วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ลอยแพกล้าธรรม
สำหรับความคืบหน้าของการจัดตั้งรัฐบาล มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมายืนยันถึงความคืบหน้าว่า การจัดตั้งรัฐบาลมีความคืบหน้า หรือมีความลงตัว 99.99% นั่นแสดงว่า สูตรของการจัดตั้งรัฐบาล มีพรรคร่วมรัฐบาลตามที่เป็นกระแสข่าว มีความลงตัวอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยรวมกับพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กอีกจำนวนหนึ่ง มีเสียงสนับสนุน 292 เสียง แสดงว่าพรรคการเมืองอย่างพรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง หมดสิทธิ์จะเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคกล้าธรรม ที่มีการวิเคราะห์กันมาก่อนหน้านี้ว่า เป็นพรรคการเมืองที่มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลสูงมาก เพราะเคยสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน แต่เมื่อได้ฟังการยืนยันข่าวนี้จากนายไชยชนก ชิดชอบแล้ว แสดงว่าปิดประตูที่จะให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามว่า เหตุผลใดที่พรรคภูมิใจไทยตัดพรรคกล้าธรร ออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องพิจารณาจากความเห็นของนายอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนักข่าวได้ถามว่า เป็นการส่งสัญญาณแล้วว่าพรรคกล้าธรรมจะไม่ได้ร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอนแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินบอกว่า เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติและหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้นต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง
การยกเอาเหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญมาอธิบายของนายอนุทิน เป็นการปฏิเสธคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ว่ามีจุดอ่อน มีข้อจำกัดเรื่องการดำรงตำแหน่ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่กล้าเสี่ยง แต่เมื่อนักข่าวถามว่า กรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ก็เคยแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง ซึ่งคำถามนี้ทำให้นายอนุทินไม่ตอบคำถาม แสดงให้เห็นว่า น่าจะมีเหตุผลอื่นมากกว่าเหตุผลที่นายอนุทินยกมากล่าวอ้าง
การกล้าแต่งตั้งร.อ.ธรรมนัส เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลอนุทิน1 ต้องมีเหตุผลสำคัญและต้องมีการการันตี และมีหลักประกันว่า นายอนุทินจะไม่ถูกร้องเรียนในเรื่องนี้ แต่ทำไมในครั้งนี้ นายอนุทินถึงไม่กล้าจะแต่งตั้ง โดยอ้างยกเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมากล่าวอ้าง ถ้าหากว่าพรรคภูมิใจไทยกลัวเรื่องคุณสมบัติของร.อ.ธรรมนัส ทางพรรคกล้าธรรม ก็ได้ประกาศว่า พร้อมจะเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีชื่อร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี ซึ่งทางพรรคกล้าธรรมได้ส่งสัญญาณมาล่วงหน้าแล้ว
แต่ในที่สุดพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมรับให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วม น่าจะมีเหตุผลอะไรที่สลับซับซ้อนมากกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ร.อ.ธรรมนัส และพรรคกล้าธรรมจะต้องนำไปขบคิด และนำไปคิดบัญชีคืน ในตอนที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี