546.jpg
‘สภาฯ’ตีตก‘ร่างกฎหมายระเบียบบริหารท้องถิ่น’ ชี้ กมธ.แก้ไขเกินหลักการ

‘สภาฯ’ตีตก‘ร่างกฎหมายระเบียบบริหารท้องถิ่น’ ชี้ กมธ.แก้ไขเกินหลักการ

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.47 น.

‘สภาฯ’ตีตก‘ร่างกฎหมายระเบียบบริหารท้องถิ่น’ ชี้ กมธ.แก้ไขเกินหลักการ ด้าน‘เพื่อไทย’วอนอย่านำไปเล่นการเมือง ขณะที่‘วิป’พร้อมรับฉบับที่แก้ไขเนื้อหาใหม่ เตรียมบรรจุให้สมัยประชุมหน้า

30 ตุลาคม 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่...) พ.ศ... ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) ได้พิจารณา ซึ่งเป็นวาระต่อเนื่องหลัง ในมาตรา 4 หลังจากที่กมธ. ขอถอนรายงานออกจากวาระเพื่อปรับปรุงแก้ไข หลังจากที่ถูกสภาฯทักท้วง เนื่องจากการพิจารณาของกมธ.ในรอบแรกนั้นมีการแก้ไขที่ขัดต่อหลักการ


ทั้งนี้ในการพิจารณาไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจาก สส.ของพรรคภูมิใจไทย ลุกทักท้วงว่าการแก้ไขของกมธ.นั้นไม่สามารถลงมติเห็นชอบได้ เพราะยังมีเนื้อหาที่ไม่ตรงกับหลักการ ขณะที่ สส.ของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรเพื่อไทย อภิปรายว่าในเนื้อหาตนมองว่าสามารถเห็นชอบได้ แต่หากยังมองว่ามีเนื้อหาที่ขัดหรือแย้งกันนั้นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ดีในการอภิปรายยังคงถกเถียงว่าเนื้อหาที่กมธ.แก้ไขนั้นจะขัดต่อหลักการหรือไม่ และสามารถลงมติเห็นชอบได้หรือไม่ ซึ่งมีประเด็นที่โต้แย้งกันถึงการแก้ไขเนื้อหาที่ตรงกับหลักการของร่างกฎหมายที่ผ่านชั้นวาระรับหลักการที่มีถึง 3 ฉบับในฉบับใดหรือไม่ พร้อมกันนี้มีผู้เสนอให้ กมธ.ถอนเนื้อหาออกไปเป็นครั้งที่2 เพื่อแก้ไขอีกครั้ง

ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การพิจารณาแก้ไขของกมธ.นั้นเป็นไปตามหลักการของร่างกฎหมายที่รับไป อย่างไรก็ดีตนไม่เห็นด้วยที่จะให้ถอนรายงานของกมธ.ออกไป เนื่องจากจะติดปัญหาว่าหากร่างพ.ร.บ.ใดถูกตีตกในสมัยประชุมใด จะไม่สามารถเสนออีกได้ในสมัยประชุมเดียวกัน ดังนั้นต้องการให้เดินหน้าพิจารณา ซึ่งสอดคล้องกับนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ที่ระบุให้เดินหน้าพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาของสภาฯ นั้นพบว่าในมาตรา 4 มาตรา 5 มาตราที่เพิ่มใหม่ จำนวน2 มาตรา นั้นมติของสภาฯ ไม่เห็นชอบด้วย

จากนั้นก่อนการลงมติวาระ3 นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ. ลุกขึ้นอภิปรายว่า"ก่อนโหวตวาระสาม ผมไม่อยากให้นำร่างกฎหมายถูกขยายความหรือนำไปเป็นประเด็นการเมือง ผมเข้าใจดีว่าสส.หลายคนห่วงเรื่องหลักการ เป็นหน้าที่ของวิปที่ไปคุยกันแต่สิ่งที่ผมอยากฝาก ว่า หากวาระสามมีปัญหาไม่ผ่านอย่านำไปเล่นประเด็นการเมือง”

ทั้งนี้นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายต่อว่า สำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายและร่างพ.ร.บ.ที่สภาฯ รับหลักการ ไปแล้ว อาจจะมีปัญหาในกรณีที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงเสนอให้วิปประสานไปยังกฤษฎีกาเพื่อหาทางออก ส่วนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว พรรคประชาชนจะเสนอกลับมาอีกครั้งในสมัยหน้า โดยเนื้อหาจะใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ไม่ใช่เล่นประเด็นการเมือง และเสนออีกครั้งในสมัยประชุมหน้าและผ่านไปได้อย่างราบรื่น

นายวิสุทธิ์ อภิปรายว่าขอให้นำกลับไปพิจารณาแก้ไขให้ถูกต้อง สมัยประชุมหน้าเสนอมา วิปพร้อมจะบรรจุเข้าสู่วาระให้

อย่างไรก็ดี นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า การทำงานในสภาฯปีกว่า มีความเกรงใจกัน ทุกคนเสนอร่างกฎหมายประกบกันเข้ามาทุกร่างไม่ได้ทิ้งร่างทั้งที่ไม่เป็นทำนองเดียวกันเพราะเกรงใจกัน ทำให้การประชุมกมธ.จึงเกิดปัญหา ขอเชิญวิปหารือกันว่าเป็นทำนองเดียวกันหรือไม่ ถือเป็นบทเรียนเข้ามา 3 ครั้งแล้วเป็นปัญหาฝากให้วิปพิจารณาก่อนว่าทำนองเดียวกันหรือไม่เพื่อไม่เกิดปัญหา

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติ พบว่าเห็นชอบ  4 เสียงเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย 405 คน งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2  ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว เนื่องจากไม่เห็นชอบ เป็นอันว่าตกไปตามข้อบังคับ  134

-005

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top