546.jpg
นายกฯลงพื้นที่สกลนคร ตามงานรบ.ขจัดความยากจน 15 มิ.ย.นี้

นายกฯลงพื้นที่สกลนคร ตามงานรบ.ขจัดความยากจน 15 มิ.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 20.20 น.

นายกฯลงพื้นที่สกลนครพรุ่งนี้ (15มิ.ย.) ตามงานรบ.ขจัดความยากจน ขณะที่สำนักโฆษกฯนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลและผลการร่วมพัฒนาพื้นที่ของชุมชน จ.สกลนคร ตามนโยบายของรัฐบาล ก่อนนายกรัฐมนตรีลงพื้น

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ฟ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการ ที่จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 15 มิถุนายน 2565 โดยมีกำหนดการดังนี้


ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TPMAP)  และความก้าวหน้าการเป็นศูนย์กลางสมุนไพร ณ โรงพยาบาลพระอาจารย์ฟั่น อาจาโร อำเภอพรรณนานิคม โดยนายกรัฐมนตรีจะรับฟังบรรยายสรุประบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า และมอบบ้านที่ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กับตัวแทนกลุ่มครัวเรือนตามเป้าหมาย TPMAP จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมโครงการพระราชดำริ ของจังหวัดสกลนครร่วมกับผู้แทนเครือข่ายเกษตรที่ร่วมในโครงการฯ ณ ศูนย์การพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองสกลนคร

ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี กำหนดตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานด้านเกษตรมูลค่าสูง ณ บ้านท่าเยี่ยม อำเภอเมืองสกลนคร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนโพนยางคำ พร้อมพบปะให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนภูไท และเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนโพนยางคำ และในช่วงเย็นก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมร้านค้าและพบปะผู้ผลิตย้อมครามสกล ณ ถนนผ้าคราม

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า เป้าหมายการตรวจราชการของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องการขจัดความยากจนและการพัฒนาคนทุกช่วงทุกวัยของจังหวัดสกลนคร เพื่อขับเคลื่อนให้ผลการดำเนินงานสำเร็จเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย  โดยในปี พ.ศ. 2565 จังหวัดสกลนครมีจำนวนประชากรรวม 1.14  ล้านคน เป็นจำนวนประชาชนตามเป้าหมาย TPMAP จำนวน 12,261 คน ลดลงจากปี พ.ศ. 2561 ซึ่งมีจำนวน 22,922 คน แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ส่งผลให้จำนวนประชาชนตามเป้าหมาย TPMAP ของจังหวัดสกลนครมีแนวโน้มลดลง

นอกจากนี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดสกลนครเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลและผลการร่วมพัฒนาพื้นที่ของชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจังหวัดสกลนคร มีความอุดมสมบูรณ์ในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีศักยภาพสูงในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ประชาชนและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด เมือง 3 ธรรม ได้แก่ เมืองแห่งธรรมะ เมืองแห่งธรรมชาติ และเมืองแห่งวัฒนธรรม เช่น วัดถ้ำผาแด่น บ้านดงน้อย ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นวัดที่มีความสวยงาม เป็นแหล่งรวมงานประติมากรรมพุทธศาสนา และการแกะสลักหินทรายขนาดใหญ่ให้เป็นเรื่องราวต่างๆ เช่น ภาพแกะสลักหินทรายพระพุทธสีหไสยาสน์ เป็นต้น รวมไปถึง สวนดอกไม้และต้นไม้ต่างๆ และองค์พญานาคปรกขนาดใหญ่ ที่มีรูปปั้นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่ใต้เศียรพญานาค โดยหลวงพ่อปกรณ์ กนุตวิโร พระนักพัฒนาผู้ริเริ่มพัฒนาวัดได้แรงบันดาลใจ ความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนร่วมกันพัฒนาวัด จนเป็นที่สถานท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน

ทั้งนี้ คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามสกลนคร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นการฟื้นฟูและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นในการย้อมผ้าครามให้ได้มาตรฐาน โดยมีการปลูกต้นครามเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบประกอบการย้อมสีครามครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนมีชื่อเสียง เป็นเอกลักษณ์ สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชน โดยการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน ศิลปิน ผู้ประกอบการ คนรุ่นใหม่เน้นความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกระตุ้นเศรษฐกิจ  ซึ่งผ้าย้อมครามสกลนครได้รับการขึ้นทะเบียน GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อปี พ.ศ.2549 และสภาหัตถศิลป์โลก (World Crafts Council) ได้รับรองให้จังหวัดสกลนคร เป็น “นครหัตถศิลป์โลก เจ้าแห่งครามธรรมชาติ” (World Craft City for Natural Indigo) เมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยเป็นหนึ่งในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองนี้ ทั้งนี้ แบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิ Louis Vuitton และ Christian Dior ได้นำผ้าครามไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ด้วย

พร้อมกันนี้ คณะสื่อมวลชนได้ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์การศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร มีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่ทำการศึกษา ทดลอง แบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการพัฒนาที่ดินการพัฒนาแหล่งน้ำ การฟื้นฟูสภาพป่า การวางแผนปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การพัฒนาการเกษตรและการส่งเสริมอาชีพในครัวเรือน นำผลสำเร็จจากการศึกษาทดลองวิจัยไปขยายผลสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์ศึกษการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำหน้าที่เสมือนเป็น "พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติที่มีชีวิต" (LIVING NATURAL MUSEUM) เพื่อเป็นตัวอย่างแห่งด้านการเกษตรกรรม เป็นระบบบริการเบ็ดเสร็จที่จุดเดียว (ONE STOP SERVICE FOR THE FARMERS) เป็นศูนย์เรียนรู้ให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้ได้จากสภาพพื้นที่นำไปประยุกต์ใช้ชีวิตประจำวัน พัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
จะส่งผลให้ประชาชนและประเทศชาติดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

"การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อลงพื้นที่จริงรับฟังข้อมูล ผลการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ก่อนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (15 มิถุนายน 2565) โดยมุ่งเน้นติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัย" นายธนกร กล่าว

-001

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top