‘ภูมิธรรม’สยบ!เด้งผบ.ตร. ยืนกรานสัมพันธ์ยังแน่น

‘ภูมิธรรม’สยบ!เด้งผบ.ตร. ยืนกรานสัมพันธ์ยังแน่น

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘ภูมิธรรม’สยบ!เด้งผบ.ตร.

ยืนกรานสัมพันธ์ยังแน่น

 

“ภูมิธรรม” สยบข่าวลือ ปลด ผบ.ตร.เซ่นไม่ตอบสนองโผนายพล บอกไร้สาระ ยันสัมพันธ์ ผบ.ตร.แน่นปึ้ก ลั่นมีอำนาจปิดประชุม ก.ตร.แจงเหตุเลื่อนไปพิจารณา 31 สิงหาคมนี้ เพื่อเคลียร์ปมร้องเรียนให้จบ รับมีกรรมการ ก.ตร.ตะโกนไล่ อ้างใช้อำนาจมิชอบ ส่วน “บิ๊กเต่า” ยันเดินหน้าทำงานต่อ แม้ไม่ได้ขึ้นเป็น ผบช.


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธาน ก.ตร.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยขอเลื่อนการประชุมโดยอ้างเหตุผลมีนายตำรวจร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ว่าได้มีกระแสข่าวสะพัดออกมา ว่านายภูมิธรรม เตรียมให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยอ้างเรื่องฝ่ายปกครองจับกุมบ่อนการพนันรายใหญ่ ย่านดอนเมือง กทม.และเนื่องจากไม่สนองนโยบายการแต่งตั้งโผนายพล

ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจต้องการให้เสนอชื่อ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่มีปัญหากรณีรักษาตัวนายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ซึ่งแพทยสภา ชี้ว่าผิดเรื่องจริยธรรม ไม่ได้ขยับขึ้น รอง ผบ.ตร.และโยกย้าย ผบช.และรอง ผบช.ในสายขึ้นมา เป็น ผบช.วางตัวในพื้นที่หน่วยงานสำคัญ

รายงานข่าวระบุว่า บรรยากาศขัดแย้งไม่ลงตัวของฝ่ายการเมืองกับ ผบ.ตร. เริ่มตั้งแต่การจัดทำโผนายพล ที่ ผบ.ตร.เลี่ยงเข้าพบฝ่ายการเมือง ที่ต้องการฝากเด็กในสายการเมือง เพื่อให้ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย จนมีข่าวปล่อยว่ามีความพยายามเลื่อนการประชุม ก.ตร.และข่าวปลด ผบ.ตร.เพื่อให้เปลี่ยนรายชื่อโผนายพล กระทั่งวันนัดประชุม ก.ตร.นายภูมิธรรม พูดคุยกับ ผบ.ตร.ด้วยบรรยากาศเคร่งเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าประชุม ก.ตร.แจ้งเลขานุการ ก.ตร.รับเรื่องร้องเรียนนายตำรวจให้ ผบ.ตร.แก้ปัญหา ก่อนลุกหนีจากห้องประชุมไม่สนใจเสียงคัดค้านของ ก.ตร.ซึ่ง ผบ.ตร.เตรียมให้ ผบช.มาชี้แจงประธาน ก.ตร.

สำหรับหนังสือร้องเรียนนายตำรวจ 4 เรื่องได้แก่ พล.ต.ท.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มีปัญหาชั้น 14 รพ.ตำรวจ ไม่ได้เสนอชื่อเป็น รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.และ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยืนยันว่า ผบ.ตร.ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ปล่อยให้ข่าวลือมาสั่นคลอนการทำงาน ซึ่งนับตั้งแต่ก้าวขึ้นรับตำแหน่ง ผบ.ตร.ได้เดินหน้าสนองนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ทุกด้าน โดยเฉพาะการแก้ปัญหายาเสพติด

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ผลงานต่างๆ ในระหว่างที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ถูกมองว่าเป็นหลักประกันทางการเมือง ที่ทำให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งได้ท่ามกลางแรงกดดัน เพราะสิ่งที่ตอบโจทย์สังคมได้ดีที่สุดไม่ใช่ข่าวลือ แต่คือความจริงที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน

เวลา 11.20 น.วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวถึงกรณีที่เลื่อนการประชุม ก.ตร.เป็นวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ว่าไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่ได้รู้จักใครทั้งหมด หรือรู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่มีเรื่องร้องเรียนจากนายตำรวจ 4 ราย ซึ่งจำนวนนี้มีอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการทำงาน คนหนึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ในคดีชั้น 14 โดยทั้งหมดเขียนจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ตนได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับคำแนะนำในข้อกฎหมาย ว่าในส่วนของ พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ เป็นสิทธิของเขาที่จะสามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะยังไมได้มีความผิด กรรมการที่ตั้งเป็นการพูดถึงเรื่องข้อเท็จจริง ตามกฎ ก.ตร.เขามีสิทธิที่จะเสนอชื่อเข้ามา จะรับได้หรือไม่ เป็นสิทธิของ ก.ตร.

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้พูดกับเราว่าเขาไม่ได้สนใจ ถ้าเขาไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาเห็นว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มันไม่ชอบ อยากให้มีการทบทวน ส่วนกรณี พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นตำรวจนายหนึ่งที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับ ก็ไม่ได้รับการพิจารณา ตนไม่ขอลงรายละเอียด ขณะที่อีกคนคือ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ซึ่งทั้ง 4 เป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการถูกเสนอชื่อ ฉะนั้น การประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ทาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ชวนตนเข้าไปคุยในห้องรับรอง เลยสอบถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ท่านมีความตั้งใจและพยายามอธิบายหลายเรื่อง แต่มันอยู่ที่ข้อเท็จจริง ตนไม่มีปัญหาอย่างใด แต่ที่มีเป็นปัญหาคือว่าถ้าเขาร้องเรียนมา และตนไม่สามารถทำตามสิ่งที่ถูกต้อง ตามกฎหมาย จะมีปัญหาหรือไม่ และมันมีข้อเสนอแนะของกฤษฎีกา ที่เป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งที่จะพิจารณาได้ ผบ.ตร.ก็พยายามทำความเข้าใจ

“ผมบอกว่าเลื่อนไปก่อนได้หรือไม่ เพราะในเมื่อพูดถึงเรื่องระบบ ลองไปทบทวนดู ซึ่งมีเวลาที่เราจะพิจารณา ควรจะทำก่อน และเรื่องนี้เมื่อทำแล้ว โผตำรวจออกแล้ว ก.ตร.ตัดสินใจ เราจะต้องนำขึ้นกราบบังคมทูลฯ ด้วย ผมไม่อยากให้เกิดความไม่เรียบร้อย อยากให้คุยกันให้จบ ผบ.ตร.เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้นำเข้าที่ประชุม ก.ตร.ในวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้คุยกันว่าถ้าเลื่อนจะเลื่อนอีกสัก 2 สัปดาห์ ให้ได้ทำงาน แต่มีข้อกฎหมายโต้แย้งหลายเรื่อง และได้ความชัดเจนแล้ว การขยายเกินวันที่ 31 สิงหาคม มันมีข้อกฎหมายที่โต้แย้งกัน ในระเบียบ ก.ตร.ระบุว่าต้องจัดการให้เสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม เว้นแต่มีเหตุผลที่เพียงพอถึงจะขยายเวลาต่อไปได้ เมื่อเรียกประชุมแล้วควรจะต้องประชุม ตนได้แจ้งในที่ประชุม ก.ตร.ว่าได้รับเรื่องร้องเรียน และมีหนังสือแนบของกฤษฎีกา ที่มีความเห็นว่าเป็นสิทธิของเขาที่จะเสนอได้ เพื่อประกันสิทธิของผู้ที่ร้องเรียน และยังมีเวลา จึงขอเลื่อนไปวันที่ 31 สิงหาคมนี้ เวลา 15.00 น.และขอให้ปิดประชุม

จากนั้นมีกรรมการ ก.ตร.คนหนึ่ง ยกมือขอพูด แต่ตนเดินออกมาจะถึงประตูห้องประชุมอยู่แล้ว โดยขอแสดงความเห็น ไม่มีอะไร ตนจึงกลับไปนั่งใหม่ ทั้งที่ปิดประชุมไปแล้ว มีการพูด เอาสไลด์ขึ้นมา ตนเลยบอกว่าปิดประชุมไปแล้ว พบกันวันที่ 31 สิงหาคม เป็นอำนาจของประธานฯ ที่สามารถเลื่อนการประชุมได้ แต่ขยายเวลาไม่ได้ ที่ตนทำคือเลื่อนประชุมในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้

“มีคนตะโกนตามหลังมา ซึ่งผมไม่ทราบว่าเสียงใคร คล้ายๆ กับบอกว่า ผมกำลังทำในสิ่งที่ผิด ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งได้บอกว่าไม่เป็นไร ผมทำตามหน้าที่ ถือว่าตัดสินใจไปแล้ว โดยอำนาจและกรอบในการพิจารณาที่คิดไว้ในฐานะประธานฯ ต้องการทำให้กระบวนการมันชอบธรรมก่อน ซึ่งผมไม่ทราบว่าเป็นเสียงของใคร” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าจะเด้ง ผบ.ตร.นายภูมิธรรม กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เกินเลย สื่อมวลชนต้องดูว่าข่าวมาจากไหน ตนไม่เคยพูดอย่างนี้ ความสัมพันธ์กับ ผบ.ตร.ยังดีอยู่ และเห็นใจท่านเพราะทำงาน แต่เห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย สิ่งที่เขาร้องมาคือ ให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ก็ยังมีเวลา ถ้าทบทวนแล้วจะตัดสินใจเลือกหรือไม่ อย่างไรก็อยู่ที่ ก.ตร.

“ผมไม่ได้มีอะไรที่ไม่สบายใจกับ ผบ.ตร.เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ยังหัวเราะ มีหนังสือพิมพ์ลง บอกจะเด้ง ผบ.ตร.ผมเลยบอกว่าไร้สาระ ผมมีสิทธิ์อะไร อยู่ๆ จะไปเด้ง ผบ.ตร.ไม่อยู่ในความคิดเลย มีแต่คนจะปั่นให้ทะเลาะกัน ซึ่งคิดว่าไม่เป็นผลดี เวลานี้ทุกอย่างยังทำอยู่ภายใต้กฎหมาย การจะเด้งทุกอย่างต้องมีเหตุมีผล และท่านก็มีไมตรีจิต การตัดสินใจแบบนี้ผมรับผิดชอบ ซึ่ง ผบ.ตร.บอกว่าไม่ต้องให้ถึงผมหรอก ท่านก็จะรับผิดชอบให้ ผมบอกว่าไม่เป็นไร ว่าไปตามกระบวนการ เมื่อคืนผมก็ยังไลน์คุยกับท่าน ว่าต้องขอโทษที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะมีการร้องเรียนมา ผมอยากจะทำให้มันโปร่งใส ไม่อยากให้ยื่นเรื่องขึ้นไปถึงพระองค์ท่าน ทั้งที่ยังมีเรื่องคาราคาซังอยู่” นายภูมิธรรม กล่าว

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.กล่าวถึงเหตุที่มีการเลื่อนประชุม ก.ตร.ว่าไม่ได้มีสาเหตุจากที่ตนยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะมีตำรวจหลายนายยื่นขอความเป็นธรรมเช่นกัน แต่ตนเหมือนเป็นระเบิดพลีชีพไปแล้ว สู้กับผู้ใหญ่ จึงเชื่อว่าคงไม่ถูกเสนอชื่อเลื่อนตำแหน่งในการพิจารณาครั้งนี้ แต่ก็จะไม่เกเร ไม่เกียร์ว่าง ยังคงทำงานต่อไป เพียงแต่ที่ออกมาต่อสู้เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถได้รับความเป็นธรรม

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันว่าการร้องขอความเป็นธรรมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องผิดวินัย เพราะไม่เคยพูดไม่ดีถึงผู้บังคับบัญชา เพียงแค่กระตุกเตือนให้พิจารณาอย่างเป็นธรรม พิจารณาที่ผลงาน ไม่ใช่แค่เลื่อนตำแหน่งให้คนใกล้ชิดหรือเพื่อนร่วมรุ่น และไม่ได้มีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ตนยอมรับว่าเคยได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเร็วขึ้นเป็นผู้บังคับการ (ผบก.) ภายในระยะเวลา 3 ปี จากที่ต้องดำรงตำแหน่งรอง ผบก.ให้ครบ 5 ปี เนื่องจากขณะนั้นรัฐบาลทหาร ประกาศใช้มาตรา 44 และต้องการบุคคลที่มีความสามารถเข้ามาจัดการปัญหาทุจริตต่างๆ จึงได้รับเลือก โดยไม่ได้วิ่งเต้นใดๆ

รอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าได้เลื่อนตำแหน่งเร็วในช่วงที่เป็นรองผู้กำกับ และผู้กำกับการ (ผกก.) ด้วยนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ หากการประชุม ก.ตร.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ มีผลให้ถูกโยกย้ายไปสังกัดอื่น คณะกรรมการ ก.ตร.ก็ต้องมีเหตุผลชี้แจงอย่างเหมาะสม ว่าเหตุใดจึงสั่งย้าย เพราะคดีสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตที่ตนดูแลอยู่ ยังมีอีกมาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top