วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เลื่อนอ่านอุทธรณ์ "โมนา" อดีตผู้ประกวดสาวงาม โหดฆ่าฝังดิน น้องน้ำ สาวใช้วัย 15 เหตุเพื่อนสนิท “โมนา” ไม่มาตามนัดศาล ออกหมายจับ-ปรับนายประกัน นัดอ่านอีกครั้ง 6 ต.ค.เช้า
วันที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดี ดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ อายุ 47 ปี อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม จ.เพชรบุรี , น.ส.ปรารถนา หรือเม้า ท้วมทรัพย์ อายุ 35 ปี เพื่อนสนิทรุ่นน้อง และนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ อายุ 47 ปี พี่ชายและเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 และจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288
คดีนี้มารดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยเป็นเงิน 1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีด้วย
โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องสรุปความผิดว่า เมื่อช่วงเดือน ก.พ.- มี.ค.2555 น.ส.จริยา หรือน้องน้ำ อายุ 15 ปีเศษ ได้มาทำงานเป็นสาวรับใช้ ให้กับ น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ที่บ้านพัก หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. โดยช่วงต้นเดือน เม.ย. - วันที่ 12 เม.ย.2555 จำเลยที่ 1 ได้ใช้ของแข็งไม่มีคม เป็นกระป๋องสเปรย์ ยาวประมาณ 1 ฟุต ทุบตีที่ศีรษะ น.ส.จริยา หลายครั้งซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ ได้รับแรงกระแทก และยังใช้ท่อต่อพลาสติก เครื่องดูดฝุ่นทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตาย จากนั้นวันที่ 15 เม.ย.2555 จำเลยที่ 2 และ 3 ร่วมกัน เคลื่อนย้ายศพใส่ท้ายรถกระบะเดินทางมาที่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี และขุดหลุมฝังศพผู้ตายที่ใต้ต้นตาลข้างบ้านพักจำเลยที่1
จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพที่ถูกฟ้อง ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง
ขณะที่ นางจันทิรา ศรีศักดิ์ มารดาผู้ตายได้ยื่นคำร้อง ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2562 ว่า พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า โจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรสาว ของจำเลยที่ 1 ที่เห็นเหตุการณ์ทุบตีผู้ตายก่อนเสียชีวิต มาเบิกความ ซึ่งหากไม่เป็นความจริงบุตรสาวคงให้การถึงมารดาในพฤติการณ์ที่จะเป็นความผิดร้ายแรง
นอกจากนี้ยังมีคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนที่ให้การไว้ถึง 5 ครั้งโดยเป็นเหตุการณ์ที่ตรงกันหมดที่มีการทุบตีทำร้ายผู้ตาย จนมาเสียชีวิตภายหลัง ด้วยเหตุที่ว่าจำเลยที่ 1 เห็นว่าผู้ตายดื้อ ใช้อะไรก็ไม่ค่อยทำตาม ซึ่งจำเลยเป็นคนโมโหร้าย และยังเคยมีเหตุการณ์ทำร้ายจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจนบาดเจ็บ และทำร้ายแฟนหนุ่มของบุตรสาวจนหัวแตกเพราะไม่พอใจเรื่องการพาไปเที่ยว
การกระทำของจำเลยที่ 1 ในการใช้กระป๋องสเปรย์น้ำยาปรับอากาศที่มีน้ำยาอยู่ด้วยจึงมีน้ำหนักพอสมควร ไปทำร้ายผู้ตายด้วยการตีที่ศีรษะอย่างแรง และต่อมายังใช้ท่อข้อต่อพลาสติกเครื่องดูดฝุ่นตีตามร่างกายผู้ตายอีก รวมทั้งใช้เครื่องม้วนผมที่มีความร้อนจี้ตามลำตัวเป็นบาดแผลนั้น เป็นการเล็งเห็นผลว่าจะถึงแก่ความตายได้
จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและชดใช้ค่าเสียหายให้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มารดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.2555 เป็นต้นไป
ส่วนจำเลยที่ 2-3 มีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ให้จำคุกคนละ 2 ปี คำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน
ส่วนจำเลยที่ 3 รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี โดยไม่รอการลงโทษอัยการโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์
ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว น.ส.กฤษณา หรือโมนา มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ส่วนนายปราโมทย์ จำเลยที่ 3 ได้รับการประกันตัว ระหว่างอุทธรณ์คดี เดินทางมาฟังคำพิพากษา ขณะที่น.ส.ปรารถนา จำเลยที่ 2 ซึ่งได้ประกันตัวไม่ได้เดินทางมาศาล
นอกจากนี้มารดาผู้ตายและ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีก็ร่วมเดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมีตำรวจกองปราบปราม 3 รายติดตามมาดูแลความปลอดภัย
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลา ปรากฏว่า วันนี้ น.ส. ปรารถนา จำเลยที่ 2 ซึ่งทราบนัดโดยชอบแล้ว ไม่มาศาล ถือว่า มีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน และเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นวันที่ 6 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ด้าน นางจันทิรา ศรีศักดิ์ มารดาน้องน้ำ บุตรสาวที่เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองรู้สึกกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย มาตลอด จากการที่อยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ส่วนคดีนี้ตนยังรู้สึกเสียใจที่ลูกสาวเสียชีวิต แต่ก็พอใจตั้งแต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต .
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี