วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568
ไม่เอา‘เพื่อไทย’ คปท.เตือนหยุดสืบทอดอำนาจ นัดชุมนุมใหญ่อนุสาวรีย์ชัย31ส.ค.

ไม่เอา‘เพื่อไทย’ คปท.เตือนหยุดสืบทอดอำนาจ นัดชุมนุมใหญ่อนุสาวรีย์ชัย31ส.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คปท. นัดชุมนุมใหญ่ 31 สิงหาคม ย้ำ 6 ข้อเรียกร้อง ไม่เอาแคนดิเดต พท. ยกเลิก MOU 43-44 ห้ามแก้ รธน.

คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย (คปท.) นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. และนายพิชิต ไชยมงคล พร้อมแกนนำภาคีภาคประชาชน ร่วมแถลงข่าวถึงท่าทีและจุดยืนทางการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้การเมืองไทยเข้าสู่ช่วง เปลี่ยนผ่านอำนาจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการต่อรองระหว่างพรรคการเมือง ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา


โดยนายจตุพร กล่าวว่า การพ้นตำแหน่งของ น.ส.แพทองธาร ไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนหน้า หากยังคงให้พรรคเพื่อไทย ส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อไป ย่อมไม่ต่างอะไรจากการสืบทอดอำนาจของกลุ่มการเมืองเดิม และจะนำไปสู่การถูกต่อต้านจากสังคม พร้อมย้ำว่า แคนดิเดตนายกฯ คนใหม่ ต้องไม่มาจากพรรคเพื่อไทยโดยเด็ดขาด เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมือง คปท.จึงประกาศนัดชุมนุมใหญ่ใน (31 สิงหาคม เวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

นายจตุพร ยอมรับว่า แม้หลายฝ่ายกังวลว่ามวลชนอาจมาน้อย แต่จำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหวทันที เพราะถูกบีบด้วยกรอบเวลา เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดประชุมพิเศษ 3 วัน ติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2568 เพื่อหารือทิศทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล ขณะเดียวกันในวันที่ 9 กันยายนนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ก็จะเดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีชั้น 14 ซึ่งถูกจับตาว่าอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพการเมือง

นายจตุพร ยังเปิดเผยข้อเสนอ 6 เงื่อนไข ที่ คปท.ต้องการให้รัฐบาลใหม่ยึดถือ ได้แก่ 1.แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ต้องไม่ใช่บุคคลที่มาจากพรรคเพื่อไทย 2.หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องไม่แตะต้อง หมวด 1 และหมวด 2 3.ต้องยกเลิก MOU 43,44 ที่ลงนามกับกัมพูชา 4.ยกเลิกร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ที่ขยายสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ จาก 30 ปี เป็น 99 ปี 5.ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือร่าง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่อนุญาตให้มีกาสิโน 6.ยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน

พร้อมย้ำว่า ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มการเมืองใด แต่เป็นอำนาจต่อรองของประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า แม้หลายฝ่ายอาจยังลังเลที่จะออกมาร่วมชุมนุม แต่หากรอให้การเมืองเดินไปข้างหน้าโดยไม่มีเสียงประชาชน วันข้างหน้าจะยิ่งแก้ไขยากและต้องเหนื่อยกว่าหลายเท่า จึงขอให้ประชาชนจากทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มาร่วมกันแสดงพลัง เพื่อให้พรรคการเมืองตระหนักว่าประชาชนคือผู้มีสิทธิขีดเส้นทางการเมือง ไม่ใช่นักการเมืองเพียงกลุ่มเดียว

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวถึงปัญหาความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา โดยเตือนว่า หากรัฐบาลกับกองทัพไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน สถานการณ์ชายแดนก็จะไม่มีวันยุติ และจะสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่า ประชาชนต้องลุกขึ้นมาเป็นตัวแปรหลัก เพราะชัยชนะในวันนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

ด้าน นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะนักการเมืองล้มเหลวในการทำหน้าที่ ปล่อยให้ประเทศตกอยู่ในวังวนคอร์รัปชันและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม โดยเปรียบเทียบว่า “สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในวันนี้ เสมือนไทยไม่มีรัฐบาล ต้องพึ่งพากองทัพมากกว่าฝ่ายการเมือง

ด้าน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวเสริมว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้เก้าอี้นายกฯ ว่างลง เปรียบเสมือน “การเตะหมูเข้าปากสุนัข” เพราะพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ยังยืนยันจะเดินหน้ารับข้อเสนอของพรรคประชาชน ในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสถาบันหลักของชาติ และเป็นสิ่งที่ภาคประชาชนไม่อาจยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม การนัดชุมนุมวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จึงถูกมองว่าเป็นเดิมพันสูงของกลุ่ม คปท. และภาคประชาชน เนื่องจากจะเกิดขึ้นก่อนหน้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงไม่กี่วัน และในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังจับตาเส้นทางการเมืองหลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คปท. ประกาศชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ สารถึงพรรคการเมืองทั้งหลายว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลที่ขัดต่อเจตจำนงของประชาชนอีกต่อไป และการส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย จะนำไปสู่การเผชิญหน้าทางการเมืองครั้งใหม่ พร้อมขอเชิญชวนให้ออกมารวมตัวกันตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่ (31 ส.ค.) ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการเมืองไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top