คุมเข้มใช้งบ4แสนล.
ปปท.แฉ!อปท.28แห่งส่อโกง
งัด4กฎเหล็กตรวจสอบเอาผิด
ศอตช.ประชุมขับเคลื่อนคุมเข้มใช้งบจากเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ป.ป.ท.งัด 4 กลไก เผยพบอปท. 28 แห่ง ใน 17 จังหวัด ส่อทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์สู้โควิด-19 มีพฤติกรรมจัดซื้อแพงเกินจริง-ไร้หลักฐานการสืบราคาหรือทำเอกสารเท็จ พร้อมเอาผิดทางวินัยและอาญาอย่างรวดเร็ว เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โดยมี พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ในฐานะเลขานุการ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เข้าร่วมการประชุม
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีวาระพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนงานตามกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2563 ตามที่สำนักงาน ป.ป.ท.เสนอ
โดยนายวิษณุ ด้กล่าวก่อนการประชุมว่า ศอตช.จะเป็นศูนย์กลางรับเรื่องราวร้องเรียนของประชาชนที่กล้ารายงานความไม่โปร่งใส โดยจะเป็นผู้ประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงเป็นศูนย์อำนวยการกลางในการบูรณาร่วมกับการบริหารอาทิสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ป.ป.ท. และที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร รวมถึงองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ซึ่งมีภารกิจหลัก 4 ด้าน ประกอบด้วย เป็นศูนย์กลางอำนวยกลาง บูรณาการด้านข้อมูล รับเรื่องร้องเรียน รวมถึงแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ขณะที่ พ.ต.ท.วันนพ กล่าวภายหลังการประชุมว่าทางสำนักงานป.ป.ท.ได้นำเสนอต่อ ศอตช.ถึงกลไกในการตรวจสอบ 4 ด้าน ในการเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณ 4แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เป็นไปอย่างมีคุณค่าและทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งกลไกดังนี้ 1.การเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส ซึ่งมีการกำหนดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแผนงานหรือโครงการนั้นๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณ และความคืบหน้าโครงการ 2.การป้องกันและลดโอกาสการทุจริตซึ่งกำหนดให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ต้องทำการประเมินและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริต ก่อนการดำเนินงานตามแผนงานต่างๆ โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต(ศปท.)เป็นผู้ขับเคลื่อน แล้วส่งให้ ศอตช.วิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะ 3.การตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย หรือได้รับแจ้งเบาะแสการทุจริต ซึ่งศอตช.จะตรวจสอบ ทั้งก่อน ระหว่าง และ หลังการดำเนินโครงการนั้นๆ และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานข้อเท็จจริงต่อ ศอตช. และ4.การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำผิด ตามมาตรการทางปกครอง วินัย และอาญา อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวอีกว่าขณะนี้ ป.ป.ท.ได้เปิดเว็บไซต์ www.pacc.go.th เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปดูว่าโครงการต่างๆของรัฐที่ใช้วงเงินงบประมาณดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร พร้อมใช้เป็นช่องทางรับแจ้งเบาะแสต่างๆ ถ้าประชาชนพบเห็นข้อพิรุธใดๆ หรือ สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณฯ ศอตช. สำนักงานป.ป.ท. ชั้น 23 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หมายเลขโทรศัพท์ 02-502-6670-80 ต่อ 4230 โทรศัพท์สายด่วน 1206 ซึ่งเราจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส สำหรับการตรวจสอบนั้น ป.ป.ท.จะบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆใน ศอตช. เข้าไปตรวจสอบแต่ละโครงการ
พ.ต.ท.วันนพ กล่าวอีกทั้งนี้ ป.ป.ท.ได้ตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์และวัสดุอุปกรณ์สำหรับการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)73หน่วยงานใน37 จังหวัด ซึ่งเราตรวจพบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างของ อปท. 28 แห่ง ใน 17 จังหวัด มีพฤติกรรม ที่แบ่ง เป็น 16 ประการ เช่น การจัดซื้ออุปกรณ์ในราคาสูงเกินจริง เมื่อเทียบกับราคาหรือคุณสมบัติของวัสดุในสถานการณ์นั้น การจัดซื้อโดยไม่มีหลักฐานการสืบราคา หรือทำเอกสารเท็จอ้างว่ามีการสืบราคา เป็นต้น
โดยส่วนใดเข้าข่ายความผิดทางอาญา เราได้ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งป.ป.ท.ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.แล้ว 3 สำนวน ส่วนเรื่องใดที่เป็นการกระทำผิดของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ป.ป.ท.จะส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้นั้นดำเนินการสอบสวนวินัยและทางปกครองต่อไป
ส่วนการที่อปท.บางแห่งแจกเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคโควิด-19มีความผิดหรือไม่ เลขาธิการป.ป.ท.กล่าวว่าที่ประชุม ศอตช.ได้หารือเรื่องนี้ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่าการแจกเงินช่วยเหลือดังกล่าว ต้องดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบ เป็นรายกรณี ต้องดูระเบียบดังกล่าวว่า อปท.สามารถให้เงินช่วยเหลือแก่ใครได้บ้าง มีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินอย่างไร แต่ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี