533.jpg
‘จตุพร’รู้ทัน‘แม้ว’  ไม่มั่นใจสถานการณ์/ขอไปนอก  วอนมวลชนอย่าเพิ่งลงบนถนน

‘จตุพร’รู้ทัน‘แม้ว’ ไม่มั่นใจสถานการณ์/ขอไปนอก วอนมวลชนอย่าเพิ่งลงบนถนน

วันอาทิตย์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

‘จตุพร’รู้ทัน‘แม้ว’

ไม่มั่นใจสถานการณ์/ขอไปนอก

วอนมวลชนอย่าเพิ่งลงบนถนน

“เทพไท เสนพงศ์” ฟันธง ผลสอบกสม.คือ กุญแจเปิดประตูคุกสำหรับคนช่วยเทวดาให้นอนโรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ขณะที่ “จตุพร”รู้ทัน “ทักษิณ” ขอเดินทางออกนอกประเทศ เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์! เบรกมวลชนอย่าเพิ่งลงถนน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผลสอบ กสม. คือกุญแจเปิดประตูคุก ให้คนช่วย ทักษิณนอนโรงพยาบาล เมื่อนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนการที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขัง เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตำรวจว่าเป็นการเลือกปฏิบัติและยังเข้าข่ายเป็นการเอื้อประโยชน์นั้น ผลการสอบพบว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และโรงพยาบาลตำรวจเอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณ ไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ส่อทุจริต จะส่งผลการสอบให้ ปปช.ดำเนินการต่อไป


ผลการสอบของ กสม.มีรายละเอียดชัดเจน ซึ่งตรงกับกับความรู้สึกของประชาชนโดยทั่วไป เพียงแต่ไม่สามารถที่จะดำเนินการใดๆ กับการปฎิบัติหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจได้ แต่เมื่อ กสม. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้รับการร้องเรียนและดำเนินการตรวจสอบ และชี้มูลเบื้องต้นแล้ว เหมือนกับการไขกุญแจประตูคุกบานแรก ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือและเอื้อประโยชน์ให้กับนายทักษิณ เดินเข้าคุกได้แล้วขั้นหนึ่ง

เมื่อ กสม.ได้ส่งเอกสารสำนวนการตรวจสอบต่อ ปปช. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และชี้มูลความผิด ฟ้องต่อศาล ปปช.มีหน้าที่โดยตรง สามารถเรียกพยานหลักฐานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำมาประกอบสำนวน ให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

นับจากนี้เป็นต้นไป ประชาชนผู้รักความเป็นธรรมคงมีความหวัง สำหรับการเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ช่วยเหลือนักโทษเทวดา และเชื่อว่าในกรณีดังกล่าว แม้ว่านายทักษิณจะไม่ได้ติดคุกแม้แต่วันเดียวก็จริง แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ช่วยเหลือนายทักษิณ จะเป็นผู้ติดคุกแทนนายทักษิณเสียเอง

ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รายงานผลบสอบสวนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ รพ.ตำรวจ ได้เอื้อประโยชน์ให้ทักษิณ ชินวัตร พักรักษาตัวห้องพิเศษ ซึ่งให้สิทธินักโทษเหนือกว่าผู้ต้องขังคนอื่นๆ

อีกทั้งระบุถึงรายงานของ กสม.ระบุว่า ทักษิณ ได้สิทธิรักษาตัวห้องพิเศษชั้น 14 รพ.ตำรวจ นานถึง 181 วัน โดยไม่ต้องนอนคุกสักวัน เข้าข่ายเลือกปฏิบัติขัดหลักสิทธิมนุษยชน และเชื่อว่า เป็นการกระทำผิดตามหน้าที่ กสม.จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ไต่สวนดำเนินการตามหน้าที่

“ถ้า ปปช.ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการกระทำผิดจริงต้องส่งเรื่องให้อัยการเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ รพ.ตำรวจ โดยพ่วงทักษิณ เข้าเป็นจำเลยด้วย”

นายจตุพร กล่าวว่า ขอให้จับตาดูผลการสอบสวนของแพทยสภาที่ยื่นสอบสวนแพทย์ 4 คนจาก รพ.ราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจ ที่วินิจฉัยอาการป่วยของทักษิณอยู่ในภาวะวิกฤตรุนแรง หากทำหน้าที่ขัดต่อหลักจริยธรรมทางการแพทย์อย่างร้ายแรงแล้ว ย่อมเป็นเหตุผลประกอบให้รู้ว่า ทักษิณป่วยจริงหรือไม่

รวมทั้งกล่าวว่า ทักษิณถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ โดยยอมรับในกระบวนการยุติธรรมและได้กระทำความผิดจริง พร้อมสำนึกการกระทำในคดีทุจริตแล้ว จึงแสดงถึงคำสารภาพด้วยตัวเอง ดังนั้น พวกนางแบก นายแบกต้องเข้าใจในสิ่งนี้ เพราะไม่มีใครใส่ร้าย กล่าวหา แต่ทักษิณสารภาพเองทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ภายหลังได้รับการพักโทษแล้วไปพูดว่าถูกยัดข้อหา แต่ทั้งหมดคนไทยมองตากันปริบๆ เมื่อทักษิณออกจาก รพ.ตำรวจ กลับไปบ้านได้หายป่วยเจียนตายฉับพลัน จากนั้นไม่กี่วันก็เดินทางขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปอีสาน ตีกอล์ฟ ร้องเพลง โดยไร้ร่องรอยคนป่วยขั้นวิกฤตนอนรักษาตัวนานถึง 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังขออนุญาตศาลอาญาออกนอกประเทศอ้างไปรักษาตัวที่ดูไบ แต่ถูกปฏิเสธคำร้อง ดังนั้น การขอเดินทางออกนอกประเทศมองอีกมุมได้ว่า ทักษิณไม่มั่นใจสถานการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จึงอาจหลบไปตั้งหลักรอดูการเมืองในเดือนสิงหาคมที่ส่อเค้าร้อนแรงขึ้น โดยมีปัจจัยจาก ศาล รธน.ตัดสินยุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 สิงหาคม และถัดจากนั้น 14 สิงหาคม นัดตัดสินชี้ชะตาตำแหน่งนายกฯ ของนายเศรษฐา เป็นส่วนประกอบอุณหภูมิร้อนเดือดช่วงหน้าฝนตกถี่ๆ

ส่วนประชาชนเรียกร้องให้ลงถนนชุมนุมประท้วงรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ควรรอให้สถานการณ์เป็นตัวนำพา ไม่ใช่ใช้อารมณ์นำทางไปถนน โดยต้องรอให้พี่น้องทุกฝ่ายสลัดความรู้สึกส่วนตัวออกไป แล้วยึดมั่นความรักชาติบ้านเมืองมาเป็นตัวตั้ง และมองเห็นความเสียหายกับประเทศ พร้อมยึดถือเป็นหน้าที่

“เราไม่มีเป้าประสงค์อย่างอื่นเลย เราไม่มีเรื่องส่วนตัวใดๆ กับนายเศรษฐา ทวีสินและทักษิณ ชินวัตร หรือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แต่การกระทำทั้ง 4 โครงการ โดยเฉพาะดิจิทัลวอลเล็ตถ้าจะแจกแล้ว ต้องแจกเป็นเงินสดสถานเดียว จึงขอให้ประชาชนเรียกร้องเอาเงินสดเท่านั้น เพราะคนลำบากหนักหน่วง เดือดร้อนกันถ้วนหน้า จะได้ใช้จ่ายสะดวกขึ้น ไม่ถูกบังคับให้เข้าร้านขายปลีกของเจ้าสัวอย่างเดียว เพราะนั่นเป็นการแอบซ่อนประโยชน์ให้กัน”

นายจตุพร ย้ำว่า ส่วนการขายคอนโดฯ ให้ต่างชาติมูลค่า 4 ล้านล้าน หรือการดันให้ตั้งบ่อนคาสิโนมีผลประโยชน์นับล้านล้าน และโครงการแลนด์บริดจ์ที่ต้องสูญเสียที่ดินกว่า 3 แสนไร่ให้ต่างชาติคิดเป็นมูลค่ากอบโกยมากถึง 10 ล้านล้าน โครงการเหล่านี้ล้วนเป็นผลประโยชน์คำโตของนักการเมืองกลุ่มทุนทั้งสิ้น ดังนั้น การสู้กับพวกหาประโยชน์มูลค่ามากมายเช่นนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก จึงขอให้ผู้มีหน้าที่ดีลเข้าประเทศช่วยจัดการอย่าให้มีเรื่องถึงมือประชาชน

“การลงถนนนั้นประชาชนพร้อมหรือไม่กับการยับยั้งโครงการขายแผ่นดินขายชาติเหล่านี้ ที่มีจุดเริ่มต้นจากการแจกดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อนำเงินประเทศมาแจกและจะต้องร่วมรับผิดชอบในความเสียหายแล้ว เราต้องเรียกร้องให้แจกเป็นเงินสดเท่านั้น”นายจตุพร ย้ำ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top