533.jpg
'บิ๊กตู่'อารมณ์ดีแล้ว ควง'พีระพันธุ์'เที่ยวชมร้านแวะ'กินรถด่วน-เขียดทอด'

'บิ๊กตู่'อารมณ์ดีแล้ว ควง'พีระพันธุ์'เที่ยวชมร้านแวะ'กินรถด่วน-เขียดทอด'

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.52 น.

"บิ๊กตู่"ยืนยันรัฐบาลทำเต็มที่ดูแล ปชช. ขอรักสามัคคี อย่าทำประเทศบอบช้ำไปมากกว่านี้ ช่วยดูแลลูกหลาน อย่าให้ผ้าขาวเปอะเปื้อน ควง ‘พีระพันธุ์’ เที่ยวชมร้านบริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์แวะกินรถด่วน-เขียดทอด บอก ‘กินทุกอย่างที่พูดไม่ได้’

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 26 ธ.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  เดินทางถึงองค์พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งยังใช้รถประจำตำแหน่ง หมายเลขทะเบียน 4 กต 29  กรุงเทพมหานคร โดยมีประชาชนยืนรอให้การต้อนรับ ขณะที่นายกฯเดินทักทาย รับดอกกุหลาบพร้อมถ่ายเซลฟี่ร่วมกับประชาชน โดยประชาชนพูดว่า “นายกฯสู้ๆ” , “รักลุงตู่” , “ลุงตู่ forever”  อย่างไรก็ตามเมื่อนายกฯ เดินผ่านกลุ่มสื่อมวลชน ได้ถอดหน้ากากอนามัยและส่งยิ้มหวาน พร้อมยกมือรับไหว้ ผิดกับช่วงเช้าที่แสดงอารมณ์หงุดหงิด ภายหลังทราบฉายาที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: 'รทสช.'พรึ่บ! ต้อนรับ'บิ๊กตู่'ลงนครปฐมครั้งแรก หลังประกาศแคนดิเดตนายกฯ)


จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปยังเวทีกลางบริเวณพิธีเปิดงานชมแสดงชุด "ระบำภูษาปูรณะฎาศรีทวารวดี" โดยศูนย์วัฒนธรรม ต.ลำเหย ชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ชุด "พระรามตามวาง"โดยวิทยาลัยนาฎศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผวจ.นครปฐม กล่าวรายงาน

นายกฯ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้มาในฐานะนายกฯ รู้สึกยินดี และตั้งแต่เดินเข้ามาเห็นคนจำนวนมากก็ต่างคนต่างเป็นกำลังใจให้กันและกัน ในฐานะตนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในเวลานี้ ทุกคนในรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชนให้มีความก้าวหน้าเท่าเทียม ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพด้วยเราจะพัฒนาอย่างไรร่วมกับรัฐบาลในทุกมิติ วันนี้ยินดีที่ได้เป็นเกียรติมาเปิดงานครั้งที่ 19 ประจำปี 2566 นครปฐมจัดงานนี้ขึ้นมาเป็นการสร้างจิตสำนึกของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่ออาณาประชาราษฎร์ ตลอดจนเป็นการดำเนินงานของรัฐบาลในการส่งเสริมวัฒนธรรม สืบสานมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ดำรงอยู่ให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกกิจกรรมทางวัฒนธรรมของไทย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 โดยใช้วัฒนธรรมเป็นศูนย์กลาง

นายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเรื่องโควิดต่างๆ ขอให้ทุกคนระวังตัวอย่างที่สุดต้องเว้นระยะห่าง และขอให้มีความสุขก็แล้วกัน ทุกคนต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน รักสามัคคีกันเผื่อแผ่แบ่งปันความรัก แบ่งปันรายได้อะไรต่างๆให้ทั่วถึงกัน นี่คือประเทศไทยของเราอันเป็นที่รักยิ่ง ดินแดนแห่งขวานทอง และเราก็เป็นส่วนหนึ่งในขวามเล่มนี้ ทุกคนต้องรักสามัคคี ต้องอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารอันนี้ เป็นสิ่งที่ตนฝากไว้ ความรักความสามัคคีและความยึดมั่นในแกนหลัก 3 ประการของเราคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันนั้นสำคัญยิ่งสำหรับพวกเรา ซึ่งเราทราบประวัติศาสตร์ดีอยู่แล้วว่าเราเป็นมาอย่างไรประเทศเป็นมาอย่างไร ประวัติศาสตร์ชาติไทยเป็นอย่างไร มีหลายยุคหลายสมัยกี่ร้อยปีแล้ว ต้องสำนึกเสมอว่าเรามีทุกวันได้เพราะคนไทยด้วยกันและสถาบันกษัตริย์ทรงทำไว้แล้ว สืบสาน รักษาต่อยอด ไปสู่ลูกหลานของเรา

นายกฯ กล่าวอีกว่า การที่เราจะทำอะไรให้เจริญเติบโตเหมือนกับการปลูกต้นไม้ ปลูกตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนโต รักษาไม่ให้แมลงกัดกินจนตาย เราต้องช่วยกันดูแล คนเราก็เหมือนกัน ลูกหลานเราทั้งหมดนั่นคือคนที่ต้องฟูมฟักทะนุถนอม ต้องเลี้ยงดูสั่งสอน เพราะตนเคยพูดแล้วเด็กนั้นคือผ้าขาวที่สะอาด เป็นด้ายเป็นไหม เป็นฝ้ายที่สะอาดอยู่ ฉะนั้นอย่าทำให้เปอะเปื้อน โดยอย่างใดก็แล้วแต่ เมื่อสู่การถักทอแล้วก็จะเป็นถุงผ้าที่สวยงามมีความหลากหลาย เช่น ลายเสื้อของตนที่ใส่วันนี้ ใส่แล้วรู้สึกโก้ขึ้นมาทันที เดินเข้ามาพวกใส่เยอะเลย ใส่คล้ายๆกัน นี่คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเรา ฉะนั้นอย่าทำลายสิ่งดีๆที่มีอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามยิ่งยวดให้มีเสถียรภาพ ตนไม่อาจจะกล่าวอ้างว่าดีทั้งหมด แต่หลายอย่างก็ฟื้นคืนมาเยอะแยะแล้วในขณะนี้

"เราอาจจะโชคดีที่พวกเราร่วมมือกันทำในหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งในหลายประเทศทำไม่ได้ในเรื่องโควิดซึ่งเราทำได้ดี ได้รับคำชื่นชม วันนี้ไม่อยากบอกเป็นเพราะนายกฯ แต่เป็นเพราะพวกเราทุกคน คนไทยทุกคน เมื่อยามศึกเรารบ ยามสงบเราก็พัฒนา นั่นคือสิ่งที่เราต้องคิดไปร่วมกัน เพราะเราคือมาจากประวัติศาสตร์ พื้นที่รากฐานวันนี้เป็นดินแดนแห่งยุคสมัยหนึ่งที่เรามีความเฟื่องฟูมากในอารยธรรมที่สูงยิ่งในช่วงที่ผ่านมา การที่เราเดินหน้าไปสู่อนาคตต้องเดินด้วยความมั่นคงทุกก้าวย่าง เดินด้วยความมั่นใจปลอดภัย ร่วมมือด้วยความมีจิตเผื่อแผ่สาธารณะ"นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งสำคัญที่ต้องฝากคนไทยทุกคน ขอฝากไว้แค่นั้น และพยายามเข้าใจมีหลักคิดในการมีทัศนคติที่ดีต่อประเทศของเราอย่าให้ประเทศต้องบอบช้ำไปกว่านี้อีกเลย อย่างในอดีตที่ผ่านมา วันนี้พยายามอย่างยิ่งยวดในการทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปสู่อนาคต หลายอย่างจะดีขึ้นในหลายปีข้างหน้า หลายๆอย่างอาจไม่ทันใจแต่ก็เป็นสิ่งที่เราวางอนาคตไว้ให้พวกท่าน ฉะนั้นขอฝากความหวังไว้กับพวกเราด้วย วันนี้เนื่องในโอกาสมางานนี้ ประทับใจในการต้อนรับของคนทุกช่วงวัยที่นี่แหละคือประเทศไทย มีคนหลายรุ่นหลายยุคหลายสมัย หลายอายุ หลายอาชีพ หลายรายได้ ฉะนั้นเราต้องรักกัน ต้องมีจิตสาธารณะ ทำใจให้เป็นกุศล ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเที่ยวงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ประชาชนต่อไป ขอให้ช่วยกันแล้วกัน

จากนั้นนายกฯ ลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง ทำพิธีเปิดงาน ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพบปะประชาชน ผู้ประกอบการร้านค้า

ต่อมาเวลา 18.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  เลขาธิการนายก รัฐมนตรีและหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินเยี่ยมชมและทักทาย บรรดาร้านค้ามาออกร้านขายของ ที่บริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์อย่างอารมณ์ดี  โดยระหว่างเดินนายกฯ ได้แวะชิมอาหารหลายอย่าง อาทิเกาลัด รถด่วนทอด เขียดทอด และลูกชิ้นทอด พร้อมชมว่า “น้ำจิ้มอร่อย  ขอให้ขายให้หมด กินทุกอย่างที่พูดไม่ได้ตนกินหมด” จากนั้นก่อนขึ้นนายกฯ กล่าว อวยพรปีใหม่ว่าขอให้มีความสุขทุกคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินเยี่ยม ชมร้านค้าของนายกฯและนายพีระพันธุ์ เป็นที่น่าสังเกตว่า นายเอกนัฐ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครทสช.  ไม่ได้ร่วมเดินด้วย แต่มารอส่งขึ้นรถที่ปลายทาง คาดว่าระมัดระวังสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

-001

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top