'ครป.'แนะ'เพื่อไทย' ยึด MOU 8 พรรคเดิมจัดตั้งรัฐบาล

'ครป.'แนะ'เพื่อไทย' ยึด MOU 8 พรรคเดิมจัดตั้งรัฐบาล

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

ครป.เสนอพรรคเพื่อไทยกลับไปที่ MOU 8 พรรคเดิมจัดตั้งรัฐบาล ชี้พรรค ปชน.โหวตเลือกโดยไม่เป็นรัฐบาลไม่เคยมีในประวัติศาสตร์การเมืองไทย และจะไม่สามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้อย่างสง่างาม

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า "อนาคตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย"


1.เป็นที่น่าเสียใจที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไทยเพียง 9 คน กลายเป็นผู้บัญญัติความหมายและกำหนดเส้นแบ่งความผิดจริยธรรมร้ายแรงแต่เพียงองค์เดียว ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นมีอำนาจปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งมีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวในโลกที่มีอำนาจโดยตรง ขณะที่เกาหลีใต้ต้องผ่านกระบวนการถอดถอนของรัฐสภาก่อน แล้วศาลจึงวินิจฉัยในขั้นตอนสุดท้าย ในอนาคตจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเปลี่ยนบทบาทศาลรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้มากขึ้น

2.ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามข้อเสนอภาคประชาชน เมื่อเกิดปรากฎการณ์คลิปสนทนาลับหลุด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะมีความสง่างามไม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เสียเกียรติภูมิ แต่อาจจะเป็นเพราะมั่นใจในคะแนนเสียงอย่างน้อย 5 : 4 ว่าไม่ผิด การกระทำเพื่อบ้านเมืองไม่เข้าข่ายไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ แต่คาดไม่ถึงว่าศาลจะวินิจฉัย 6 : 3 อีกประเด็นว่า การสื่อสารกับผู้นำกัมพูชาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง เป็นเหตุให้คุณสมบัตินายกสิ้นสุดลง นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทยและระยะสิ้นสุดของตระกูลชินวัตรในการปกครองและมีอำนาจการเมือง

3.ประเด็นสำคัญของพรรคการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ ที่เกี่ยวจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก็คือ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามการแทรกแซงจากต่างชาติ (Foreign Information Manipulation) ในการล้มรัฐบาล โดยการใช้สายลับอิทธิพล การกระทำของสมเด็จฮุนเซ็นเป็นความผิดเข้าข่ายการแทรกแซงจากต่างชาติ (Foreign Interference) เพื่อต่อรองอำนาจอย่างชัดเจน จึงต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่และดำเนินการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะภาวะสงครามครั้งนี้อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้น ประเทศไทยอาจจะเจอกับ Hybrid Warfare ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

4.นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยจะเป็นใคร ระหว่างนายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย VS นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ขณะที่บัดนี้ทั้ง 2 พรรค ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้เกินกึ่งหนึ่ง จึงต้องขอพึ่งเสียงจาก สส.พรรคประชาชนที่เคยต่อต้านไม่ให้เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แต่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หากพรรคประชาชนยังประกาศเป็นฝ่ายค้านต่อไป แม้จะเทคะแนนเสียงให้ ขณะที่นายอนุทิน อาจมีภาษีและความจริงใจมากกว่า ในการเดินสายหาเสียงเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีคำถามว่า ทำไมนายชัยเกษมไม่เดินทางมาเจรจากับพรรคต่างๆ เอง จึงไม่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี

5.แม้ข้อเสนอของพรรคประชาชน จะหยิบฉวยโอกาสเป็นฝ่ายนำทางการเมือง แต่ไม่มีประเพณีทางการเมืองใดและไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ ที่พรรคการเมืองจะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีโดยที่ตนเองจะเป็นพรรคฝ่ายค้านต่อไป ซึ่งทำให้พรรคการเมืองในระบบรัฐสภาจะไร้ความหมาย การตรวจสอบถ่วงดุลจะไร้คุณค่า เพราะว่าไม่สามารถทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้อย่างสง่างาม จะตรวจสอบและลงมติไม้ไว้วางใจรัฐบาลที่ตนเองมีส่วนร่วมจัดตั้งได้อย่างไร

6.ทางเลือกคือ ทำไมพรรคประชาชนไม่เรียกร้องพรรคเพื่อไทยกลับไปที่ MOU 8 พรรคเดิมแต่แรก เพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งรวมเสียงได้ 303 เสียงจัดตั้งรัฐบาลได้เลย เพราะไม่ต้องใช้ สว.โหวตแล้ว ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไม่กลับมาจัดตั้งรัฐบาลกันใหม่เพราะข้ออ้างติดกับดักเงื่อนไขรัฐธรรมนูญหมดไปแล้ว หรือเพื่อไทยอยากเป็นรัฐบาลข้ามขั้วเหมือนเดิม? (พรรคประชาชน: 143 คน พรรคเพื่อไทย 140 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคเพื่อไทยรวมพลัง 2 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคพลังสังคมใหม่ 1 คน ย้ายไปพรรคกล้าธรรม)

7.พรรคเพื่อไทยอาจจะคิดหนัก เพราะการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมานั้น เพื่อต่อต้านพรรคประชาชนในการร่วมรัฐบาลเป็นหลักจึงไม่อาจร่วมรัฐบาลได้ แต่ถ้าไม่ทิ้งดีลเก่าก็ต้องกินแห้ว ขณะที่การบริหารบ้านเมืองไปกว่า 2 ปี เกิดปัญหาทั้งสงครามเศรษฐกิจและสงครามชายแดน การร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์ที่พรรคประชาชนเห็นว่าแทบไม่หลงเหลือความชอบธรรม ทำให้พรรคประชาชนต้องคิดหนักด้วยเช่นกัน

8.หากเป็นไปไม่ได้ ก็เหลือทางเลือกเดียวคือ รักษาการนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เนื่องจากไม่มีทางเลือกแล้ว ส่วนกระแสข่าวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนอื่นที่เหลืออยู่แทบเป็นไปไม่ได้เลยเพราะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภา แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่สามารถเป็นได้ เนื่องจากตำแหน่งองคมนตรีเป็นคณะที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ตามที่รัฐธรรมนูญ ไม่สามารถลงมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือฝักใฝ่พรรคการเมืองได้

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top