วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
นานาชาติต้านสแกมเมอร์ รับรองแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ กำหนด 6 แนวปฏิบัติ ด้านทหารเรือรวบ 19 คนต่างด้าว ลอบเข้าเมืองผิด กม.คาดเกี่ยวพันแก๊งคอลฯ ย้ายฐาน ตรึงกำลังคุมเข้มชายแดนจันทบุรี
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลสำเร็จการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (IC-GPOS) ที่โรงแรม InterContinental กทม.ว่าการประชุมดังกล่าวประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่งในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างนานาชาติในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ
อาชญากรรมไซเบอร์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ รวมทั้งเป็นการเน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องยกระดับจากความตระหนักรู้สู่การลงมือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ 6 ประการ (6 Action Points) 1.ธำรงไว้ซึ่งความมุ่งมั่นทางการเมืองและการดำเนินการแบบบูรณาการทั้งองคาพยพของรัฐให้ประเด็นนี้เป็นวาระแห่งชาติที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ โดยประสานงานและทรัพยากรที่ชัดเจน
2.เสริมสร้างความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือทางยุติธรรมข้ามพรมแดน ตั้งแต่ขั้นตอนการสืบสวนจนถึงการดำเนินคดี ควรทำให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างรวดเร็วและลึกลงไปถึงระดับปฏิบัติการตลอดทั้งห่วงโซ่ เพื่อไม่ให้อาชญากรใช้ช่องโหว่ของเขตอำนาจศาลในการแสวงหาผลประโยชน์ในบริบทของการหลวงลวงออนไลน์ แก้ไขความท้าทายเฉพาะด้าน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลและพยานหลักฐานอย่างทันท่วงที การรักษาพยานหลักฐานดิจิทัลจากหลายแพลตฟอร์มและเขตอำนาจศาล และรับรองว่าพยานหลักฐานดิจิทัลสามารถรับฟังได้ในชั้นศาล
3.ผลักดันแนวทางที่ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการค้ามนุษย์ ด้วยการปรับปรุงการคัดกรอง การคุ้มครอง และการให้ความช่วยเหลือการส่งกลับประเทศ เสริมสร้างมาตรการป้องกันเพื่อแยกแยะเหยื่อออกจาผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เหยื่ออาจถูกบังคับให้ก่ออาชญากรรม4.ต้องติดตามเส้นทางการเงินด้วยข่าวกรองทางการเงินที่เข้มแข็งและหยุดเส้นทางการเงินอย่างเร็วยิ่งขึ้น ควรเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อต่อสู้กับผู้สนับสนุนทางไซเบอร์ อาชญากรรมทางการเงิน เช่น การฟอกเงิน กำกับดูแลการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น สกุลเงินคริปโตฯ ที่มักถูกใช้ในการโอนถ่ายผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย สนับสนุนการสืบทรัพย์ การยึด และการเรียกคืนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด
5.กระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีและทำลายระบบนิเวศของการหลอกลวง ตามแนวทางของเลขาธิการสหประชาชาติที่ว่า ‘วิกฤตที่เคลื่อนที่เร็ว ย่อมต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วเช่นกันและ 6.การลงทุนในการป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สาธารณชน นอกเหนือจากการปราบปรามแล้ว ต้องป้องกันการตกเป็นเหยื่อผ่านแคมเปญสื่อสารความเสี่ยงที่มีการประสานงานเพื่อเพิ่มพูนการรู้เท่าทันดิจิทัล และการเข้าถึงชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูง การดำเนินงานนี้ควรทำภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีศักยภาพในการเสริมสร้างการคุ้มครองผู้ใช้งาน ตรวจสอบและตรวจจับรูปแบบการฉ้อโกงออนไลน์เพื่อกำจัดเนื้อหาหลอกลวงและปรับปรุงกลไกในการรายงานเหตุ
นายวิชาวัฒน์ กล่าวอีกว่า ด้วยแนวทางดังกล่าวจึงประกาศรับรองแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ ค.ศ. 2025 โดยหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ (2025 Bangkok Joint Statement by the Global Partnership against Online Scams) และเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกฯ (Friends of the Global Partnership) เพื่อจัดตั้งจุดประสานงานระดับชาติ (National Focal Points) ยืนยันว่าแถลงการณ์ร่วมนี้ยังเปิดกว้างสำหรับการร่วมให้การสนับสนุน (Co-sponsorship) ในภายหลัง และย้ำว่าการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีของไทยในการแสดงบทบาทนำเพื่อส่งเสริมการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ กระชับความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อแก้ไขปัญหาในหลายมิติ นำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อการใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอย่างยิ่ง ป้องกันไม่ให้ประชาชนชาวไทยและประเทศอื่นๆ ต้องตกเป็นผู้เสียหายของขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด กองทัพเรือ ได้คุมตัวบุคคลต่างด้าว 19 ราย เป็นชาวจีน 18 และเมียนมา 1 ราย บริเวณแนวชายแดนด้าน จ.จันทบุรี หลังจากทั้งหมดลอบเข้าเมืองโดยไม่มีหนังสือเดินทาง เบื้องต้นทราบว่ากำลังจะเข้าไปยังประเทศกัมพูชา จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะตอน รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลจับกุม อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวชุดจับกุม ระบุว่าบุคคลต่างด้าวทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่ากำลังเคลื่อนย้ายศูนย์คอลเซ็นเตอร์ใหม่ แต่ถูกจับกุมตัวไว้ได้
ทั้งนี้ บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าและช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ จ.จันทบุรี มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับการตรวจการณ์ เพิ่มความถี่การลาดตระเวนด้วยโดรนความร้อน (Thermal Drone) และตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนสายรองที่เชื่อมต่อกับชายแดน รวมทั้งมีมาตรการเชิงรุกในการตัดวงจรการส่งคนข้ามแดน และเฝ้าระวังในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ขบวนการค้ามนุษย์มักอาศัยจังหวะนี้ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอำพรางตัวเข้ามา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจเช็คบุคคลที่จะผ่านเข้าออกพื้นที่ชายแดนเป็นพิเศษ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี