื่อก่อน แต่ยังดีไม่พอ ยังเป็นระดับร้อยอยู่ นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคได้สำรวจประชาชน 77 จังหวัด 1.4 แสนคนผ่านระบบออนไลน์ เรื่องมาตรการป้องกันตัวเอง พบว่า ใส่หน้ากากอนามัย 94.03% ล้างมือบ่อย 90.47% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราต้องการ
จี้เพิ่มระยะห่าง2ม.-ลดเดินทาง
“ข้อที่น่ากังวลคือ การเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 1-2 เมตร มีเพียง 64.81% เท่านั้น เราเป็นห่วงและอยากให้ช่วยตรงนี้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านข้อมูล มาตรการแก้ปัญหาโรคติดเชื้อโควิด-19 ระบุว่า จากการสำรวจการเดินทางของประชาชนในวันธรรมดาลดลง 20-30% ซึ่งไม่น่าพอใจ จึงขอความร่วมมือนายจ้าง ผู้ประกอบการ ให้พิจารณาปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ลูกจ้างลดเดินทาง หรือลดความแออัด เพิ่มระยะห่าง ถ้ายังเปิดโรงงานและสถานประกอบการอยู่แน่นอนว่ามีความเสี่ยงที่ท่านต้องจัดการ”นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นายกฯสั่งฟันพวกท้าทายพรก.
และว่า นายกฯกำชับฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งบางพื้นที่ยังมีการเล่นการพนัน จึงต้องจับให้ได้ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง คนทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ และกรณี อสม.ไปขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามข้อบังคับอาจได้ความร่วมมือระดับหนึ่ง ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ไปร่วมกับ อสม.ด้วย จะได้ความร่วมมือมากขึ้น เพื่อไปเตือนคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และให้เกิดการบังคับใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่ออย่างเข้มข้น
เพิ่มความเข้มข้นคนไทยกลับปท.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเพิ่มมาตรการอย่างไร หลังมีผู้เสียชีวิตมาจากปากีสถาน ซึ่งผ่านมาตรการคัดกรองที่สนามบินมา นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การเดินทางก็ต้องขออนุญาตตามขั้นตอนคือ กักตัวที่ประเทศต้นทาง 14 วัน มีใบรับรองแพทย์ ก่อนขึ้นเครื่องต้องตรวจอุณหภูมิ หลังลงเครื่องก็ต้องคัดกรองที่สนามบินอีก เราทำมาตลอด แต่มีข้อหละหลวมมากมาย เช่น กักตัวที่ประเทศต้นทางก็ยากดูแล ระหว่างทางกินยาลดไข้ จึงเป็นที่มาของมาตรการชะลอหรือหยุดการเข้ามาประเทศไทย ซึ่งกต.จะทำมาตรการให้เข้มข้นขึ้นอีก เพื่อลดเจ็บป่วยและสูญเสีย
ทุ่มงบไม่อั้นจัดหาN95ให้หมอ
ส่วนกรณีมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ รัฐสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดในที่ประชุมนานพอสมควร ซึ่งนายกฯสั่งให้คาดการณ์ปริมาณไว้เลยว่าต้องใช้เท่าไร ให้สมมุติตัวเลขขึ้นมา จะสนับสนุนเต็มที่ โดยนายกฯตั้งงบประมาณจัดหาหน้ากาก N95 จำนวน 6 หมื่นชิ้นต่อวัน แต่ขณะนี้หน้ากากดังกล่าวเป็นที่ต้องการทั่วโลก การสั่งซื้อจากบริษัท 3M ก็ส่งมาให้เราไม่เพียงพอตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนจีนที่เราสั่งซื้อไป 2 ล้านชิ้น ก็ผลิตไม่ทัน เพียงแต่ส่งมาบ้างบางส่วน ดังนั้น ที่เราตั้งงบประมาณไว้ 6 หมื่นชิ้นต่อวันจะทำให้ดีที่สุด และจากเดิมที่ใช้ครั้งเดียวนั้น ตอนนี้กำลังคิดวิธีนำมาใช้ซ้ำให้ได้ 3 ครั้งด้วยวิธีทำความสะอาด อยู่ระหว่างพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญ สำหรับยาที่ต้องใช้รักษาสต็อกไว้ 5 หมื่นเม็ด สั่งญี่ปุ่น 4 หมื่นเม็ด และวันที่ 12 เมษายนจะรับจากจีนอีก 1 แสนเม็ด
“บิ๊กตู่”ถกศบค.จ่อ”เคอร์ฟิว”.
ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19หรือศบค.เพื่อติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภาพรวมที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง และทบทวนมาตรการต่างๆ
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังประกาศบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ยังพบจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นเดิมอาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทำให้นายกฯอาจต้องบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเต็มรูปแบบ ตามข้อเสนอจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) โดยเฉพาะการประกาศเคอร์ฟิว หรือห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถานทั่วประเทศในช่วง 22.00น.-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำร่องออกมาตรการปิดเมือง ด้วยการกำหนดช่วงเวลาห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานไปแล้วหลายจังหวัด ระหว่างนี้อาจให้เวลาประชาชนเตรียมตัวก่อน โดยนายกฯจะแถลงประกาศอย่างเป็นทางการด้วยตนเองผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ยกเว้นผู้จำเป็นต้องเดินทาง ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ การขนส่งเวชภัณฑ์ ขนส่งผู้ป่วย ขนส่งด้านพลังงาน และขนย้ายประชาชนสู่พื้นที่ควบคุม
สธ.เผย13จว.ยังไม่พบติดเชื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)รายงานข้อมูลวันที่ 2 เมษายน เวลา 10.00 น.พบ มี 13 จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภาคเหนือได้แก่ จ.น่าน ลำปาง กำแพงเพชรและจ. พิจิตร ภาคกลาง ได้แก่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรีและจ.อ่างทอง ภาคอีสาน ได้แก่ จ.บึงกาฬและจ.สกลนคร ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ตราด และภาคใต้ ได้แก่ จ.ระนอง พังงาและจ.สตูล
ทำเนียบฯผวาคนใกล้ชิดนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ต้องมาประสานงานที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงกรณีล่าสุดมีรายงานข่าวพบเจ้าหน้าที่ตัวแทนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่ประสานงานกับศบค.ที่ทำเนียบฯมีอาการไอ มีไข้ต่ำๆและอ่อนเพลีย ผลปรากฏว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นรายที่ 2 ที่พบติดเชื้อและเข้าทำเนียบฯ ล่าสุดนายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ศบค. ซึ่งมาร่วมประชุมและทำงานที่ศบค.ต่อเนื่องได้ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว โดยผลตรวจ 2 ครั้ง ไม่พบติดเชื้อ แต่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงได้กักตัวเองอยู่ที่บ้านแล้ว โดยทำงานประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และยังมีรายงานอีกว่านายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กักตัวสังเกตอาการที่บ้านมาแล้วกว่า 1 สัปดาห์ แต่ยังคงทำงานจากที่บ้านโดยตลอด ด้านนายกฯได้ตรวจร่างกายและวัดอุณหภูมิเป็นประจำ ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี ทำงานได้ตามปกติ
กัก6ตร.ตม.สัมผัสชายดับบนรถไฟ
ความคืบหน้าหลังชายวัย 57 ปีที่เพิ่งกลับจากปากีสถาน เสียชีวิตบนรถไฟที่สถานีทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างเดินทางกลับจ.นราธิวาส และผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางของชายคนดังกล่าวพบเดินทางเข้าประเทศไทยด้วยสายการบิน TG 350 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม เวลา 06.00 น. พร้อมผู้โดยสาร 279 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและคนไทยที่แจ้งความประสงค์ขอกลับบ้าน จากนั้นเดินทางไปสถานีรถไฟบางซื่อเพื่อกลับภูมิลำเนา กระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตที่สถานีทับสะแก จ.ประจวบครีขันธ์ เวลา 22.00 น. วันที่ 30 มีนาคม จากนั้น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบไทม์ไลน์เส้นทางทั้งหมด เพื่อหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ ตม. 6 คนเข้าสัมผัส ที่มีหน้าที่ประทับตรา ให้คำแนะนำ ซึ่งขณะนี้สั่งการกักตัวเรียบร้อยแล้ว ส่วนบุคคลอื่นอยู่ระหว่างประสานงานติดตามตัว
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)ยืนยันไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่หน้าที่ของตำรวจคือตรวจหลักฐาน อาทิ พาสปอร์ต วีซ่า อาชญากรรม ความมั่นคงเท่านั้น ก่อนถึงด่าน สตม.ผู้โดยสารทุกคนจะผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีกรมควบคุมโรคกำกับดูแล ซึ่งชายคนดังกล่าวผ่านทุกขั้นตอนตามระเบียบ และขณะตรวจไม่ได้มีอาการผิดปกติเข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 จึงปล่อยตัวเข้าประเทศ ส่วนจะเดินทางไปที่ไหนบ้าง และขณะที่อยู่ประเทศปากีสถานทำอะไรบ้าง อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ตม.
ปปช.กักตัวจนท.300รายเพิ่มคุมเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า หลังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งเคอร์ฟิว เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัด เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สำนักงาน ป.ป.ช.จึงปรับมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้เข้มขึ้น โดยนาย วรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ลงนามหนังสือด่วนที่สุด เรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 ถึงผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า ขณะนี้มีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่มีที่พัก และพักอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 จึงมีมาตรการ 2 ข้อคือ กรณีเจ้าหน้าที่ที่พักอาศัยในอาคารเดียวกับผู้ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลว่า บุคคลนั้นติดเชื้อโควิด-19 ให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นหยุดพัก กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน ซึ่งมีจำนวน 17 ราย 2. กรณีเจ้าหน้าที่ซึ่งปฎิบัติงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน ให้ผู้นั้นหยุดพัก กักตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการ 5 วัน มีจำนวนมากถึง 200-300 คน โดยมีผู้บริหารระดับสูงถูกกักตัวด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ป.ป.ช.เพิ่มมาตรการเข้มข้นขึ้น ล่าสุด การจัดประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ เปลี่ยนรูปแบบให้ประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอร์เร้นซ์ แยกห้องประชุมระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 7 คน กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้ารายงานคดี โดยจัดประชุมคนละชั้น
บิ๊กแดงสั่งมทภ.4ดูแลภูเก็ต
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร้นช์กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ ที่มีการรายงานผลภาพรวมปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนลดเชื้อโรคป้องกันไวรัส COVID-19 ในพื้นที่ กทม.และจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.เป็นห่วงบางพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ล่าสุดที่จ.ภูเก็ต มอบให้แม่ทัพภาคที่4 ประสานการสนับสนุนกับจังหวัดและตำรวจ ช่วยดูแลให้มาตรการป้องกันต่างๆของภาครัฐขับเคลื่อนไปภายใต้ความร่วมมือของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อมิให้การติดเชื้อขยายวงกว้างออกไปอีก
ส่งเยอรมันกลับก่อนปิดน่านฟ้า
สำหรับสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จ.ภูเก็ตนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตรายงานถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อล่าสุด มีผู้ป่วยแล้ว 87 ราย เป็นรายใหม่ 12 ราย หายกลับบ้าน 15 ราย กำลังรักษาอยู่ 72 ราย อาการรุนแรง 1 ราย สำหรับผู้ป่วยที่พบเพิ่มวันนี้ เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงใน ซ.บางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เช่นเดิม
ขณะที่เรืออากาศตรีธานี ช่วงชู ผอ.ท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า การอำนวยความสะดวกเที่ยวบินพิเศษนำผู้โดยสารสัญชาติเยอรมันกลับประเทศ สายการบิน Condor เที่ยวบินที่ DE8759 เวลาออก 10.10 น.เส้นทาง HKT-FRA ผู้โดยสาร 250 คน โดยวันนี้มีผู้โดยสารทยอยมาตั้งแถวรอเช็คอิน เจ้าหน้าที่สถานฑูตเยอรมันและเจ้าหน้าที่สายการบินตรวจสอบเอกสารการเดินทางและให้ข้อมูลผู้โดยสารก่อนเช็คอินเจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์ตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.ภูเก็ตออกคำสั่งให้ปิดทางเข้าออกจังหวัดทั้งทางบกและทางน้ำ ส่วนช่องทางอากาศกำหนดให้ปิดท่าอากาศยานภูเก็ต ตั้งแต่เวลา 00.01น.วันที่ 10- 30 เมษายน
ยะลาใช้มาตรการสูงสุดห้ามเข้าออก
ด้านนายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดยะลาออกประกาศเพิ่มเติมบังคับใช้มาตราการะงับการเดินทางเข้า-ออก จังหวัดยะลาของบุคคล และแนวทางสการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ-จุดสกัด ที่ข้ามเขตพื้นที่จ.ยะลาอย่างเคร่งครัว ป้องกันการแพร่ระบาด โดยกำหนดให้รถขนส่งสินค้าที่จะเดินทางข้ามเขตจ.ยะลา ต้องมีบัตรพนักงานของบริษัท มีใบกำกับสินค้าที่ใช้ขนส่ง ใบรับรองแพทย์ที่ออกไม่เกิน 48 ชั่วโมงจากโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชน ในการเข้า-ออก เมืองยะลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านตรวจ-จุดสกัด ถนนสาย 418 อ.แม่ลาน ปัตตานี- อ.เมืองยะลา บ้านคลองทรายในต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เส้นทางเข้าจ.ยะลา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองปฏิบัติหน้าที่ตรวจเข้ม คัดกรอง การเดินทางเข้า-ออก ในพื้นที่ เข้มงวดตามประกาศของจังหวัดที่ใช้มาตราการสูงสุด ระงับการเดินทางเข้าเขตจังหวัดยะลา บางรายไม่มีเอกสาร เจ้าหน้าที่ให้เดินทางกลับจังหวัดของตนเอง ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ เป็นไปตามประกาศอย่างเข้มงวด
สตูลห้ามข้ามเขตจว.
เช่นเดียวกับ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ออกคำสั่ง เรื่องมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีเนื้อหาโดยสรุปว่า จากการระบาดรวดเร็วรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19 และจังหวัตที่มีพื้นที่ติตกับจ.สตูลมีจำนวนผู้ปวยติดเชื้อจำนวนมาก ขณะที่จ.สตูลยังไม่มีผู้ป่วย แต่หากยังมีการเดินทางข้ามเขตจังหวัดโดยไม่จำเป็น จะทำให้การแพร่เชื้อของโรคแผ่ขยาย ลุกลามมากขึ้น ดังนั้น เพื่อระงับความเสียหายร้ายแรง จึงมีคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางเข้า - ออก ข้ามเขตจ.สดูล เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล การขนส่งสินค้าจำเป็น สินค้าอุปโภค - บริโภค อุปกรณ์เครื่องมือการแพทย์ ยานพาหนะเพื่อการกู้ชีพ กู้ภัยฉุกเฉิน รถพยาบาล และยานพาหนะของทางราชการ หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าผนักงานควบคุมโรคติดต่อเป็นกรณีไป ผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหรือเป็นความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โทษจำคุกไม่เกินสองปื หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบา หรือทั้งจำทั้งปรับ ตั้งแต่วันที่ 3-30 เมษายน
ขอนแก่นเจอรายที่4หญิงวัย70
ส่วนจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเผยว่า ได้รับการยืนยันผลตรวจในจ.ขอนแก่นมีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติมอีก 1 ราย ถือเป็นรายที่ 4 ของจังหวัด เป็นหญิงชาว จ.ขอนแก่น อายุ 70 ปี เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 27 มีนาคม จากนั้นอาการทรุดหนักลงและเข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ผลตรวจรอบแรกพบติดเชื้อ จากนั้นถูกส่งต่อรักษาที่รพ.ขอนแก่นผลตรวจยืนยันชัดเจน
“ขณะนี้ผู้ป่วยอยู่ในการดูแลของแพทย์ รพ.ขอนแก่น ตามขั้นตอนของการรักษา แต่ด้วยการที่ผู้ป่วยสูงอายุ ทีมแพทย์จึงมีความกังวลอย่างมาก ดังนั้นการรักษาตัวนั้นทีมแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เพราะผู้ป่วย 1 ราย จะต้องใช้ทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ 10 คน ดังนั้นการดำเนินการรักษานั้นจะต้องรัดกุม และเป็นไปตามขั้นตอนทั้งหมด” ผวจ.ขอนแก่น กล่าว
นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทีมสอบสวนโรค ได้เข้าพบผู้ป่วยแล้วเพื่อที่จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เพื่อที่จะสรุปลำดับขั้นตอนตามแนวทางการสืบสวนสอบสวน ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายรอข้อสรุปดังกล่าวอย่างละเอียด ซึ่งทางการจะแจ้งอีกครั้งว่าใครจะต้องเข้าพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่บ้าง เพื่อนำไปสู่แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคต่อไป
เปิดเนื้อหาเคอร์ฟิวส์ทั่วประเทศ
เวลา 18.00น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ออก “ข้อกำหนดฉบับที่2”มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3เมษายน2563 มีสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 1.ห้ามออกนอกเคหสถานทั่วประเทศระหว่าง 22.00น.ถึง 04.00น.ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้นผู้มีความจำเป็น หรือ เป็นผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้ ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์ การธนาคาร การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ หนังสือพิมพ์ การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง การขนส่งพัสดุภัณฑ์ การขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าหรือส่งออก การขนย้ายประชาชนไปสู่ที่เอกเทศเพื่อกักกันตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ การเข้าออกเวรทำงานผลัดกลางคืนตามปกติ หรือการเดินทางมาจากหรือไปยังท่าอากาศยาน โดยมีเอกสารรับรองความจำเป็นหรือเอกสารเกี่ยวกับสินค้าหรือการเดินทางและมีมาตรการป้องกันโรคตามข้อกำหนด (ฉบับที่1)
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆของทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ2 ในกรณีที่มีการประกาศหรือสั่ง ห้าม เตือน หรือแนะนำในลักษณะเดียวกับข้อ 1วรรคหนึ่ง สำหรับจังหวัด พื้นที่หรือสถานที่ใด โดยกำหนดเงื่อนหรือเงื่อนเวลาที่เข้มงวดหรือเคร่งครัดกว่าข้อกำหนดนี้ ให้ปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งนั้นต่อไปด้วย ข้อ3 ในกรณีที่ไม่อาจเคลื่อนย้ายบุคคลใด ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อออกไปนอกราชอาณาจักรได้ ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร จัดที่เอกเทศเพื่อควบคุมหรือกักกันบุคคลดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี