533.jpg
สภาฯถกเข้ม! ปมร้อนแลนด์บริดจ์ กรณ์ลุกซัดขาดความโปร่งใส ไร้ตอบโจทย์คนใต้ ไม่คุ้มทุน

สภาฯถกเข้ม! ปมร้อนแลนด์บริดจ์ กรณ์ลุกซัดขาดความโปร่งใส ไร้ตอบโจทย์คนใต้ ไม่คุ้มทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.19 น.

‘สภาฯ’ ถกปมร้อนแลนด์บริดจ์! ‘กรณ์’ ซัดขาดความโปร่งใส ไร้ตอบโจทย์คนใต้ ไม่คุ้มทุน เหตุ มาเลเซีย มีท่าเรือหลายแห่ง เหน็บ ‘นายกฯ’ ลืม -ตอนนั้นยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ จงใจที่จะปกปิด จึงไม่มีในนโยบาย ชง ‘เซาท์เทิร์น คอนเน็ค’ สร้างมอเตอร์เวย์เชื่อม ‘กรุงเทพฯ-นราธิวาส-มาเลย์’

28พ.ค.2569 เมื่อเวลา15.05น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 เป็นทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงโครงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์) เสนอโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และมีญัตติที่เกี่ยวเนื่อง รวมเป็น 5 ญัตติ โดยพิจารณาไปพร้อมกัน และลงมติร่วมกัน 
     
โดยนายกรณ์ อภิปรายว่า พวกเราในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนควรที่จะมีโอกาสอย่างเต็มที่ในการที่จะร่วมศึกษาติดตามโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการแลนด์บริดจ์นี้ เพราะที่ผ่านมาการนำเสนอโครงการโดยรัฐบาลขาดความโปร่งใสขาดแผนที่ชัดเจนและมีการนำเสนอบนสมมุติฐานที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าโครงการนี้เป็นโครงการเล็กๆคงไม่มีใครว่า แต่ด้วยขนาดของโครงการถือว่าเป็นหนึ่งในเมกกะโปรเจคที่อาจจะใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยเคยดำเนินการมา เป็นโครงการที่มีความเสี่ยงสูง ที่อาจจะทำให้เกิดมหันตภัยกับระบบเศรษฐกิจสถานะทางการคลังของประเทศ ต่อระบบนิเวศน์ ต่อสิ่งแวดล้อมและต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เพราะเมื่อเริ่มดำเนินก่อสร้างโครงการนี้แล้วจะเป็นภัยที่มีผลอย่างถาวร กูไม่กลับ และไม่มีวันที่จะแก้ได้
    
นายกรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าแปลกในที่นายกฯแถลงนโยบายต่อสภาฯ ไม่ได้มีการพูดถึงโครงการแลนด์บริดจ์เลยแม้แต่คำเดียว เป็นไปได้อย่างไรโครงการมูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งๆที่ในนโยบายที่นายกฯแถลงไม่มีโครงการไหนที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าโครงการนี้ ไม่มีโครงการไหนที่มีผลต่อภูมิศาสตร์ของประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวโยงกับประเทศ และมีผลต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนมากเท่าโครงการนี้ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการเอ่ยถึงในคำแถลงนโยบายแม้แต่คำเดียว ตนก็นั่งคิดว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่พูดถึงโครงการนี้ มี 3 ความเป็นไปได้คือ 1.นายกฯลืม เพราะงานเยอะ 2.ตอนนั้นยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ หรือ3.จงใจที่จะปกปิด เพราะไม่มีเหตุอื่นที่จะเป็นไปได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงใจและสส.ควรที่จะมีโอกาสเต็มที่ในการติดตามตรวจสอบแนวความคิดและการขับเคลื่อนโครงการนี้
     
“สาเหตุที่อยู่ดีกลายเป็นนโนยายเรือธง เป็นนโยบายที่มีความสำคัญนั้น จะอ้างว่าเป็นนโยบายที่หาเสียงมาก็ไม่ใช่ แม้พรรคภูมิใจไทยเคยพูดเรื่องนี้ในบางเวทีช่วงหาเสียง แต่ไม่เคยบรรจุในนโยบายหาเสียงที่ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สังคมจึงมีคำถามว่าเจตนาที่แท้จริงที่มีความพยายามอย่างที่สุดในการที่จะผลักดันขับเคลื่อนโครงการนี้คืออะไร โครงการนี้เป็นโครงการที่สุดท้ายแล้วเราต้องช่วยกันทำให้เป็นที่ยอมรับโดยพี่น้องประชาชนโดยรวมเพราะโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ถ้าไม่เป็นที่ยอมรับก็ขับเคลื่อนได้ยากจะไปยัดเหยียดให้พี่น้องประชาชนยอมรับหรือมัดมือชก เพื่อให้เขาต้องยอมรับยอมรับโครงการนี้นั้นไม่ได้ เหมือนอย่างที่พยายามทำกันมาที่จังหวัดชุมพรเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีการขึ้นป้ายอ้างว่าพี่น้องชาวชุมพรเห็นดีด้วยกับโครงการนี้ สุดท้ายก็ทำให้เกิดความแตกแยกกระแสตีกลับอย่างแรง จนเทศบาลต้องเอาป้ายเหล่านั้นลง จากนี้จะทำให้ชาวชุมพรยอมรับได้ก็คงยากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้าขาดความไว้วางใจไปแล้ว”นายกรณ์ กล่าว
    
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า สาระของโครงการแลนด์บิดคือโครงการที่จะสร้างเส้นทางการขนส่งสินค้าเพื่อที่จะมาทดแทนการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา โดยรัฐบาลอ้างว่าโครงการนี้จะช่วยประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ต้นอยากให้เห็นถึงสมมุติฐานหลักของโครงการนี้ว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่ โดยปกติเรือที่ผ่านช่องแคบมะละกาจะใช้เวลาประมาณ 9 วัน ค่าเดินเรืออยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อวัน ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนราคาน้ำมันและค่าเช่าเรือ สำหรับเรือที่บรรทุกตู้คาร์โก้ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของโครงการแลนด์บิดและเป็นเรือที่วิ่งผ่านช่องแคบมะละกาเป็นหลักคือตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 20,000 ตู้ต่อเรือหรือที่เรียกว่า 20,000 หมื่นTEU คือต้นทุนในการเดินเรือ ณ ปัจุบัน เท่ากับ 90 ล้านบาท
    นายกรณ​ กล่าวต่อว่า การใช้แลนด์บริดจ์ กระทรวงคมนาคมบอกว่าจะทำให้ประหยัดเวลาได้สามถึงสี่วันโดยส่วนใหญ่ถ้าวัดตามเส้นทางจริงๆบริษัทเดินเรือบอกว่ายังเก่งคือ 2 วัง แต่ตนยกให้ 4วันเต็ม ซึ่งจะเหลือระยะเวลาเดินเรือ 5 วัน 5 วันคูณ 10 ล้านบาทต่อวันเท่ากับค่าเดินเรือเหลือ 50 ล้านบาทจาก 90 ล้านบาท แต่สิ่งที่ปรากฏคือค่าใช้จ่ายแซงจะทำที่จะต้องจ่ายให้กับโครงการแลนด์บริดจ์ รวมไปถึงค่าระวังรถไฟ ค่าขนตู้ขึ้นลงจากเรือ ค่าผ่านประตูท่าเรือทางรถไฟ และค่าขนตู้ขึ้นลงจากรถไฟรวมแล้วเท่ากับ220 ล้านบาทสำหรับ 20,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการขนสินค้า 20,000 ตู้คอนเทนเนอร์ผ่านช่องแคบมะละกาคือ 90 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายโดยรวมในการที่จะค้นผ่านแลนด์บริดจ์ของเราคือ 270 ล้านบาท                
         
“ดังนั้นที่สมมุติฐานอ้างว่าบริษัทเดินเรือจะมาใช้โครงการนี้เพราะจะประหยัดเวลาประหยัดเงินมันเป็นไปไม่ได้แซงสุท้ายต้นทุนค่าใช้จ่ายของเขาจะสูงขึ้นถึง 180 ล้านบาท หากเขาเลือกที่จะขนสินค้ามาทางแลนด์บริดจ์ ในเรื่องของระยะเวลาที่เราสมมุติฐานไว้ว่าจะประหยัดเวลาได้สี่วันเอาเข้าจิงผมถามบริษัทเดินเรือทุกเจ้าพูดเสียงเดียวกันว่าสร้างมาก็ไม่ใช้เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ประหยัดเวลาด้วยสามัญสำนึกลองนึกภาพดูเรือต้องมารอคิวเพื่อที่จะเทียบท่า จะนั้นใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วันในการที่จะขนตู้ เป็นเทนเนอร์ 20,000 ตู้ขึ้นไว้บนท่า แล้วต้องขนขึ้นทั้งหมดรถไฟซึ่ง 20,000 ตู้นั้นอาจต้องใช้รถไฟประมาณ 100 ขบวน นี่สมมุติว่าเรือมารอรับตรงเวลาพอดี ท่านเชื่อหรือว่าจะทำให้ประหยัดเวลา ส่วนค่าใช้จ่ายยั๊วะแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ประหยัดแน่นอน
      
นายกรณ์ กล่าาวว่า จริงๆแล้วในการที่เราจะพิจารณาลงทุนโครงการขนาดใหญ่ระดับนี้เราต้องมองรอบตัวเราด้วยว่ามีผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราเขามีทางเลือกอื่นหรือไม่ซึ่งณปัจจุบันเขามีอยู่แล้วแซงจ์ใช้ช่องแคบมะละกาเก้าวันเขาสามารถที่จะไปผ่านช่องแคบซุนดา 11 วันและช่องแคบลอมบอก รวมทั้งประเทศมาเลเซียเค้าก็มีการดำเนินโครงการเสมือนกับโครงการแลนด์บิดของเราแต่เค้าทำเกือบเสร็จแล้วต้นปี 72 มีแผนที่จะเปิดใช้แล้ว และมี 2 ท่าเรือน้ำลึกที่เปิดใช้อยู่ คือท่าเรือกวนตันอยู่ฝั่งอ่าวไทย และท่าเรือกลังที่อยู่ฝั่งอันดามัน สิ่งที่เขาทำเพิ่มเติมคือเส้นทางรถไฟเชื่อมสองห้าดังกล่าวและเส้นทางรถไฟขึ้นมาเชื่อมต่อเกือบถึงจังหวัดนราธิวาสของประเทศไทย เพราะฉะนั้นทางเลือกให้กับผู้ประกอบการและบริษัทขนส่งบริษัทเดินเรือมีนอกเหนือจากเส้นทางทางทะเลอื่นๆก็ยังมีเส้นทางทางบกในรูปแบบของแรงบิดที่ประเทศเพื่อนบ้านเราได้ลงทุนเสร็จแล้วแซงนะตอนนี้ประมาณ 90 กว่าเปอร์เซนต์ จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องตั้งสติให้ดีว่าสิ่งที่เราคิดจะทำนั้นมีความคุ้มค่าจริงๆหรือไม่และเมื่อเราสรุปว่าแนวโน้มโอกาสที่ไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจทางด้านอื่นๆก็ไม่ต้องพูดถึง 
        
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ถ้าแลนด์บริดจ์ไม่ตอบโจทย์ในการพัฒนาให้กับพี่น้องประชาชนจับใต้ มีแนวความคิดและข้อเสนออื่นหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เราเรียกแผนที่ว่า เซาท์เทิร์น คอนเน็ค (Southern Connect) เรากำลังบอกว่าการพัฒนาภาคใต้เราเห็นด้วยกับรัฐบาลในประเด็นหนึ่งคือต้องพัฒนาด้วยการสร้างเส้นทางคมนาคม เพื่อที่จะทำให้โอกาสของคนใต้มีมากขึ้นในทุกภาค ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมหรือการเกษตร หลักๆ เซาท์เทิร์น คอนเน็ค หมายถึงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่จะเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯยาวลงไปถึงนราธิวาส พี่น้องชาวใต้ทุกจังหวัดจะได้ประโยชน์จากมอเตอร์เวย์เส้นนี้ นอกเหนือจากนั้นจะมีการสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ ที่เราได้มีการริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้วิ่งไปถึงชุมพรแล้วควรจะต้องเชื่อมต่อไปถึงมาเลเซียและรถไฟทางคู่สายใต้ต้องเป็นรถไฟที่เป็นรางไฟฟ้าทั้งหมดแค่ 2 โครงการหลักนี้ใช้เงินประมาณไม่ถึง 7แสนล้านบาท ในแง่ของความคุ้มค่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในแง่ความเสี่ยงก็ไม่มีเมื่อเทียบกับแลนด์บริดจ์ ร่วมทั้งในแง่ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความมั่นคง ซึ่งควรจะเป็นโครงการที่ได้รับการพิจารณามากกว่าข้อเสนอในเรื่องที่ขาดความชัดเจนและความโปร่งใส อยู่บนสมมุติฐานที่เป็นไปไม่ได้ 
        
“นี่คือสาเหตุที่ตนเสนอญัตติด่วนให้ตั้ง กมธ.ฯ เพื่อให้พวกเราได้พิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อที่จะค้นหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้เพิ่มเติมอยู่แล้วจึงขอให้สภาแห่งนี้มีโอกาสทำงานคู่ขนานกับคณะกรรมการชุดนั้นอย่างไรก็ต้องมีการเรียกหน่วยงานและว่าจ้างที่ปรึกษาเพิ่มเติมเพื่อที่จะหาข้อมูลให้กับรัฐบาลจึงขอให้สส.มีโอกาสได้ร่วมคิดร่วมรับรู้และนำเสนอมุมมองของเราให้กับรัฐบาลเพื่อนำไปพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจในโครงการที่จะเปลี่ยนโฉมประเทศ และหวังว่าจะไม่เปลี่ยนโฉมประเทศในทางที่เป็นภัยต่อบ้านเมือง” นายกรณ์ กล่าว


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top