533.jpg
เรื่องใหญ่แล้ว! 'ชวน'โดดลุยเองตร.สภาปะทะผู้ติดตาม'ธรรมนัส' คาใจทำไมต้องขอโทษ

เรื่องใหญ่แล้ว! 'ชวน'โดดลุยเองตร.สภาปะทะผู้ติดตาม'ธรรมนัส' คาใจทำไมต้องขอโทษ

วันพุธ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 16.10 น.

"ตร.สภา"แจงไทม์ไลน์เหตุการณ์ กระทบกระทั่งผู้ติดตาม"ธรรมนัส" รับ"2 ผอ.หญิง"พาขอโทษโดยไม่ได้สมัครใจ ยันทำหน้าที่ตามกฎระเบียบคุมเข้มโควิด ด้าน"ปธ.ชวน"ข้องใจ ถาม"2 ผอ.หญิง"ทำไมต้องให้ตร.ขอโทษ ทั้งๆที่ทำหน้าหน้าที่ ไม่ได้ทำผิด

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์การปะทะระหว่างตำรวจรัฐสภา และทีมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เกิดขึ้นบริเวณอาคารบี 2 ห้องโถงกลาง ซึ่งเป็นทางขึ้นไปยังห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของบรรดาสมาชิกรัฐสภา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันที่ 31 พ.ค.ซึ่งเป็นวันแรกในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 เป็นวันแรก ซึ่งบริเวณจุดดังกล่าวมีการติดป้ายไว้ว่า "ทางเข้าเฉพาะ ส.ส. ส.ว.เท่านั้น ผู้ติดตามและบุคคลภายนอกห้ามเข้า" และ "เฉพาะสมาชิกเท่านั้น" เพื่อป้องกันความวุ่นวาย และเป็นมาตรการป้องกันโควิด-19 ของสภาผู้แทนราษฎร


ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกเรียกให้ไปขอโทษ ร.อ.ธรรมนัส เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยนายชวน เรียกพบ 2 ครั้ง ช่วงแรกเวลา 20.00 น.เรียกไปให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากถือว่าเคร่งครัดตามกฎระเบียบที่ได้บังคับเอาไว้ในการป้องกันโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 22.00 น.ภายหลังทำหน้าที่ประธานในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว นายชวนก็ได้เรียกตำรวจคนดังกล่าวมาสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยตำรวจคนดังกล่าวเล่าว่า ในวันดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัสมี ผู้ติดตามมา 5 คน และ 1 คน ไม่ได้ติดบัตร จึงทำให้ตำรวจสภาได้แจ้งให้ติดบัตร และขอให้ผู้ติดตามไปเข้าประตูทางด้านอื่น เพราะพื้นที่ตรงนั้นถือเป็นพื้นที่หวงห้าม และให้เข้าได้เฉพาะ ครม.และสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แต่ผู้ติดตาม ร.อ.ธรรมนัส ยังยืนยันที่จะเดินเข้าไปด้วย จนมีการถกเถียงกับตำรวจสภา

ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ที่เดินนำหน้าไปก่อนหน้านั้น ได้หันมามองด้วยอาการไม่พอใจ พร้อมกับพูดว่า "จะเอาอะไรกันนักหนา เพราะปกติก็เข้าได้ทุกวัน" ตำรวจสภารายนั้นแจ้งว่า "ห้ามคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นมาตรการเข้มข้นของท่านประธาน เพราะเป็นช่วงโควิด" ร.อ.ธรรมนัสจึงถามกลับอย่างมีอารมณ์ว่า "ประธานคนไหน ใครสั่ง" ตำรวจจึงอ้างชื่อ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส ถึงกลับนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ยังให้ทั้ง 5 คน ขึ้นบันไดเลื่อนไปห้องชั้น 2 โดยขณะนั้นมีข้าราชการหญิงระดับผู้อำนวยการ (ผอ.) 2 คน รออยู่บริเวณชั้นสอง และจากนั้นก็มีการประสานมาให้ตำรวจสภาคนดังกล่าวขึ้นไปขอโทษ ร.อ.ธรรมนัส

นายตำรวจคนดังกล่าว แจ้งกับนายชวนว่า บุคลิกของตนเองพูดเสียงดัง ไม่ได้ตั้งใจก้าวร้าว และเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ก็ได้มีการประสานให้ตนเข้าไปขอโทษ ร.อ.ธรรมนัส ที่นั่งรออยู่ที่โซฟาหน้าห้องประชุม และ ผอ.ผู้หญิงที่อยู่ในที่นั้นด้วยได้แจ้งกับตำรวจคนดังกล่าวว่า "อย่ายืนค้ำหัวท่าน" ทำให้ตำรวจต้องคุกเข่า และก็ได้ยกมือขอโทษ ซึ่งเหตุการณ์นี้ ส.ส.คนอื่นๆ ที่อยู่รอบห้องประชุมสภาก็เห็น ซึ่งนายชวนให้ตำรวจเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะเห็นว่ามีข้าราชการสภาฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ เมื่อ ผอ.หญิงทั้ง 2 คน ทราบว่า นายชวนเรียกตำรวจที่มีเรื่องเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง ก็พยายามมาดักรอหน้าห้องพักนายชวน เพื่อขอเข้าไปชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้าง ทั้งๆ ที่นายชวนไม่ได้เรียก แต่เมื่อนายชวนทราบว่าทั้ง 2 คนมาพบ ก็เรียกเข้าไปคุย และได้ตำหนิพฤติกรรมข้าราชการหญิงดังกล่าว และยืนยันว่า "จากการสอบถามแล้วตำรวจไม่ได้ผิด เหตุใดต้องให้ตำรวจเข้าไปขอโทษ เพราะตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามกฎระเบียบที่ประธานรัฐสภากำชับไว้"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top