คนไทยรวมพลังร้องเพลงชาติ
‘หนองจาน’เดือด!
ชูธงไตรรงค์ยันอธิปไตยไทย
‘บิ๊กเล็ก’ฮึ่มฟันอาญาม็อบเขมร
ป่วนชายแดนรื้อรั้วลวดหนาม
“บิ๊กเล็ก”เดินหน้าเอาผิดอาญาม็อบเขมร ป่วนรื้อลวดหนามชายแดนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ลั่นจะมาทำแบบนี้ในพื้นที่ปท.ไทยไม่ได้ เล็งเพิ่มกำลังตำรวจควบคุมมวลชน หนุนคำสั่งมทภ.2 ทหารเขมรล้ำอธิปไตยยิงตอบโต้ได้ทันที แม้อยู่ระหว่างเจรจาหยุดยิง ด้านทภ.1เฝ้าระวังชายแดนบ้านหนองจาน 24 ชม. ย้ำแนวลวดหนามยังอยู่เหมือนเดิม ขณะที่เสธ.เบิร์ดลุยบ้านหนองจาน ย้ำแผ่นดินไทย ซัดฮุนเซน ไม่โง่แต่ขี้โกง จี้อพยพคนเขมรกลับประเทศ ส่วนชาวไทยกว่า 500 คน มาตามนัดรวมตัวร้องเพลงชาติชูธงไตรรงค์เหนือศีรษะ แสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ว่าแผ่นดินนี้คือแผ่นดินไทย
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ความวุ่นวายหลังชาวกัมพูชาบุกรื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้วจะมีมาตรการอย่างไรว่า โฆษกกองทัพบกชี้แจงแล้ว เป็นไปตามนั้นเลย
ยันแก้ปัญหาบ้านหนองจานถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวย้ำว่า ตามที่โฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงแล้ว ตรงนี้ยังเป็นปัญหาที่กระทบกันอยู่ ก็ต้องแก้ไปตามสภาพการณ์ เราก็ยืนยันว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ทำทุกอย่างภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่ประเทศมาเลเซีย
สั่งฟันอาญาเขมรรื้อลวดหนามบ้านหนองจาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหมรักษาราชการแทนรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ประเด็นเดียวกันว่า จากที่ได้รับรายงานคือผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วจะเดินทางมาพบประชาชนคนไทยในบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ทางกองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพาจึงได้วางแนวรั้วลวดหนามเพื่อป้องกันชาวบ้านชาวกัมพูชาเกรงจะเข้ามารบกวน จึงได้วางแนวลวดหนามเพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่ส่วนที่วางไว้เดิม ตนได้ให้แนวทางไปว่า การปฏิบัติในพื้นที่ประเทศไทยจะทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายอาญา ฐานความผิดทำลายทรัพย์สินทางราชการ และขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมขึ้นอีก ซึ่งผู้ที่จะแจ้งความเป็นใครก็ได้ เป็นกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 หรือจ.สระแก้ว ก่อนย้ำว่าต้องไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกเพราะประชาชนรับไม่ได้
สั่งเพิ่มกำลังตำรวจรับมือม็อบเขมร
พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า นอกจากนี้สั่งการให้ทำหนังสือประท้วงผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปด้วย เพราะนี่คือพื้นที่อธิปไตยของไทย เขาจะมาทำอย่างนี้ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการปฏิบัติการหลังจากนี้จะเป็นในลักษณะการปราบกลุ่มผู้ชุมนุมใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 เริ่มใช้ LRAD หรือเครื่องมือที่ช่วยสลายการชุมนุมในเบื้องต้น เพราะฉะนั้นจะต้องเตรียมกำลังเพิ่มเติม พิจารณาใช้ตำรวจ เพราะกำลังทหารอาจจะดูรุนแรงเกินไป
เมื่อถามว่า ชาวกัมพูชามีความพยายามใช้ชาวบ้านเป็นโล่กำแพงมนุษย์ เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ไทย มีรายงานหรือไม่ว่ามีทหารกัมพูชาอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ต้องมีข้อมูล เพราะเขายืนอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว ซึ่งเราได้ให้กองทัพภาคที่ 1 ทำหนังสือประท้วงไป และเรื่องนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุม GBC ในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ด้วย แย่างไรก็ตามไม่ได้รอการประชุม GBC เพราะสั่งให้ทำหนังสือประท้วงไปเรียบร้อยแล้ว
ถามต่อว่า จะถึงขั้นใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือแก๊สน้ำตาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งจากการประชุม RBC ของกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา มีข้อตกลงว่าจะมีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ประสานงานในพื้นที่ วันนี้อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ยอมรับว่าเมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) กองทัพภาคที่ 1 ได้พูดคุยกับทางกัมพูชา เหตุการณ์จึงคลี่คลายลงในตอนหลัง เนื่องจากกัมพูชาเข้าใจแล้วว่าไม่ได้เป็นการวางเพื่อสกัดกั้นเพิ่มเติม แต่เป็นการวางป้องกันเฉพาะกรณี
หนุนยิงทันทีถ้าเขมรล้ำพื้นที่
ถามถึงว่า ในพื้นที่เขาพระวิหาร มีรายงานสถานการณ์เข้ามาบ้างหรือไม่เนื่องจากมีการรายงานว่า กัมพูชาเติมกำลังเข้ามาในพื้นที่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า มี เราได้เตรียมพร้อมเอาไว้ ส่วนเจรจาก็เจรจาไป ส่วนเตรียมกำลังก็เตรียมกำลังไป เราต้องไม่ยอมมาปฏิบัติการอะไรทางทหารในพื้นที่เป็นอันขาด
ถามอีกว่า จากที่แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาระบุว่าหากมีการล้ำพื้นที่ จะไฟเขียวให้ยิงตอบโต้ได้ในทันที พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า แน่นอน เพราะตนพูดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าหยุดยิงแล้วจะหยุดยิงตลอดไป หากเขาล่วงล้ำอธิปไตยก็ทำตามอำนาจหน้าที่ได้เลย กฎใช้กำลังของกระทรวงกลาโหมให้อำนาจไว้แล้ว ผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพภาค มีอำนาจทำได้ ไม่ใช่ว่าหยุดยิงแล้วก็ไม่ยิง ยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอน ไทยเราเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมด
สุรินทร์เตรียมพร้อมศูนย์อพยพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากปะทะเกิดขึ้นอีกครั้งจะเตรียมพร้อมอพยพประชาชนอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เช่นเหตุการณ์เมื่อคืนที่จ.สุรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เตรียมศูนย์อพยพเพิ่มเติม ยอมรับว่าทำให้คนในพื้นที่แตกตื่นเหมือนกัน แต่ยืนยันว่าไม่มีอะไร เป็นการเตรียมความพร้อมเอาไว้ เพราะไม่สามารถคาดการณ์เหตุการณ์อะไรไว้ล่วงหน้า
ส่วนกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ส่งหนังสือมายังผู้ว่าฯสระแก้ว เรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินจะกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ต้องแยกกัน การออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดเป็นเรื่องกระทรวงมหาดไทย แต่เรื่องความมั่นคงปกป้องอธิปไตยเป็นเรื่องกระทรวงกลาโหม โดยมีกระทรวงมหาดไทยสนับสนุนต้องแยกออกจากกัน เรื่องเอกสารสิทธิ์ก็ว่ากันไป การปกป้องอธิปไตยกระทรวงกลาโหมไม่ยอมอยู่แล้ว
สั่งเข้มห้ามล้ำแดน-ย้ำชายแดนวาระปท.
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงข้อสั่งการนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีถึงการแก้ปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชาว่าให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนทรัพยากรต่างๆให้กองทัพ ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ขอบคุณทหารที่ประจำอยู่ชายแดนทั่วประเทศไทยในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องอดทนอดกลั้นจากการยั่วยุของฝ่ายเขมร ทั้งปฏิบัติการทางทหารและการใช้โล่มนุษย์ ที่อาศัยประชาชนนำหน้าเคลื่อนไหวด้วยวิธีการต่างๆ ในการนี้ หากกองทัพต้องการสนับสนุนอุปกรณ์หรือทรัพยากรเร่งด่วนใดๆขอให้แจ้ง ศบ.ทก. ดำเนินการประสานจัดการให้ทันที โดยให้หน่วยงานต่างๆ ยึดถือว่าสถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญของประเทศนอกจากนี้ ยังสั่งการให้ศบ.ทก. ประสานการปฏิบัติให้มีผลสัมฤทธิ์ กระชับความเป็นเอกภาพทั้งการทหาร การต่างประเทศ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ รวมถึงการปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย รวมถึงมาตรการอื่นอาทิ เข้มงวดกับปฏิบัติการห้ามไม่ให้พลเรือนกัมพูชารุกล้ำเขตแดนอย่างผิดกฎหมาย และการติดตามเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมด้านสแกรมเมอร์
ทบ.ยันบ้านหนองจานเขตอธิปไตยไทย
จากกรณีพลโท (หญิง) มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกมาชี้แจงเหตุชาวเขมรขัดขวางการวางลวดหนามของทหารไทยในพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว พื้นที่เขตอธิปไตยของไทยชัดเจนโดยพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงตอบโต้หลายประเด็น ดังนี้
1.กรณีฝ่ายเขมรกล่าวหา ทหารไทยพยายามลักลอบวางลวดหนามในพื้นที่หมู่บ้านโจกเจย ตำบลโอเบยเจือน อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย และถูกประชาชนกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจพบและสกัดกั้นนั้นขอยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยไทย แต่ถูกเขมรรุกล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี เนื่องจากเคยถูกใช้เป็นพื้นที่รองรับผู้อพยพชาวเขมรที่หนีภัยสงคราม และหลังสงครามสิ้นสุด ชาวเขมรบางส่วนไม่ยอมอพยพกลับ ส่งผลให้กลายเป็นปัญหายืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน
แฉซ้ำเขมรใช้ปชช.รุกแดนไทยตั้งชุมชน
2.กรณีเขมรเรียกร้องไทยเคารพข้อตกลงหยุดยิง โดยเฉพาะการประชุม RBC ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชาและกองทัพภาคที่ 1 ของไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะไม่ขยายขอบเขตข้อพิพาทด้านพื้นที่ ขอย้ำว่า การดำเนินการของไทยไม่ได้เป็นการขยายข้อพิพาท แต่เป็นพื้นที่พิพาทเดิมที่ไทยประท้วงอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ภายใต้กรอบ MOU 43 ซึ่งเขมรเพิกเฉยไม่แก้ไข และแม้ฝ่ายไทยเสนอที่ประชุม RBC ครั้งล่าสุดให้จัดระเบียบพื้นที่พิพาทร่วมกัน แต่ฝ่ายเขมรไม่ยอมตอบรับ
3.กรณีเขมรระบุว่าปัญหาพื้นที่พิพาทควรแก้ไขผ่านกลไก JBC ตามเจตนารมณ์ MOU 2000
ไทยยืนยันมาตลอดว่าพร้อมใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในการแก้ปัญหา แต่ระหว่างรอสำรวจจัดทำหลักเขตแดน จำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข MOU 43 ซึ่งกำหนดห้ามเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ อย่างไรก็ตาม เขมรกลับละเมิดข้อตกลง โดยสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานและสร้างบ้านเรือนในพื้นที่พิพาทต่อเนื่องจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ไทยได้ประท้วงมาตลอด อีกทั้งในบางส่วนของพื้นที่ดังกล่าวไม่อยู่ในเขตที่เขมรอ้างสิทธิ์ หากแต่เป็นดินแดนของประเทศไทยชัดเจน
ทั้งนี้ โฆษกกองทัพบกย้ำว่า ไทยยังคงยึดมั่นการแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี ภายใต้กรอบข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน พร้อมทั้งเคารพกลไก JBC และ RBC ขณะเดียวกัน ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดที่เกิดขึ้นซ้ำซากจากฝ่ายเขมร จึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปกป้องสิทธิอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง โดยไทยพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงและประสานความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และรักษาสันติภาพตามหลักสากล
มทภ.1เฝ้าระวังเข้มชายแดนสระแก้ว24ชม.
ล่าสุด จากเหตุการณ์วุ่นวายชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว กรณีฝ่ายกัมพูชาเข้าใจผิด หลังทหารไทยวางแนวลวดหนามเพื่อความปลอดภัยชั่วคราว ระหว่างคณะจังหวัดสระแก้วเข้าตรวจพื้นที่ที่ดินของประชาชน ช่วงเวลา 15.00 น.เมื่อวานนี้ ( 25 สิงหาคม) ทำให้กองทัพภาคที่ 1 เพิ่มการเฝ้าระวัง และเกาะติดสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่า เหตุการณ์พื้นที่บ้านหนองจานขณะนี้เหตุการณ์ทั่วไปปกติ สำหรับแนวรั้วลวดหนามที่ดำเนินการอยู่แล้ว ยังอยู่เหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
เสธ.เบิร์ดลุยบ้านหนองจานย้ำแผ่นดินไทย
วันเดียวกัน ที่บ้านหนองจาน ต.โดนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่บ้านหนองจานว่า จุดที่เรายืนอยู่ขณะนี้คือ บ้านหนองจานอยู่ในเขตประเทศไทยปัจจุบันตอนนี้ หลักเขตที่ไทยและกัมพูชายอมรับตรงกันคือหลักเขตที่ 46 และ 47 ซึ่งมีหลักเขตอยู่จริง แต่พื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ระหว่างหลักเขตพื้นที่ 46 และ 47 เราอ้างสิทธิ์ไม่ตรงกัน หมายความว่ามีพื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันอยู่ แต่สิ่งที่แน่ที่สุดคือ หลักเขตที่กัมพูชาเซ็นยอมรับเมื่อปี 2549 ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ มีหมู่บ้านของเขาที่ล้ำมาในแผ่นดินไทยชัดเจน ตนฝากไปถึงว่าผู้ที่มาเซ็นยอมรับไว้เมื่อปี 2549 ว่าคุณต้องจัดการกับหมู่บ้านเหล่านี้ โดยทำแผนอพยพประชาชนให้แล้วเสร็จ และต้องมีเวลากำหนด คุณต้องอพยพออกไป เพราะนี่เป็นการละเมิดอย่างชัดเจน
พล.ต.วันชนะกล่าวต่อว่า แต่หมู่บ้านแห่งนี้อาจมีข้อแตกต่างจากบ้านหนองหญ้าแก้วนิดหน่อยคือ บ้านหนองหญ้าแก้วไม่ได้เป็นพื้นที่ศูนย์อพยพมาก่อน แต่พื้นที่บ้านหนองจานเป็นศูนย์อพยพมาก่อน แต่ตนยืนยันเหมือนเดิมว่าพื้นที่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้เป็นแผ่นดินไทย สิ่งที่เราได้เปรียบคือไม่ว่าคุณจะยอมรับหลักเขตหรือไม่ แต่ตรงนี้คุณล้ำเขตแดนแน่นอน ฮุนเซนไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนโกง มันถึงพยายามจะฮุบเอาแผ่นดินของไทยไป
ซัด‘ฮุนเซน’คนโกง-จี้เขมรอพยพออกไป
“เราอยากเรียกร้องให้อพยพประชาชนชาวเขมรที่ล่วงล้ำแผ่นดินไทยออกไป ซึ่งมีประมาณ 50 ครัวเรือนในพื้นที่เกือบ 60 ไร่ ถ้าไม่เป็นไปตามข้อตกลงนั้น เราจะใช้สิทธิ์ผลักดันต่อไป ฮุน เซน ไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนขี้โกง แม้กระทั้งเส้นที่เขาอ้างสิทธิ์ก็ยังล้ำมาในแผ่นดินไทย จึงเรียกร้องให้เขาทำแผนอพยพประชาชนออกไป ส่วนพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ์ต้องมาคุยกันต่อในการประชุม JBC จุดที่เราเรียกร้องอยู่นอกเหนือ MOU43 เพราะเขาล้ำมาในแผ่นดินไทย ถ้าเขายังไม่ยอมทำ เราก็ต้องทำแผนของเรา เพื่อผลักดันเขาออกไป”พล.ต.วันชนะกล่าว
สุรินทร์เปิดศูนย์พักพิงฯ7แห่งสำรอง18แห่ง
ที่จ.สุรินทร์ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาด้านจ.สุรินทร์ ยังไม่ปกติไม่น่าไว้ใจ เพราะกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายยังตรึงกำลังอยู่ที่มั่นเดิม รวมทั้งมีการยั่วยุและลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดบนผืนแผ่นดินไทยของทหารกัมพูชา นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์มีคำสั่งถึงนายอำเภอเมืองสุรินทร์ให้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 7 แห่งรองรับผู้อพยพได้ประมาณ 2 หมื่นคน และสำรองอีก 18 แห่งรองรับประชาชนที่จะอพยพจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากการกระทำของกองกำลังนอกประเทศโดยยึดหลักปฏิบัติตามแผนอพยพประชาชนกรณีภัยทางอากาศจังหวัดสุรินทร์ และ แผนรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพิทักษ์พื้นที่หลังจ.สุรินทร์โดยเคร่งครัดส่วนการขออนุมัติงบฯสร้างบังเกอร์หลบภัย จ.สุรินทร์เสนอกระทรวงมหาดไทยแล้ว พร้อมแจ้งขอความอนุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านชายแดนขณะที่บางครัวเรือนที่มีกำลังทรัพย์พอได้สร้างบังเกอร์หลบภัยประจำบ้านเองเป็นการเร่งด่วนแล้ว ขณะนี้มีการอพยพของชาวบ้านออกจากพื้นที่มาโดยตลอด
ไทยรวมพลร้องเพลงชาติบ้านหนองจาน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้วว่า เวลา 12.30 น. ประชาชนไทยประมาณ 500 คน มารวมตัวกันบริเวณชายแดนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง ชูธงไตรรงค์เหนือศีรษะและร่วมกันร้องเพลงชาติไทย เสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ว่าแผ่นดินนี้คือแผ่นดินไทยและพร้อมยืนหยัดเคียงข้างกองทัพในการปกป้องอธิปไตย นอกจากนี้ ชาวบ้านยังจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ทหาร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
ส่วนที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และพลโทวันชนะ สวัสดี นำคณะลงพื้นที่ พบมีชาวกัมพูชาสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเขตไทย 18 หลัง ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างชัดเจน ซึ่งกองทัพจะนำปัญหาเข้าที่ประชุม JBC เพื่อให้รัฐบาลกัมพูชาแก้ไขและรับผิดชอบต่อประชาชนของตัวเอง ถ้าไม่ดำเนินการ ไทยมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะขับไล่ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ตามหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี