กกต.เผยแพร่ข้อมูล'ประชามติ' ให้ ปชช.ศึกษาทำความเข้าใจก่อนออกเสียง 8 ก.พ.นี้

กกต.เผยแพร่ข้อมูล'ประชามติ' ให้ ปชช.ศึกษาทำความเข้าใจก่อนออกเสียง 8 ก.พ.นี้

วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เผยแพร่เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่มาตรา 14 มาตรา 16 และมาตรา 17 พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 กำหนดเพื่อให้ประชาชน ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับชื่อเรื่องที่จะจัดทำประชามติ เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการทำประชามติ สาระสำคัญ ขั้นตอน และระยะเวลาในการดำเนินกิจการในเรื่องที่ทำประชามติ ประมาณการค่าใช้จ่ายและที่มาของงบประมาณ ที่จะนำมาใช้จ่ายสำหรับกิจการในเรื่องที่ทำประชามติ และประโยชน์ได้เสียที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศชาติ ท้องถิ่น หรือประชาชน รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไข หรือเยียวยาความเดือดร้อน หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ พร้อมสรุปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ซึ่งเอกสารอยู่ระหว่างดำเนินการจัดส่งให้เจ้าบ้านทุกครัวเรือนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีเนื้อหารวม 30 หน้า โดยระบุเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 ก.ย.68 และมติของรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.68 และเพื่อให้สอดคล้องกับการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ว่าจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเพื่อธำรงไว้ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


ส่วนสาระสำคัญเรื่องที่ทำประชามติ ระบุว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 256 มิได้กำหนดให้อำนาจแก่รัฐสภา ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อรัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... โดยเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่มีวัตถุประสงค์ในการวางกลไก และกระบวนการสำหรับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับให้เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย จึงอยู่ในความหมายของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอันเป็นเรื่องที่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 256 (8) ยิ่งกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ) เนื่องจากจะนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 18/2568 อันมีผลผูกพันคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 211 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ คือ ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อสอบถามประชาชนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ก่อน แล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนอื่นต่อไป

ส่วนผลของการออกเสียงประชามติถ้าเป็นกรณี "ไม่เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" จะไม่สามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ส่วนถ้า "เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ผู้มีสิทธิเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ก็จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มเติม หมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก่อนนำไปสู่การออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 การดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และดำเนินการจัดทำประชามติครั้งที่ 3

ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่สามารถประมาณการได้ แต่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ2560 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการในปี พ.ศ.2557 ได้รับจัดสรรเป็นเงินจำนวน 112,464,600 บาท

สำหรับข้อดีข้อเสียของการออกเสียงประชามติ ระบุว่า ข้อดี ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญ และทำให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 60 จัดทำขึ้นในขณะที่ประเทศไม่ได้ปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และมีรัฐสภาที่มาจากการแต่งตั้ง จึงทำให้บทบัญญัติบางประการไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย อีกทั้งรัฐธรรมนูญ 60 มีบทบัญญัติหลายประการที่มีปัญหาในการบังคับใช้ การแก้ไขเพิ่มเติมโดยการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จะทำให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติที่มีประเด็นปัญหาไปในคราวเดียวกัน ซึ่งจะทำให้รัฐธรรมนูญมีเนื้อหาที่สมบูรณ์ และสอดคล้องกันทั้งฉบับ

ส่วน ข้อเสีย คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง มากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา เนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา สามารถจำกัดขอบเขตการโต้เถียงให้อยู่ในประเด็นที่แคบลง และทำให้ทุกฝ่ายสามารถมีข้อสรุปร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับอาจทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการออกเสียงประชามติ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top