546.jpg
ศบค.อนุมัติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำเพื่อสุขภาพ ไม่เกี่ยวกับม็อบ

ศบค.อนุมัติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำเพื่อสุขภาพ ไม่เกี่ยวกับม็อบ

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 17.44 น.

ศบค.อนุมัติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ย้ำเพื่อสุขภาพ ไม่เกี่ยวกับม็อบ

เมื่อเวลา 15.35 น.วันที่ 21 ตุลาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. แถลงผลการประชุม ศบค.ว่า มติในที่ประชุม ศบค. ได้พิจารณาให้จัดทำข้อเสนอ เห็นควรเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาขยายระยะเวลาของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักรเป็นคราวที่ 7 เรียกว่าเป็นการต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ที่มีการขยายเวลาแบบเดือนต่อเดือนมาตลอด 7 เดือน เนื่องจากความจำเป็นในการเชื่อมต่อระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และยังไม่มีกฎหมายใดครอบคลุมได้ ส่วนกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)โรคติดต่อ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไข ยังต้องผ่านกระบวนการการต่าง ๆ


“พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถช่วยให้เราใช้จ่ายงบประมาณ นำมาสู่การดูแลผู้อยู่ในสถานกักกันของรัฐ( State Quarantine) ที่เราดูแลกันไปกว่าแสนคนที่เป็นคนไม่ป่วย แต่ พ.ร.บ.โรคติดต่อ สามารถใช้กักตัวเฉพาะคนที่ป่วย ดังนั้นเป็นความแตกต่าง และมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด โดยมาตราใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ มาตรา 9 ที่เราใช้ควบคุมโรคต่างจากมาตรา 11 ที่ใช้ในสถานการณ์ควบคุมฝูงชน เรื่องนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพจริงๆ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top