‘อนุทิน’ประณาม! คนปล่อยข่าว‘ภท.’จ้องล้ม‘นายกฯ-รัฐบาล’​

‘อนุทิน’ประณาม! คนปล่อยข่าว‘ภท.’จ้องล้ม‘นายกฯ-รัฐบาล’​

วันศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 19.07 น.

"อนุทิน"ประณามคนปล่อยข่าว"ภูมิใจไทย"จ้องล้ม"นายกฯ-รัฐบาล"​ ยัน"เนวิน"ไม่ได้ดีลลุง​ หนุน"พีระพันธุ์"นั่งนายกฯ​ ประกาศไม่ตั้งรัฐบาลสู้​ เหตุเหลือเวลาไม่นาน​ ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้าน​ ตัดจบไม่ขอชักเข้าชักออก กลับไปเป็นรัฐบาล​ แม้เปลี่ยนตัวนายกฯ

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล​ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.) ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่า ไม่ได้หายไปไหน วันนี้จะเดินทางไปร่วมงานบวชที่ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นงานของลูกพรรค


ส่วนกระแสข่าวที่ นายเนวิน​ ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ไปพูดคุยกับลุง​ เพื่อสนับสนุนให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน บอกว่า ไม่มี​ คนปล่อยข่าว ก็ต้องวิเคราะห์ด้วย ไม่ใช่ปล่อยข่าวอะไรมาไม่กลั่นกรอง จะเป็นไปได้อย่างไร วันนี้พรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกมาแล้ว​ การเดินทางวันนี้​ มาคนเดียว ไม่มีรถนำ เราทำตามบทบาท ตนอ่านข่าวถึงขั้นร้องโอ้โห ที่บอกว่านายเนวินไปคุยกับคนนั้นคนนี้ ข่าวไปถึงขั้นว่าคลิปเสียงสนทนาระหว่างผู้นำไทยและกัมพูชา คนบุรีรัมย์ปล่อยมา อันนี้เกินไปแล้ว ยังไงเราก็เป็นมืออาชีพ ไม่มีเรื่องแบบนี้รับรองได้ จึงต้องขอความกรุณาให้ช่วยวิเคราะห์ข่าว​ มิเช่นนั้นเดี๋ยวเชื่อกันไปกันมา ก็กลายเป็นการสาดโคลนใส่กัน​

นายอนุทิน ยืนยันว่า เวลานี้จะไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลสู้ มีแต่ข่าว สส.​ถูกดึงไปจากพรรคภูมิใจไทยไม่รู้กี่คนแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้มีการไปขอเสียงจากพรรคประชาชน (ปชน.) มารวมเป็นรัฐบาล ยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกับใครเลย ขอความกรุณาเรื่องข่าวลือ​ พอเราถอนตัวออกมา ก็เป็นไปคนละบทบาทหน้าที่แล้ว กระทรวงมหาดไทยผมก็ออกมาตั้งแต่วันนั้น และไม่ได้เข้าไปอีกเลย ขนาดเก็บของยังให้เลขาและทีมไปเก็บ

เมื่อถามว่า จะอวยพรให้เขาจัดตั้งรัฐบาลกันได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออะไรก็ได้ที่ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ เราพร้อม และอย่างที่เคยย้ำมาตลอด ส่วนตัวเชียร์นายกรัฐมนตรี และให้กำลังใจ ให้ท่านผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ส่วนบทบาทของตนและพรรค ก็มีนโยบายที่ต้องมีจุดยืนของเรา ไม่มีความโกรธอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัว วันที่บอกว่าจะเอากระทรวงมหาดไทยกลับไปเราก็รู้ว่าสู้ไม่ได้ ถ้านับเสียง เราไม่มีอะไรที่จะต่อสู้ ในเมื่อเรารับข้อเสนอเขาไม่ได้ ให้เอากระทรวงมหาดไทยกลับไป และให้ไปอยู่กระทรวงสาธารณสุข กับประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เราก็ตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า หลังพรรคภูมิใจไทยออกมามีการต่อรองเกิดขึ้นในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับตนแล้ว​ แต่ส่วนตัวมองว่าการที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เอาเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกลับไป ก็ต้องมีตัวเลือกอยู่แล้ว ว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่รับ เขาจะต้องไปต่อได้ อะไรจะเกิดขึ้นจากนี้ก็แล้วแต่

ส่วนที่ตนเองยังอยู่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน​ กล่าวว่า ตอนนี้จะไปตั้งอะไรรัฐบาล รัฐบาลยังอยู่ นายกรัฐมนตรีก็ยังอยู่ ตนและพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้เข้าไปเป็นอุปสรรค เมื่อวันที่ลาออก ก็ได้โทรไปแสดงความยินดีกับ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ ยังบอกเลยว่า ให้ลงพื้นที่ช่องบก อุบลราชธานี กับนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ก็ไม่ถึงขั้นสอนงาน​ บอกเพียงแค่ว่านายกรัฐมนตรีไปไหนต้องตามไปด้วย การสั่งงานทุกอย่างก็จะมีความคล่องตัว

เมื่อถามว่า สถานการณ์ประเทศ ตอนนี้เริ่มมีการนัดชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรี น่ากังวลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่อยากให้มีอะไรทำลายบรรยากาศที่ดีของประเทศเรา ได้แต่ภาวนา อย่าให้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ และอยากให้ทุกฝ่ายมองว่า เป็นวิถีทางการเมือง​พรรคไหน ที่เสียงไม่พอ รับเงื่อนไขอะไรไม่ได้ ก็ถอยออกมา อย่าไปเพิ่มเงื่อนไขความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

"ขอให้คำยืนยัน ตราบใดที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอยู่ ข่าวที่ออกมาทั้งหลายว่าพรรคภูมิใจไทยทำนั่นทำนี่ เพื่อที่จะทำให้นายกฯ และรัฐบาลมีอันเป็นไป ขอปฏิเสธและขอประณาม คนที่พยายามออกข่าวแบบนั้นด้วย​ ไม่รู้ว่าออกไปเพื่อที่จะเอาใจนาย หรือเอาใจใครเพื่อต่อรองตำแหน่งแห่งหนให้กับตัวเอง ในรัฐบาลหรือไม่​ อย่าไปโทษคนอื่น อย่าไปโทษพรรคอื่น อย่าไปเอาประโยชน์จากสถานการณ์ ผมก็ออกมา ก็เป็นไปตามการตัดสินใจ ไม่มีใครบังคับให้ผมออก ท่านนายกฯ หรือพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้บังคับ ท่านได้ยื่นข้อเสนอมา และผมก็ไม่ได้รับข้อเสนอนั้น ผมก็ตั้งใจออกของผมมาเอง" นายอนุทิน​ กล่าว

ส่วนกรณีที่ นายภูมิธรรม​ เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ควรฉวยโอกาสเรื่องคลิปเสียง เพื่อออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าว ยืนยันว่าไม่เคยฉวยโอกาส ไม่มีเรื่องคลิปก็ออกอยู่แล้ว​ เพราะเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาบอก ท่านให้ไปคิด 2 - 3 วัน ตนก็ปฏิเสธทันทีในวินาที ว่ารับข้อเสนอไม่ได้ และพร้อมจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน การตัดสินใจมันเกิดขึ้นวันนั้นเรียบร้อยแล้ว ไม่มีคลิปก็ออกอยู่แล้ว และไม่ได้ฉวยโอกาสอะไร อันนี้ต้องฝากท่านภูมิธรรม เพราะตนกับท่านก็เคารพรักนับถือกันดี ท่านควรรู้สไตล์การทำงานของตน ตรงไปตรงมา มีอะไรก็บอกตรงๆ ไม่มีไปทำอะไรข้างหลัง หรือมุ่งร้ายอะไรกับใครอยู่แล้ว ไม่มีการฉวยโอกาส จะมีโอกาสอะไรในเมื่อถอยออกมาแล้ว ถ้าฉวยโอกาสมันคือการอยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่ารัฐบาลอาจจะอายุสั้นหากไม่มีพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนประเมิน ทุกเช้าก็พูดคุยกับทีมว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบอย่างไร ไม่ใช่ฝ่ายค้าน เพราะอะไรที่ดีเราก็พร้อมสนับสนุน แต่อะไรที่ไม่ถูกต้อง เราก็ตรวจสอบตามหน้าที่ ทำหน้าที่แบบตรงไปตรงมา ไม่ต้องไปบอกว่าทำแบบนี้แล้วหวังจะกลับเข้าไป เพราะเวลาไม่ได้เหลือเยอะอะไร ก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านไป ไม่ต้องกังวลเลย คนที่ไปสร้างข่าวกลัวว่าตนจะกลับเข้าไป ไม่มีเลย ถ้ากลับเข้าไปจะตอบประชาชนว่าอย่างไร

นายอนุทินยังไม่ขอวิเคราะห์เรื่องการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ไม่ขอวิเคราะห์อะไรทั้งสิ้นในตอนนี้ ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อย เมื่อถามว่า หากมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี สมการเปลี่ยน จะเปลี่ยนใจกลับไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถอยออกมาแล้ว อย่าไปพูดอะไรที่มันไม่น่าจะเกิดขึ้น เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ มาถึงขนาดนี้แล้วจะชักเข้าชักออกก็ลำบาก​ และลำบากตัวพรรคร่วมรัฐบาลด้วย และตนก็ทำตัวปรับสภาพทุกอย่างแล้ว ไม่ได้ห่วงหาอาทรอะไร

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top