วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘ชลน่าน’ จี้ ‘รัฐสภา’ รับหลักการร่างแก้รธน.ทั้งหมด ยึดร่างฯ ‘พรรคเพื่อไทย’ เป็นหลัก ยันไม่ขัดคำวินิจฉัยของศาลรธน.แน่นอน แนะทำไทม์ไลน์ผ่านวาระ 3 ให้ชัดเจน หวั่นทำประชามติไม่ทันเลือกตั้ง ขู่จับตาที่มา ‘ส.ส.ร.’ หาก ‘กินรวบ-มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง’ เจอปลุกตั้งธงรณรงค์ปชม.คว่ำแน่
วันที่ 14 ตุลาคม 2558 เมื่อเวลา 19.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3ฉบับ ของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา156 เพิ่มหมวด15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยนพ.ชลน่านศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ประเด็นแรกในวาระนี้ เป็นวาระรับหลักการแห่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นคือ หากรับหลักการจะรับรวมทั้ง 3 ร่าง หรือแยกไปทีละร่าง โดยตามความเห็นของตนจากที่ฟังมาหลายท่านอภิปรายสนับสนุนพร้อมรับหลักการทั้ง 3 ร่าง เห็นควรรับหลักการและรับรวม โดยให้พิจารณาลงมติรวมเว้นแต่ให้สมาชิกมีความเห็นค้านและเสนอญัตติให้รับร่างแยก
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีการตั้งข้อสงสัยว่าร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน สุ่มเสี่ยงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นที่อยากฟังเหตุผลประกอบ เพื่อตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ โดยในนามของพรรคเพื่อไทย ที่มีความกังวลเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการยกร่าง เราเน้นความสำคัญตรงนี้ โดยเฉพาะในมาตราที่เกี่ยวกับที่มาของ สสร. เราให้ความสำคัญกับความเป็นสภา ยืนยันว่าไม่ได้มีการเลือกตั้งทางตรง แต่เลือกผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร. และให้สภาคัดเลือกต่อ ดังนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อรัฐสภาเป็นผู้เลือกเท่านั้น จึงไม่ให้ประชาชนเป็นผู้เลือกโดยตรง
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ขณะที่ข้อห่วงใยอีกเรื่อง คือ ไม่บัญญัติข้อห้ามการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 เอาไว้ เรื่องนี้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพืือไทย ได้อภิปรายในเหตุและผลไปแล้ว โดยหากกำหนดชัดเจน เหมือนร่างพรรคภูมิใจไทยนั้น จะมีข้อขัดแย้งกันเองอยู่ในหมวดเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญปัจจุบันเขียนไว้ชัดเจน ว่าหากจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 และหมวด 2 เมื่อแก้ไขต้องไปทำประชามติ ความหมาย คือ แก้ไขได้ แต่ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น หากเป็นข้อกังวลจริง ในชั้นคณะกรรมธิการ สามารถปรับแก้ได้ เพียงแค่บัญญัติเพิ่มเติมว่าให้นำบทบัญญัติหมวดหนึ่งหมวด 2 ในรัฐธรรมนูญปี 60 มาบัญญัติไว้ด้วย
นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ที่กังวลว่าจะใช้ร่างไหน เป็นร่างหลักในการพิจารณา หากรับหลักการทุกร่าง โดยหากดูร่างของพรรคเพื่อไทย ที่คิดโดยพื้นฐานของความรอบคอบ และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ความง่าย ไม่เกิดข้อขัดแย้ง และทำได้จริง จึงเสนอว่าหากสมาชิกรัฐสภา ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา และนำทั้งสองร่างมาผสมเข้าไป จะทำง่าย เพราะเนื้อหาครอบคลุม และที่เชื่อว่าร่างพรรคเพื่อไทยจะเป็นร่างหลักนั้น เราสะท้อนความเป็นเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และไม่ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งภาคพื้นพื้นที่ และมาจากทุกองค์กรที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน เสนอตัวแทนเข้ามา ซึ่งรัฐสภาเป็นผู้เลือกร่างของพรรคเพื่อไทย เป็นร่างที่ยืนยันเจตนารมย์ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่การริเริ่มการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งที่ร่างของพรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเป็นองค์กรเป็นกลไกที่เข้าไปจัดทำรัฐธรรมนูญปี 40 ได้ดีที่สุด เพราะเขามีคณะอนุกรรมการกรรมาธิการต่าง ๆ เข้าไปรับฟังความเห็นในแต่ละสาขา และแต่ละประเด็นได้ครอบคลุม และกว้างขวางมาก
“ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักจะสะดวกต่อการพิจารณา โดยหากร่างรัฐธรรมนูญตกไป เรายังเปิดโอกาสในมาตรา 256 / 21 สมาชิกรัฐสภาสามารถเสนอญัตติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีก เช่น ส.ส.ร. ชุดเดิม ต้องไม่มาเป็น ส.ส.ร. อีก เป็นสิ่งที่เราพยายามเปิดช่องไว้ทั้งหมด” นพ.ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงกระบวนการการพิจารณา จนถึงการทำประชามติ ว่า หากสมาชิกรัฐสภา และกรรมาธิการ ไม่ได้จัดทำผังเวลาไว้ โอกาสทำประชามติ ณ วันเลือกตั้งทั่วไป จะเป็นไปไม่ได้ โดยระบุว่า หากโหวตในวาระ 3 ทันในวันที่ 8 ธันวาคม และวันที่ 12ธ.ค.นี้ มีการเปิดประชุมสภาวิสามัญอีกครั้ง จะทำให้แก้ไขธรรมนูญได้ทัน และเพื่อนำไปสู่การวางแผนการปฎิบัติงานไปตามวันเวลา และในวันนั้นรัฐสภาแห่งนี้ต้องเสนอการทำประชามติ ให้ครม. ไปทำประชามติคำถามที่ 1 ไปพร้อมกับคำถามที่ 2 โดยรัฐสภา ต้องร้องขอ ส่งไปให้ ครม. ในวันที่ 12ธ.ค.68 ซึ่งต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ จึงอยากให้บันทึกไว้เพื่อจัดทำระยะเวลาไว้ มิเช่นนั้น จะทำประชามติในวันเลือกตั้งไม่ได้
“ขอให้รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จ และการแก้ไขจะจริงจังหรือไม่ ฝากคณะกรรมาธิการ ไปต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15 / 1 ที่จะสะท้อน และบอกถึงความมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด และหลีกเลี่ยง ส.ส.ร. ที่มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือมาจากพวกใดพวกหนึ่ง ที่หวังจะกินรวบทั่วประเทศ เราต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุดใน กมธ. และฝากไปยังประชาชน ต้องติดตามเรื่องนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ได้ ส.ส.ร. มาจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเข้าข่ายที่จะกินรวบ เราต้องต่อสู้ในนามพี่น้องประชาชน เพื่อให้ข้อมูล และหากไม่สำเร็จ ตั้งธงรณรงค์บอกกับประชาชนว่าประชามติเราจะไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ลง” นพ.ชลน่านกล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี