546.jpg
ด้อมส้มพรึ่บ! ‘พิธา’นำ‘149ส.ส.ก้าวไกล’รายงานตัว มั่นใจเส้นทาง‘ตั้งรัฐบาล’ไม่สะดุด

ด้อมส้มพรึ่บ! ‘พิธา’นำ‘149ส.ส.ก้าวไกล’รายงานตัว มั่นใจเส้นทาง‘ตั้งรัฐบาล’ไม่สะดุด

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.49 น.

"พิธา"นำ"149 ส.ส.ก้าวไกล"รายงานตัวต่อสภาฯ ด้อมส้มแฟนคลับ-กองทัพสื่อพรึ่บ เปิดฉากซัด ส.ว.อย่าขืนมติปชช.-ใช้ข้ออ้าง ม.112 ขวางนั่งนายกฯ ขู่หากยังฝืนเท่ากับดึงสถาบันชนกับประชาชน ไม่หนักใจปมศาล รธน.เตรียมพิจารณาการแก้ ม.112 มั่นใจเส้นทาง"ตั้งรัฐบาล"ไม่สะดุด

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้า และแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล นำ 149 ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ โดยได้เดินทางมาพร้อมกันเป็นคณะ ด้วยรถโดยสารไม่ประจำทางมาจอดบริเวณหน้าประตูทางเข้ารัฐสภาฝั่ง ส.ส.และเดินนำ ส.ส.มาด้วยตัวเอง โดยนายพิธา และ ส.ส.ของพรรคได้สวมเสื้อยืดสีขาวไว้ข้างในสกรีนข้อความระบุว่า “เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน” ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวจำนวนมาก และบรรดาข้าราชการสภาฯ นักศึกษาฝึกงาน ที่ต่างให้ความสนใจมาติดตามเฝ้าดู ตลอดจนแม่บ้านรัฐสภานำป้าย “ยินดีต้อนรับ” มาคอยถ่ายรูปกับ ส.ส.ของพรรคก้าวไกล อีกด้วย


จากนั้นในเวลา 10.00 น.นายพิธา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวว่า ตัวเลข ส.ส.ไม่สำคัญเท่ากับการตั้งใจเข้ามาเป็น ส.ส.ให้สมกับได้รับเลือกมา โดยพรรคมีกฎหมายก้าวหน้าที่สำคัญเพื่อประชาชน เช่น กฎหมายเพื่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ , กฎหมายเพื่อกลุ่มผู้ใช้แรงงาน , กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ เป็นต้น และมีอีกหลายเรื่องที่จะพยายามทำในสภาฯ​ชุดที่แล้ว แต่ถูกปัดตกไป

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ใช้วันที่ 27 มิ.ย.มารายงานตัว นายพิธา กล่าวว่า มีหลายเหตุผล อย่างแรกคือตนติดโควิด จึงมาก่อนหน้านี้ไม่ได้ และวันนี้มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ชาติไทย

เมื่อถามว่า เป็นกังวลหรือไม่ที่มี ส.ว.หลายคนออกมาแสดงจุดยืนไม่โหวตให้เป็นนายกฯ นายพิธา กล่าวว่า ไม่กังวล และเท่าที่คุยหลายคนมีหลักและดุลยพินิจในการโหวตเลือกตามบรรทัดฐานที่ ส.ว.ที่ทำไว้ปี 2562 ว่า หากสภาล่าง ฝ่ายใดรวมกันได้ 251 เสียง ก็ไม่ต้องการฝืนมติของสภาล่าง เพราะเป็นมติที่มาจากประชาชน ดังนั้น จึงเชื่อว่า ภาพรวม 250 ส.ว.จะเป็นไปตามหลักการ และขอให้ ส.ว.ยึดหลักการดังกล่าวให้มั่นมากกว่ามองเรื่องตัวบุคคลว่าจะโหวตให้ตนหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว.ซึ่งที่เคยประกาศสนับสนุน แต่ล่าสุด นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ระบุว่ามีการถอยแล้ว และมีเสียง ส.ว.ที่หนุนจริงไม่เกิน 3 คนเท่านั้น นายพิธา กล่าวยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุเป็นเรื่องจริง และมีความคืบหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ พรรคมีความตั้งใจทลายกำแพงของ 2 สภา แน่นอนว่า ส.ว.ทุกคนไม่มีโอกาสได้พูดกับสื่อมวลชน มี ส.ว.ไม่กี่คน ไม่ว่าจะฝั่งเห็นด้วยโหวตตนเป็นนายกฯ หรือฝั่งที่อยู่ตรงข้าม มี ส.ว.อีกจำนวนมากที่ไม่ได้คุยกับสื่อมวลชน ดังนั้น ต้องรอเวลา

เมื่อถามย้ำถึงจำนวนเสียง ส.ว.ที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายพิธา กล่าวว่า “เพียงพอที่จะทำให้ผมเป็นนายกฯ”

เมื่อถามต่อว่า เวลาโทรศัพท์ไปยัง ส.ว.พูดคุยเพื่อขอเสียงเป็นนายกฯหรือชี้แจงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายพิธา กล่าวว่า หลายเรื่องที่เป็นข้อกังวลใจของ ส.ว.แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของหลักการ ให้เป็นไปตามปี 2562 ที่เมื่อสภาฯ ล่างรวมเสียงได้มาก ไม่ควรมีใครมาขืน

เมื่อถามถึงกรณีที่ ส.ว.ยังคาใจกับการแก้ไขมาตรา 112 พรรคก้าวไกลจะถอดสลักดังกล่าวเพื่อบรรลุเป้าหมายของการได้ตำแหน่งนายกฯหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า การแก้ไขมาตราดังกล่าวเป็นสิ่งที่พรรคได้พูดก่อนการเลือกตั้งที่ชัดเจนว่าจะเป็นการทางออกให้กับสังคมไทย เพราะช่วงที่ผ่านมามีการใช้มาตราดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมืองรังแกคนเห็นต่าง จึงไม่เป็นผลดีกับสถาบันใดเลย อย่างไรก็ดี ตนเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่เป็นเหตุให้เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลสะดุด

“มีข้อมูลมีหลายฝ่ายที่ยังเข้าใจผิดเกี่ยว เพราะการแก้ไข คือ การแก้ไข ไม่ใช่การยกเลิก เท่าที่ได้คุยกับวุฒิสภา ทำให้เขาเข้าใจมากขึ้น ว่าการรักษาปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า หากเรื่องการแก้ไข มาตรา 112 ทำให้ไปไม่ถึงนายกฯ วางแผนไว้อย่างไร นายพิธา กล่าวว่า หากมีเป็นเรื่องน่ากังวลใจ เพราะถือเป็นการนำเสียงของประชาชน ปะทะกับสถาบันโดยตรงไม่เหมาะสมและอันตราย ดังนั้น อย่านำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างอีกเลย ทั้งนี้ มีหลายเรื่องที่เห็นตรงกันจำนวนมาก ที่ต้องบริหารจัดการ

เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีประเด็นพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล กังวลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่กังวลใจ เพราะเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญกับอัยการสูงสุด การแก้ไขกฎหมายฉบับหนึ่งไม่เท่ากับการล้มล้างการปกครอง ตามที่กล่าวหาและคิดว่าข้อกล่าวหานี้เกินจริงไปมาก ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีความตั้งใจที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างหนักแน่น

เมื่อถามว่า เมื่อพิจารณาไทม์ไลน์ของศาลรัฐธรรมนูญ จะคาบเกี่ยวกับวันโหวตนายกฯ จะเป็นเหตุผลที่ ส.ว.ยกมาอ้างเพื่อไม่โหวตสนับสนุนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า “เชื่อว่าไม่เป็นไปอย่างที่เป็นข่าว ว่าจะนำเรื่องมาตรา 112 เป็นข้ออ้าง ที่จะไม่ทำมติของสภาฯ ล่าง จึงไม่เป็นประเด็นอะไร”

เมื่อถามถึงข้อสรุปของตำแหน่งประธานสภาฯ​ ที่พรรคก้าวไกลยืนยันมาตลอด นายพิธา กล่าวว่า ขอให้รอในวันที่ 28 มิถุนายน ที่จะประชุมร่วมกับพรรคเพื่อไทย และจะแถลงเรื่องดังกล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top