วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
‘บิ๊กตู่’ให้กำลังใจ‘หนู’แก้ปัญหาชายแดน
ขอให้อดทน!
นายกฯกำชับข้าราชการมท.
ย้ำไม่ประมาทปมไทย-เขมร
เตรียมแผนรับมือดูแลปชช.
นายกฯย้ำฟังข้อมูลสมช. อย่าเชื่อกระแส หลังมีข่าวทหารเขมรเริ่มขยับ ยันทหารมีขวัญกำลังใจดีมุ่งมั่นเสียสละทุ่มเท ปัดตอบมีปะทะรอบ 3 เผยหลังเจอ “พล.อ.ประยุทธ์” องคมนตรี ที่วัดราชบพิธ ได้รายงานสถานการณ์ชายแดน ซึ่งลุงตู่ให้คำแนะนำการแก้ปัญหา พร้อมบอกให้อดทน นอกจากนี้นายกฯยังมอบนโยบายให้สิงห์มท.ย้ำไม่ประมาทสถานการณ์ชายแดน ให้เตรียมพร้อมแผนรับมือ แผนอพยพ เข้มดูแล ปชช.สำรวจความเสียหายบ้านเรือนเพื่อรับการเยียวยา หวังไม่เกิดปะทะอีก ด้านโรงเรียนชายแดนที่บุรีรัมย์ เปิดเรียนวันแรกคึกคักหลังหยุดนาน1เดือน ครูตื่นตัวพานร.ซ้อมอพยพลงหลุมหลบภัย
เมื่อเวลา 08.18 น. วันที่ 5 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของทหารในรอบปีที่ผ่านมา สามารถลบข้อครหามีทหารไว้ทำไมได้หรือไม่ ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องทหารวันนี้พวกเราได้ฉลองปีใหม่กันโดยที่ไม่ต้องกังวลต่ออันตรายใดๆของประเทศ ก็ต้องถือว่าเรามีทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของเราไว้ และยังรักษาชายแดนตลอดแนวช่วงข้ามปี นี่คือเหตุผลที่พอพ้นปีใหม่วันที่ 1 - 2 มกราคม ตนต้องไปขอบคุณทหารที่เฝ้าแนวชายแดน ได้นำคำขอบคุณของประชาชนชาวไทยไปมอบให้พวกเขาทุกคน
ย้ำให้ฟังข้อมูลฝ่ายมั่นคงอย่าเชื่อกระแส
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีกระแสข่าวในพื้นที่ชายแดนทหารกัมพูชาเริ่มจะขยับ เราคุยกับฝ่ายความมั่นคงอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ขอให้เลิกพูดเรื่องกระแส ขอให้เลิกพูดคำว่ากระแสข่าว กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานปกครอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ เรามีอยู่ เราไปทำตามกระแสคนโน้นคนนี้ นึกสนุกขึ้นมาก็โพสต์อย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้ ต้องอาศัยงานด้านการข่าว งานข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศจากหน่วยงานที่รัฐบาลรับผิดชอบอยู่
ถามว่ากัมพูชาไม่ยอมรับการปักปันเขตแดนที่มาจากการใช้กำลังทหาร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไร ทุกคนต่างคนต่างมีอธิปไตยของตัวเอง ประเทศไทยไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคามและเข้ามาก้าวล่วงอธิปไตยของเราก็เท่านั้น ถามต่อว่านายกฯมองบทบาทของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังมีเครดิตเรื่องของสันติภาพได้หรือไม่ในภูมิภาคนี้ นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนมีหน้าที่รับผิดชอบอธิปไตยและเกียรติภูมิของประเทศไทย ตนก็ว่าตนได้ทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่
ถกJBCทำไม่ได้เหตุปธ.พ้นหน้าที่
เมื่อถามว่า ช่วงรัฐบาลรักษาการ การพูดคุยแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ระดับเจ้าหน้าที่มีการแลกเปลี่ยนและหารือกัน แต่เรื่องการลงนามร่วมกันในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ประธาน JBC พ้นหน้าที่ตามรัฐบาล เราก็ต้องรอ แต่ในระดับคณะทำงาน เขาก็ทำงานกันอยู่
ปัดตอบปะทะรอบ3รอฟังสมช.
ถามอีกว่า กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) มีรายงานว่ากัมพูชาเริ่มมีการขยับแล้ว นายกฯกล่าวว่า เขารายงานตามสายงานผู้บังคับบัญชา เดี๋ยวผู้บังคับบัญชาจะต้องรายงานมาที่ สมช. เดี๋ยวตนรอฟัง สมช.
ถามต่อว่าจะทำให้เกิดการปะทะกันรอบ 3 หรือไม่ นายกฯ กล่าว่า เดี๋ยวตนรอฟังสมช.ก่อน
ถามว่าแปลว่าก่อนหน้านี้ที่ลงพื้นที่ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรียบร้อยดีและที่น่ายินดีคือ ทหารขวัญกำลังใจดี ตั้งใจ มุ่งมั่นเสียสละทุ่มเท ส่วนที่กัมพูชาไปร้องนานาชาติเกี่ยวกับเรื่องกำลังทหารไทยที่เข้าไปยึดพื้นที่นั้น แต่ละประเทศเขามีสิทธิไปทำอะไรก็ได้ ไทยเราก็ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ปกป้องศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศ และไม่ทำอะไรที่ทำให้เกิดการเสียเปรียบหรือเสียประโยชน์ของประเทศ เราใช้กรอบนี้ในการบริหาร เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศในโลกนี้
ถามว่าเหมือนชาวบ้านในพื้นที่เป็นห่วงทหาร เพราะมีเครื่องบินจากต่างชาติเข้ามา นายกฯกล่าวว่า ทุกคนเป็นห่วงทหารหมด ต้องขอขอบพระคุณแทนทหารด้วย
‘หนู’เจอ‘ลุงตู่’ที่วัดราชบพิตรฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมภริยา เดินทางไปวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อเข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ทั้งนี้ ช่วงที่นายอนุทินเดินทางมาถึงวัดราชบพิธฯ เป็นเวลาเดียวกับที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เดินทางมาจึงได้พบและทักทายกัน โดยนายอนุทินได้ยกมือไหว้พลเอกประยุทธ์ พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบ เรื่องสุขภาพ โดยบรรยากาศช่วงที่พูดคุย นายอนุทินและพลเอกประยุทธ์มีสีหน้ายิ้มแย้ม พลเอกประยุทธ์ยังได้ให้กำลังใจการทำงานกับนายอนุทิน พร้อมให้คำแนะนำการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และยังบอกให้อดทน มีช่วงหนึ่งที่นายอนุทินเดินมาส่งพลเอกประยุทธ์ นายอนุทินส่งมือให้พลเอกประยุทธ์จับลักษณะประคองขณะก้าวลงบันไดผ่านธรณีประตูวัด ก่อนที่พลเอกประยุทธ์จะเดินทางกลับ
ห่วงชายแดน-ให้คำแนะนำบอให้อดทน
เวลา 12.50 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ว่า ตนไปกราบขอพรสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อความเป็นสิริมงคล และได้ถวายพระพรให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญให้พุทธศาสนิกชน สมเด็จพระสังฆราชได้พรมน้ำมนต์ให้เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งการได้กราบท่านถือเป็นมงคลสูงสุดแล้ว ส่วนการพบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีนั้น พลเอกประยุทธ์ ได้มากราบสมเด็จพระสังฆราชก่อนหน้าคณะของตน ตนจึงได้เข้าไปสวัสดีปีใหม่ ซึ่งเวลาเจอกัน ท่านให้กำลังใจตลอด ขณะเดียวกันตนได้รายงานสถานการณ์บ้านเมืองโดยสังเขปให้ทราบด้วย นอกจากนี้ พลเอก ประยุทธ์ ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดน และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ พร้อมบอกให้อดทน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า องคมนตรีได้อวยพรให้เป็นนายกฯอีกสมัยหรือไม่ นายอนุทินยิ้มรับพร้อมส่ายหน้า
ชื่นชมผู้ว่าฯ-จนท.จังหวัดชายแดน
วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด โดยกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ทุกพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนช่วงสถานการณ์ไม่สงบตามแนวชายแดน ฝ่ายปกครองและเครือข่ายความมั่นคงในพื้นที่ได้ทำหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยและดูแลพื้นที่ส่วนหลังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะดูแลประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิง ซึ่งสิ่งสำคัญยิ่งคือ การเอาใจใส่ดูแลสภาพจิตใจและให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ขอชื่นชมผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่บริหารจัดการสถานการณ์ ประสานฝ่ายความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กำชับไม่ประมาท-สั่งพร้อมแผนรับมือ
“เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกฝ่ายถือว่าดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่ส่วนหน้าที่กองทัพดูแล และพื้นที่ส่วนหลังที่ฝ่ายครองดำเนินการ แม้ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยุติการโจมตีแล้ว แต่ต้องไม่ประมาท แผนดูแลประชาชนต่างๆ อาทิ แผนอพยพ แผนเผชิญเหตุ ขอให้ผู้ว่าฯจังหวัดที่เกี่ยวข้องดูแลให้ดี ผมหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3 หลังเจรจาหยุดยิงล่าสุด หากทุกฝ่ายรักษาข้อผูกมัดกันและกัน ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องเขตแดนต่างๆ ให้เป็นเรื่องประชุมคณะกรรมการร่วมอย่างเช่น JBC หรือ GBC ดำเนินการ ขณะที่การฟื้นฟูดูแลบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ขอให้เร่งสำรวจ เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว”นายกฯกล่าว
รร.ชายแดนบ้านกรวดคึกคักเปิดเรียนวันแรก
อีกด้านมีบรรยากาศเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาหลายแห่งที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ หลังปิดเรียนมานานประมาณ 1 เดือนเนื่องจากสถานการณ์ปะทะชายแดน วันนี้โรงเรียนหลายแห่งคึกคัก ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานเดินทางมาส่งที่โรงเรียนแต่เช้าตรู่ ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งทั้งระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บ้านกรวด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยดูแลอำนวยความสะดวกจัดระเบียบการจราจรหน้าโรงเรียน
ตื่นตัวพานร.ซ้อมวิ่งเข้าหลุมหลบภัย
เช่นเดียวกับ โรงเรียนตามแนวชายแดนในพื้นที่อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเปิดสอนเป็นวันแรก
มีนักเรียนไปเรียนตามปกติเกือบ 100% และจากการสำรวจพบโรงเรียนหลายแห่งตื่นตัว มีการให้นักเรียนซักซ้อมวิ่งเข้าหลุมหลบภัย เป็นการทบทวนตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นจะได้วิ่งหลบภัยได้ทันและปลอดภัย เพราะถึงแม้ขณะนี้ยังไม่มีการยิงปะทะ แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจกัมพูชาว่าจะทำตามข้อตกลงหรือไม่ จึงจำเป็นซักซ้อมและเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ในพื้นที่อำเภอละหานทราย มีโรงเรียนทั้งหมด 34 โรง ทั้งระดับประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนมัธยม และโรงเรียนเอกชนเปิดสอนวันแรกครบทั้ง 34 โรงเรียนแล้ว มีนักเรียนไปเรียนแล้วกว่าร้อยละ 90 ส่วนที่เหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง อาจรอดูสถานการณ์ให้มั่นใจก่อนจึงจะให้บุตร หลานไปเรียนตามปกติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี