วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
ปลุก‘คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์’
‘อนุทิน’ลุยระนอง
ควงภรรยาโกยคะแนนช่วยพรรค
‘มาร์ค’เปิดตัวผู้สมัครสงขลา
‘เท้ง’เขินชาวบ้านเรียกนายกฯ
“อนุทิน” ลุยระนอง ควงภรรยาหาเสียงช่วยลูกพรรค “ชูนโยบาย”คนละครึ่งพลัส-แลนด์บริดจ์ ขณะที่ “เท้ง” ทะลวงอีสานเยือนขอนแก่น เขินชาวบ้านเรียกว่าที่นายกฯ “เอกนัฏ” ชงดรีมทีม“ภูมิใจไทย” พูดแล้วทำพลัส “อนุทิน-เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์”สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำนโยบายทำได้จริง
นิพิฏฐ์’ ปชป.ปูด‘พ่อค้างูเห่า20ล้าน
เมื่อวันที่ 3มกราคม2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน(ปชน.) พร้อมด้วยทนายป๊อก นายวีรนันท์ฮวดศรี ผู้สมัคร สส.ขอนแก่นเขต1 พรรคประชาชน ร่วมกิจกรรมแห่หาเสียงโดยใช้ขบวนรถสามล้อและมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแห่ไปรอบตัวเมืองขอนแก่น ทักทายประชาชนเพื่อแนะนำนโยบายของพรรคประชาชนในการเลือกตั้ง โดยกิจกรรมตลอดช่วงเช้านี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนสองข้างทางเป็นอย่างดี ซึ่งนายณัฐพงษ์ ได้กล่าวบางช่วงระหว่างนั่งรถขอบคุณความไว้วางใจ สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่ชาวขอนแก่นเลือกทนายป๊อกเข้าไปนั่งในสภาได้สำเร็จ รอบนี้ขอแรงชาวขอนแก่นอีกรอบเพื่อเข้าไปโหวตเท้งเป็นนายกคนที่ 33 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนพ่อค้าแม่ขายให้การต้อนรับและเข้ามาขอถ่ายรูป อย่างเป็นกันเอง และกล่าวชื่นชมว่า “พรรคประชาชน สู้ๆ ขอให้เท้งได้เป็นนายก”
‘เท้ง’หาเสียงขอนแก่น-ป้องกันแชมป์
โดยบางช่วง นายณัฐพงษ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน โดยได้ถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งนายณัฐพงษ์ได้กล่าวว่า “มาขอนแก่นครั้งนี้เพื่อสวัสดีปีใหม่และถือโอกาสช่วยทนายป๊อก วีรนันท์ฮวดศรี หาเสียงเพื่อป้องกันแชมป์ จังหวัดขอนแก่นถือเป็นพื้นที่สำคัญของพรรคประชาชนเพราะมีจำนวนที่นั่งถึง 11 เขต และเป็นพื้นที่ที่พี่น้องเคยมอบความไว้วางใจให้กับพวกเราถึง 3 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี ตนเชื่อมั่นว่าปีนี้ชาวขอนแก่นจะลงคะแนนให้พวกเรามากขึ้น เรามั่นใจว่าหากได้เป็นรัฐบาลครั้งนี้จะทำให้ประเทศดีขึ้นแน่นอนโดยเริ่มจากการเปลี่ยนขอนแก่นให้เป็นสีส้ม การเลือกตั้งครั้งนี้เรามีความพร้อมในทุกๆด้านคราวนี้ผู้สมัครเรามีคุณภาพ ทีมบริหารมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถและคุณภาพรอบด้าน และนโยบายกลั่นกรองมาอย่างดีพร้อมทำได้จริง ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดต่อวันที่ 11 มกราคม 2569 นี้พรรคประชาชนจะเปิดทีมบริหารที่พร้อมเข้าไปทำงานหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็นรัฐบาล”
ขอนแก่นมีทั้งหมด 11 เขตเลือกตั้ง พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ดังนี้ วีรนันท์ฮวดศรี เขต 1 (เบอร์ 3) อิทธิพล ชลธราศิริ เขต 2 (เบอร์ 5) ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง เขต 3 (เบอร์ 4) วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว เขต 4 (เบอร์ 8) คะนางค์ รักโนนสูง เขต 5 (เบอร์ 2) อภิชัย ชาตะมีนา เขต 6 (เบอร์ 3) วีรภัทร มีสกุลทิพยานนท์ เขต 7 (เบอร์ 6) ยอดเพชร อุดเมืองเพีย เขต 8 (เบอร์ 1) กมลชนก สุพรรณฝ่าย เขต 9 (เบอร์ 3) นิวัตร สระพรม เขต 10 (เบอร์ 3) ณัฏฐณิชา สารบรรณ เขต 11 (เบอร์ 3)
มุ่งแก้รธน.โละอำนาจองค์กรอิสระ
ต่อมา นายณัฐพงษ์ ได้ร่วมกิจกรรม พบปะประชาชนผู้สนับสนุนพรรค ณ คอฟฟี่เดอล่า บรรยากาศคึกคักแฟนคลับแน่นร้าน โดยณัฐพงษ์ได้เริ่มกล่าวทักทายประชาชน พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลสามารถพาประเทศไทยดีขึ้นกว่านี้ได้แน่นอนเมื่อสองปีที่แล้วทุกคนปรามาสอดีตพรรคก้าวไกลว่าไม่สามารถเป็นพรรคอันดับหนึ่งได้ แต่พวกเราก็ทำสำเร็จ ในวันนี้ทุกคนปรามาสพวกเราว่าไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ และการเลือกตั้งครั้งนี้พวกเราก็จะทำให้เต็มที่เพื่อเป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคนให้ได้เช่นเดียวกัน โดย ณัฐพงษ์ กล่าวว่า“การโหวตนายกครั้งล่าสุดนั้น พรรคประชาชนมีโจทย์สำคัญคือต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปลดอำนาจขององค์กรอิสระเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง และใช้อำนาจรัฐกับประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม และสิ่งที่คุณอนุทินได้กล่าวว่า ยุบสภาตามคำสั่งหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นเพียงการโหนส้มสร้างความชอบธรรม ไส้ในไม่เคยคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมต้องเลือกพรรคประชาชนให้ได้เสียงสูงที่สุดเพราะหากเรามีเสียงที่มั่นคงเพียงพอก็จะสามารถทำให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลและผลักดันวาระนโยบายที่อยากให้ประชาชนได้เพราะพวกเราไม่มีผลประโยชน์กับนายทุนคนใด ดังนั้นหากเรามีการเมืองที่ดีได้แล้วประเทศไทยก็จะสามารถดึงดูดคนเก่งและมีคุณภาพเข้ามาร่วมงานได้มากขึ้นเพื่อสร้างประเทศไทยที่เป็นของประชาชน”
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ มีกำหนดการขึ้นเวทีปราศรัย“เลือกตั้งเทื่อเดียว เปลี่ยนอนาคตขอนแก่น” ณ BirdGardenเวลา 18.00 น. ก่อนเดินทางไปช่วยผู้สมัครอุดรธานีหาเสียงในวันที่ 4 มกราคม 2569 ต่อไป
พท.ยกทีมหาเสียงชุมชนสวนหลวง
เวลา 08.00น.ที่ชุมชนสวนหลวง พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 3 นายณณัฏฐ์ หงส์ชูเวช นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่ชุมชนสวนหลวง 1 ซึ่งเป็นชุมชนชาวมุสลิม เขตบางคอแหลม กทม.โดยเมื่อ นายจุลพันธ์และคณะ เดินทางมาถึง นายจุลพันธ์ พร้อมผู้สมัคร ได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ระหว่างทางเจอนายสาโรช ต่อเทียนชัย ผู้สมัคร สส.ดทม.พรรคภูมิใจไทย โดยได้มีการจับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ พร้อมแนะนำตัว และอวยพรให้โชคดี ก่อนแยกย้ายเดินหาเสียงกันต่อ นอกจากนี้ มีประชาชนมอบดอกกล้วยไม้ให้กำลังใจนายจุลพันธ์และทีมผู้สมัคร โดยตลอดทางนายจุลพันธ์ได้มีการฝาก น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย เขต 3 และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ตลอดทาง
จากนั้นคณะได้เดินเข้าตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 พบปะประชาชนโดยมีประชาชนถามหานายยศชนันด้วย และชาวบ้านได้อวยพรวันปีใหม่ รวมถึงมีบ้านหลังหนึ่งบอกว่าติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็นของนายทักษิณ และบอกว่าลายเซ็นนี้ได้มาตั้งแต่สมัยหาเสียงใหญ่ที่สนามหลวงตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว
ตระกูลโบราณ-ผูกพันคนแถวนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก ซึ่งพื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยมีความใกล้ชิด เนื่องจากบ้านของตนและครอบครัวก็ทำมาหากินอยู่แถวนี้ ตระกูลโบราณเป็นคนจีนอยู่ในแถวนี้ ซึ่งพื้นที่นี้มีความผูกพันกับตน วันนี้ลงมาพบปะพี่น้องประชาชนได้สัมผัสถึงการตอบรับที่ดี ซึ่งการตอบรับของพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ ก็ได้รับรอยยิ้ม และการต้อนรับขับสู้ที่ดี ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับผู้สมัคร และวันนี้เข้ามาที่ตลาดยิ่งประทับใจ เพราะได้เห็นศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าพื้นที่นี้เป็นตลาดที่มีอัตลักษณ์ และมีความแปลก มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นชุมชนจริงๆ พรรคเพื่อไทยมาเดินก็มีความสุข แต่คนที่มาจับจ่ายใช้สอยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ จึงต้องมาคิดกันว่าในอนาคตจะสามารถดึงคนนอกชุมชนเข้ามาเดินเล่น มาเยี่ยมชมซื้อของได้อย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ชุมชน
‘หนู’อ้อนเพราะเป็นเขยระนอง
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึง ลงพื้นที่หาเสียงพร้อมนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โดยให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความผูกพันกับจังหวัดระนอง ซึ่งนายคงกฤษ เป็นเหมือนน้องรัก และเป็นสส.ที่รับใช้ประชาชนหลายสมัยแล้ว ซึ่งเราต้องมา เพื่อทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในตัวสส.และพรรคภูมิใจไทย ว่าเราจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้กับจังหวัดระนองให้มากที่สุด เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีเหตุผลอะไรที่คนจังหวัดระนองต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ถึงกับกล่าวว่า“แหมคำถามนี้” นั้นเพราะหนึ่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นเขยระนอง สองจังหวัดระนองมีศักยภาพ และภูมิใจไทยเป็นพรรคที่เห็นความสำคัญของจังหวัดนี้ ซึ่งในอนาคตจะเป็นจังหวัดที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ทั้งโครงการแลนด์บริดจะทำให้จังหวัดระนองเป็นศูนย์กลาง การค้าการท่องเที่ยว ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจังหวัดระนองจะถือเป็นจังหวัดแรกของฝั่งอันดามัน ซึ่งมีความพร้อมที่จะขยายตัวในทุกด้าน ทั้งการค้าการท่องเที่ยว การอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ โดยจังหวัดระนองต้องมีพรรคการเมืองที่เข้าใจ และกล้าที่จะมาพัฒนา
เดินหน้าคนละครึ่ง-แลนด์บริจด์
ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีความผูกพันกับจังหวัดระนองเป็นอย่างมากอยู่แล้ว นายคงกฤษ ก็เป็นคนที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง ให้ความเชื่อมั่นเชื่อถือและเป็นคนที่ทำงานทุ่มเทให้กับจังหวัดระนองและให้กับประเทศไทยของเราและเป็นสส.หลายสมัย ซึ่งในอนาคตต้องก้าวหน้าในทางการเมืองที่จะมาเป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย ในการพัฒนาจังหวัดระนอง และจังหวัดในพื้นภาคใต้ ตลอดจนประเทศไทยอย่างแน่นอน
‘จ.ระนอง มีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น ควบคู่กับนโยบายคนละครึ่งพลัส ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับพื้นที่และประเทศโดยรวม เชื่อว่าระนองเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพที่จะเติบโตไปข้างหน้าได้ ชาวระนองต้องการพรรคการเมืองและผู้แทนที่กล้าคิด คิดได้ และทำเป็น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมในทุกมิติ” นายอนุทิน กล่าว
มือบอนถล่มเฟสบุ๊กนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2มกราคมที่ผ่านมา ปรากฎว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “AnutinCharnvirakul” ได้หายไปจากระบบเฟซบุ๊กโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยโพสต์ล่าสุด คือการอวยพรปีใหม่ 2569 เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา เป็นภาพของนายอนุทิน โพสต์ภาพถ่ายคู่กับน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา พร้อมข้อความว่า “ขอทุกท่านจงเบิกบานบันดาลสุข นิราพาธนิราศทุกข์สนุกหรรษา ทุกวันคืนเงินทองทรัพย์ไหลหลั่งมา ปรารถนาสิ่งใดสมใจเทอญ สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๙”ล่าสุดเมื่อเวลา 21.40 น. เฟซบุ๊กของนายอนุทิน กลับมาแล้ว แต่ปรากฏว่า โพสต์ที่เกี่ยวกับวันปีใหม่ 2569 และภาพภารกิจลงพื้นที่ชายแดนได้หายไปทั้งหมด
‘ เอกนัฏ’ชงดรีมทีม’ภท.’พูดแล้วทำพลัส
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย นำเสนอต่อสาธารณชนโดย ประกาศนโยบายชัดเจน พูดถึงวิธีการทำนโยบาย ยิ่งไปกว่านั้น บอกถึงขั้นว่าหากเลือกพรรคภูมิใจไทย ได้นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วจะมีมืออาชีพทั้ง 3 คนมาร่วมรัฐบาลด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ขุนคลังมืออาชีพ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ หญิงแกร่ง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ทำไทยเป็นไท ในเวทีโลก ทั้งหมดนั่งกระทรวงสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์ ตนยึดมั่นในเรื่องของใจ เรื่องของความจริงใจมาตลอด พรรคภูมิใจไทย พูดชัดเจนว่า พูดแล้วทำพลัส จะไม่พูดอะไร ที่ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องที่พูด ที่โฆษณา ที่ประชาสัมพันธ์ออกไปต้องทำให้ได้
“ในช่วงเลือกตั้งจะมีพรรคอื่นโฆษณาว่าได้เงิน 300 บาท ได้ 400 บาท บางพรรคพูดเรื่องค่าแรง เบี้ยต่างๆ บางพรรคบอกถึงว่าจะให้เงินเปล่า แต่หากไม่มีเงินเข้ามาในระบบจะทำนโยบายได้อย่างไร เป็นเพียงความฝันนโยบายลมๆ แล้งๆ แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ทำแบบนั้น วันนี้เราขายนโยบายพยาบาลอาสา ทหารอาสา และสามารถบอกได้ว่าจะนำงบประมาณส่วนใดมาจัดสรรให้เป็นค่าตอบแทน ตนจึงอยากย้ำว่า มีนโยบายที่ทำได้จริง บอกวิธีทำและใครเป็นผู้ทำ ทั้ง นางศุภจี นายเอกนิติ และนายสีหศักดิ์”
‘สุดารัตน์’ชูทีมปาร์ตี้ลิสต์ไทยสร้างไทย
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยถึงความมั่นใจในทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยชู นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็นตัวแทนภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของพรรค ในฐานะนักการเมืองคุณภาพที่มีประสบการณ์สูง เป็นอดีต สส.นนทบุรี 7 สมัย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่สำคัญยังเคยดำรงตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล ซึ่งถือเป็น “มือประสานสิบทิศ” ที่มีความเชี่ยวชาญในการคุมเสียงและขับเคลื่อนงานในสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสบการณ์ที่รอบด้านนี้จะช่วยให้พรรคไทยสร้างไทยสามารถควบคุมแถว สส.ให้ทำงานเพื่อประชาชนอย่างเป็นเอกภาพและโปร่งใส
ลั่นไม่ผิดหวัง-ทีมงานระดับมือโปร
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เน้นย้ำว่าการคัดเลือกปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไม่ได้ยึดติดกับนามสกุลดังหรือเป็นทายาทบ้านใหญ่ แต่พิจารณาจาก “คุณภาพคับแก้ว” และความสามารถที่ทำได้จริง โดยมีนายอุดมเดชเป็นต้นแบบของนักการเมืองที่ไว้วางใจได้ มีจุดยืนที่มั่นคง และพร้อมเป็นหลักในการทำงานนิติบัญญัติ เพื่อผลักดันนโยบายให้สำเร็จเป็นรูปธรรมทันทีที่เข้าสภา สิ่งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของพรรคไทยสร้างไทยในการเป็นสถาบันการเมืองยุคใหม่ที่เน้นการเมืองสุจริต มีประสบการณ์ และทำงานสำเร็จจริง
ยืนยันว่าการเลือกพรรคไทยสร้างไทย หมายเลข48 จะไม่สูญเปล่าแน่นอน เพราะเลือกทีมงานระดับมือโปรที่มีการผสมผสานระหว่างผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทางการเมืองสูงกับคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อสร้างรากฐานที่ดีให้ประเทศ การเลือกคนที่มีผลงานเชิงประจักษ์เข้ามาทำงาน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ “หายเหนื่อย หายจน” ได้อย่างยั่งยืน ผ่านกลไกการเมืองสีขาว
พปชร.ชู’บัตรประชารัฐเอ็กซ์ตร้า’
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายของพรรค ว่า เดินหน้าสานต่อโครงการบัตรประชารัฐ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรค โดยเตรียมยกระดับเป็น “บัตรประชารัฐ เอ็กซ์ตร้า เพิ่มค่าทวีคูณ” ปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 300 บาท เป็น 700 บาทต่อเดือน นโยบายดังกล่าวไม่ใช่เพียงคำสัญญา แต่เป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมและพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยบรรเทาปัญหาปากท้องของประชาชนได้จริง การเพิ่มวงเงินจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย สามารถรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน พรรคพลังประชารัฐยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ชุมชนและท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว นโยบายนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยนางสาวตรีนุชกล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคพร้อมเดินหน้าดำเนินนโยบายที่ทำได้จริงและเห็นผลชัดเจน เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง
กธ.ลำปางโวยถูกทำลายป้ายหาเสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 ของ จ.ลำปาง พบป้ายหาเสียงของ น.ส.เพ็ญภัค รัตนคำฟู ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 พรรคกล้าธรรม(กธ.) หมายเลข 3 ถูกทำลาย โดยสภาพป้ายถูกของมีคมเจาะทะลุบริเวณดวงตาทั้งสองข้าง จมูก และปาก น.ส.เพ็ญภัค ระบุว่า ทีมงานเพิ่งนำป้ายหาเสียงไปติดได้เพียงวันเดียว บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนบริเวณสี่แยกกลางชุมชน หลังวัดศาลาดงลาน ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง เช้ามาก็พบว่าถูกทำลายแล้ว จากกรณีที่เกิดขึ้นอยากบอกว่าเรามาช่วยกันทำงานการเมืองกันอย่างสร้างสรรค์กันเถอะ อย่าทำแบบนี้เลย มีรายงานว่า ทีมงานได้รับมอบหมายให้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เกาะคา จ.ลำปาง แล้ว และเก็บป้ายที่เสียหายออก ซึ่งจะมีการสำรวจป้ายหาเสียงอื่นๆ ที่เพิ่งไปติดตั้งตามจุดต่างๆ ว่ามีป้ายไหนได้รับความเสียหายอีกหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา น.ส.เพ็ญภัคได้เดินทางไปที่ สภ.เกาะคา เพื่อแจ้งความ โดยระบุว่า ได้ให้ทีมงานไปติดตั้งป้ายหาเสียง ขนาดความกว้าง 1.20 เมตร สูง 2.40 เมตร ติดตั้งไว้บริเวณเสาไฟฟ้าแยกวัดศาลาดงลาน หมู่ 1 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง ต่อมาในวันเดียวกันเวลาประมาณ 16.00น.ได้รับแจ้งจากนายธวัช ดูงาม โทรมาบอกให้ทราบว่าป้ายหาเสียงของตนถูกทำลาย จึงเดินทางไปตรวจสอบและพบว่าภาพบนป้ายหาเสียงดังกล่าวถูกเจาะที่บริเวณดวงตาทั้งสองช้างและปากเป็นรูโหว่ได้รับความเสียหาย จึงเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้ทำป้ายหาเสียงอันใหม่ไปทดแทน อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ไม่ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ใด และขอความร่วมมือตำรวจให้ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำให้ป้ายหาเสียงดังกล่าวได้รับความเสียหายต่อไป
ลักไก่ส่งผู้สมัครลงสส.
ายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขณะนี้พบกระบวนการในการส่งผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง จัดทำไพรมารีโหวตไม่ถูกต้องในพื้นที่ภาคกลาง โดยไม่มีตัวแทนพรรคการเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายในจังหวัดนั้น แต่พรรคการเมืองดังกล่าวได้ออกหนังสือรับรองผู้สมัครในหลายเขตเลือกตั้งของจังหวัดนั้น ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริงตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มีบทลงโทษร้ายแรง อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้
นายศุภชัย ยังเรียกร้องให้ กกต.เร่งตรวจสอบและทำความกระจ่างในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว พร้อมฝากสื่อมวลชนและประชาชนร่วมกันติดตามการดำเนินการของ กกต.อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้ง
ปชป. เปิดตัว9ผู้สมัครสงขลา
วันเดียวกัน ณ ศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.สงขลา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยพลังบวก เมื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา ครบทั้ง 9 เขต เพื่อเตรียมพร้อมลงสนามเลือกตั้ง 2569 ภายใต้สโลแกน “ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น”
นายอภิสิทธิ์ ได้แนะนำผู้สมัครคุณภาพทั้ง 9 เขต ที่พร้อมอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวสงขลา ประกอบด้วย
1. นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ (เบอร์ 4) อ.เมืองสงขลา 2. นายจูรี นุ่มแก้ว (เบอร์ 1) อ.หาดใหญ่ (ต.คลองอู่ตะเภา, ต.หาดใหญ่) 3. นายทนายอาร์ม สุวรรณรักษา (เบอร์ 2) อ.นาหม่อม, หาดใหญ่บางส่วน, จะนะบางส่วน 4. นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม (เบอร์ 1) อ.ระโนด, กระแสสินธุ์, สทิงพระ, สิงหนครบางส่วน5. นายปรีชา สุขเกษม (เบอร์ 2) อ.รัตภูมิ, ควนเนียง, สิงหนครบางส่วน 6. นายพิพัฒน์ เจือละออง (เบอร์ 5) อ.คลองหอยโข่ง, อ.สะเดา 7. นายศิริโชค โสภา (เบอร์ 4) อ.นาทวี, สะบ้าย้อย, เทพาบางส่วน
8. นายธีรพงศ์ ดนสวี (เบอร์ 5) อ.เทพา, อ.จะนะ9. นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง (เบอร์ 2) | อ.บางกล่ำ, อ.หาดใหญ่บางส่วน
ฟื้นฟูเศรษฐกิจชาวแดนใต้
ในการปราศรัยครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ย้ำถึงหัวใจสำคัญของการเมืองยุคใหม่ว่า ไม่ใช่แค่การสัญญาว่าจะให้ แต่คือการทำให้ดูเป็นตัวอย่างผ่าน “ความสุจริต” โดยระบุว่าความโปร่งใสคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และช่วยให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างแท้จริง
นอกจากการเปิดตัวผู้สมัครแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรม “ลำโพงชาวบ้าน” เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่โดยตรง โดยนายอภิสิทธิ์ และทีมผู้สมัครได้ร่วมล้อมวงคุยกับพี่น้องชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง เน้นการหาแนวทางป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากและการฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดน ซึ่งถือเป็นแนวทางการเมืองเชิงเสนอแนะที่เน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง.-สำนักข่าวไทย
‘นิพิฏฐ์’ปูด‘พ่อค้างูเห่า’20ล้าน‘
นายนิพิฏฐ์อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง บอกผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า หากชนะเลือกตั้งขอให้เลือก อ.เป็นนายกรัฐมนตรีหาก ปชป.ไม่ร่วมรัฐบาลด้วย ก็ขอให้แหกมติพรรคออกมา มีค่ายกมือให้ 20ล้านบาทจะบ้ารึ ริจะฟักไข่งูเห่าตอนนี้เลยรึ ดีนะ เที่ยวนี้ผมไม่ขึ้นเวทีปราศรัย นี่ถ้าผมปราศรัยด้วย รับรองถูกถล่มราบยิ่งกว่าโดนไข่ F-16 แน่
“ธนาธร” แอ่วลำพูน
ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมหาเสียงที่ลำพูนกับ วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์ 1 และ ชัชพีร์ วรรณาพิรัชย์ ผู้สมัคร สส. เขต 2 เบอร์ 3 โดยมีนายกเฮง วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ. ลำพูนช่วยหาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการต้อนรัจากพ่อค้าแม่ขายและประชาชนอย่างอบอุ่น โดยธนาธรระบุว่าลำพูนมีปัญหาหลักคือเรื่องเกษตร และเรื่องสวัสดิการคนสูงวัย
“สำหรับลำพูน นโยบายที่คนสนใจเยอะเป็นเรื่องลำไย พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ ซึ่งนโยบายของเรารอบนี้มีคูปองเพื่อเกษตรกร สนับสนุนการทำเกษตรทันสมัย ปรุงดิน ใช้ปุ๋ยแม่นยำ ลดเผา และยังมีคูปองอุดหนุนเกษตรกรที่นำสินค้าเกษตรไปแปรรูปอีกรายละ 50,000 บาท เป็นการอุดหนุนแบบตรงเป้า ไม่ใช่แจกเงินอย่างเดียว แต่เป็นการให้เงินอุดหนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างได้ผล ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าผลผลิตได้ในระยะยาว”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี