546.jpg
ถอนฟ้อง‘รังสิมันต์’ไล่คสช.ปี61 ได้ทีโชว์ฝีปากสับตร.ใช้‘ม.116’มุ่งป้องรัฐบาล

ถอนฟ้อง‘รังสิมันต์’ไล่คสช.ปี61 ได้ทีโชว์ฝีปากสับตร.ใช้‘ม.116’มุ่งป้องรัฐบาล

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.03 น.

คดีจบ! ศาลอนุญาตให้อัยการถอนฟ้อง “รังสิมันต์” นำคนอยากเลือกตั้งไล่รัฐบาล คสช. 10 ก.พ.2561 เหตุจำเลยอื่นยกฟ้องหมดแล้ว เจ้าตัวถามตำรวจใช้ “ม.116” ไม่สนแนวทางศาลพิจารณา มุ่งปกป้องรัฐบาล ความน่าเชื่อถือไม่มี

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 ธันวาคม 2563 ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความคดีแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด RDN50 หมายเลขดำ อ.1197/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นจำเลย ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558


กรณีเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561จำเลยกับพวก จัดชุมนุมขับไล่และเรียกร้องขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม (ขณะนั้น) ลาออก และให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 และต่อต้านรัฐบาล คสช. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

วันนี้ อัยการโจทก์ , นายรังสิมันต์ จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาคดีนี้ อัยการได้ยื่นขอถอนฟ้องนายรังสิมันต์ จำเลย ต่อศาล เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 ศาลมีคำสั่งให้นำคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 มารวมพิจารณาเข้ากับสำนวนคดีนี้ เนื่องจากทั้ง 2 คดี เหตุเกิดในวันเดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้แยกการพิจารณาคดีในส่วนของนายรังสิมันต์ จำเลยที่ 1 กับคดีของจำเลยที่ 2-7 ออกจากกัน

ต่อมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2-7 ในคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 โจทก์ไม่อุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดได้ชี้ขาดความเห็นแย้งไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วว่า การกระทำของจำเลยที่ 2-7 พวกของจำเลยไม่เป็นความผิด เมื่อจำเลยคดีนี้ถูกฟ้องว่า ร่วมกระทำความผิดฐานเดียวกันกับจำเลยที่ 2-7 ในคดีดังกล่าว วันและเวลาเกิดเหตุเป็นวันเดียวกัน มีมูลเหตุคดีมาจากเหตุเดียวกัน และมีพยานหลักฐานที่โจทก์ใช้ในการสืบพยานชุดเดียวกัน ถือเป็นเหตุลักษณะคดี อัยการโจทก์จึงขอถอนฟ้องนายรังสิมันต์ จำเลยคดีนี้ออกจากสารบบความ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ถอนฟ้องจำเลยได้ และให้จำหน่ายออกจากสารบบความ

ภายหลัง นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้เดิมมีจำเลย 7 คน แต่ตนเป็น ส.ส. ในช่วงประชุมสภา จะพิจารณาคดีในสมัยประชุมไม่ได้ ทางศาลเลยแยกตนออกมาพิจารณา ทำให้อีกทั้ง 6 คนถูกพิจารณาไปก่อน และมีผลคำพิพากษา ยกฟ้องจำเลย ทางอัยการโจทก์ จึงตัดสินใจถอนฟ้องตน  เพราะคดีก่อนหน้านี้ 6 คน ศาลยกฟ้องไปแล้ว และจำหน่ายออกจากสารบบ

นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ธันวาคม นี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้  นัดอ่านพิพากษาคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ชุด MBK39 กรณีชุมนุมบริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2561ด้วย

“อดคิดไม่ได้ว่าคดีที่เราโดนเนื้อหาคดีอาญาเกี่ยวกับมาตรา 116 ในยุคปัจจุบันเป็นมาตรายอดฮิต แต่คดีที่ใช้มาตรา 116 แล้วตัดสินเป็นโทษมีสักกี่คดี ส่วนใหญ่คนที่เป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งรอดหมด แล้วทำไมเราถึงยังใช้มาตรา 116 ในลักษณะคดีแบบเดิม เหมือนกับทางตำรวจไม่สนใจเลยว่าการใช้มาตรา 116 เป็นไปตามแนวทางที่ศาลพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ทำให้สุดท้ายอดคิดไม่ได้ว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปเพื่อให้เป็นภาระทางคดี ต้องมาขึ้นศาล อยากให้ตำรวจคิดให้ดีว่าการดำเนินคดีแบบนี้ มีแต่ทำให้คนตั้งคำถามต่อกระบวนการที่เกิดขึ้นว่ามีความมุ่งหมายในการปกป้องรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้ความน่าเชื่อถือของพนักงานสอบสวนก็จะไม่มี” นายรังสิมันต์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมคดีนี้มีจำเลยรวมทั้งหมด 7 คน มีนายรังสิมันต์ เป็นจำเลยที่ 1 ต่อมานายรังสิมันต์ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในสมัยประชุมสภา ทำให้มีการแยกสำนวนพิจารณาคดีออกจากกัน โดยนำจำเลยอีก 6 คน ไปเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด คดีดังกล่าวศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยไปเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2562 ซึ่งอัยการไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีถึงที่สุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top