วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 23 ก.ค. 69 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กลุ่มฮูตี ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำ โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกำลังรุกคืบสู่การพยายามสร้างการปิดกั้นอุปทานน้ำมันโลกครั้งที่สองในทะเลแดง ซึ่งเป็นการประสานงานร่วมกับความพยายามของอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการโจมตีต่อเนื่องเป็นคืนที่ 12 แล้ว
กลุ่มติดอาวุธในเยเมนที่ควบคุมพื้นที่ใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องแคบฮอร์มุซ ได้ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าพวกเขากำลังปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่เป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการเพิ่มอำนาจต่อรอง ทั้งนี้ ก่อนที่จะเกิดการคุกคามการขนส่งในทะเลแดง การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมดโดยอิหร่านได้กระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ซึ่งสถานการณ์สงครามที่กำลังดำเนินอยู่นี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อพันธมิตรพรรครีพับลิกันของทรัมป์ในช่วงก่อนการเลือกตั้งสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพจาก รอยเตอร์
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำได้เปลี่ยนเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงเพื่อเลี่ยงช่องแคบบับเอลมันเดบ ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่บรรทุกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียเพื่อมุ่งหน้าไปจีนและอินเดียได้ตัดสินใจกลับลำ ทางด้านกลุ่มฮูตีกล่าวว่า กองกำลังของตนได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ คือเรือเอนเซเลียและเรือไลลา
แหล่งข่าวความมั่นคงทางทะเลระบุว่า เรือเอนเซเลียได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือโดยรายงานว่าถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธใกล้ท่าเรือจิซานของซาอุดีอาระเบียเมื่อคืนวันพุธ ส่วนกลุ่มบริหารความเสี่ยงทางทะเลของอังกฤษ "แวนการ์ด" ระบุว่าเรือลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยวัตถุไม่ทราบชนิดห่างจากเมืองอัลชูไกค์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 70 ไมล์ทะเล สำหรับการโจมตีเรือไลลานั้นยังไม่มีการยืนยัน ทั้งนี้ ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียขนส่งน้ำมันดิบหลายล้านบาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือยานบูในทะเลแดงเพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางทางใต้ของทะเลแดงไม่สามารถใช้งานได้ จะเหลือเพียงเส้นทางผ่านคลองสุเอซทางเหนือเท่านั้น ซึ่งจะทำให้การเดินทางล่าช้าขึ้นหลายสัปดาห์และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
ทางด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งในปัจจุบันและอดีตเตือนว่า การขู่ปิดล้อมทางทะเลของกลุ่มฮูตีอาจทำให้สงครามขยายวงกว้างและสร้างภาระหนักให้กับกองทัพสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ให้คำมั่นเมื่อวันพุธว่าจะทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านหากอิหร่านยิงใส่เรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสื่อรัฐอิหร่านตอบโต้ว่าหากคำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง กองกำลังอิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และเศรษฐกิจในภูมิภาค พร้อมทั้งขัดขวางการส่งออกน้ำมันทุกหยด
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านรายงานเหตุระเบิดในเส้นทางวางทุ่นระเบิดทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันเกิดไฟไหม้ 1 ลำ และอีก 2 ลำหันกลับ พร้อมประกาศว่าช่องแคบอยู่ภายใต้การควบคุมและปิดสนิท โดยห้ามเรือผ่านโดยไม่ได้รับการประสานงานจากอิหร่าน ทั้งนี้ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเดือนมิถุนายนล่มสลาย สหรัฐฯ ได้ขยายการโจมตีจากทางใต้สู่พื้นที่ทางตะวันตกและกลางของอิหร่านต่อเนื่อง 12 วัน โดยกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุว่าจะลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือต่อไป
ในวันพฤหัสบดี สื่ออิหร่านรายงานว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ในเมืองบูเชห์รเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสองวัน นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 11 รายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ด่านชายแดนชาลัมเชห์ติดกับอิรัก อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรน โดยในสัปดาห์นี้ได้โจมตีโรงงานผลิตน้ำจืด โรงไฟฟ้าในคูเวต รวมถึงเป้าหมายทหารสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน และจอร์แดน
ทั้งสองฝ่ายต่างรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตที่สูงขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอิหร่านระบุว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 53 รายและบาดเจ็บ 592 รายตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว และนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทำสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและผู้พลัดถิ่นหลายล้านคน กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่เคยโจมตีพลเรือน ซึ่งอาจขัดต่ออนุสัญญาเจนีวาปี 1949 อย่างไรก็ดี ทรัมป์ได้ขู่ซ้ำว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนหากถูกใช้ในทางทหาร โดยมีเงื่อนไขว่าความเสียหายต่อพลเรือนต้องไม่มากเกินไป สำหรับสงครามครั้งนี้มีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 18 นายและบาดเจ็บกว่า 450 นาย โดยทรัมป์ได้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยทหาร 4 นายที่เสียชีวิตล่าสุด ก่อนจะเรียกสถานการณ์นี้ในสุนทรพจน์ที่รัฐจอร์เจียว่าเป็นเพียงการปะทะเล็ก ๆ น้อย ๆ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก รอยเตอร์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี