'เลขาฯ กกต.'ชี้ขยายเวลาลงทะเบียนออกเสียงประชามติไม่ได้ มีงานธุรการรออยู่

'เลขาฯ กกต.'ชี้ขยายเวลาลงทะเบียนออกเสียงประชามติไม่ได้ มีงานธุรการรออยู่

วันอังคาร ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

'เลขาฯ กกต.'ชี้ขยายเวลาลงทะเบียนออกเสียงประชามติไม่ได้ เหตุมีงานธุรการรออยู่ ย้ำต้องทำตามเงื่อนไขกฎหมาย ขออย่าคิดแทนคนเลือกตั้งล่วงหน้า ต้องออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย หลังตัวเลขห่างกันกว่า 6 แสน 

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยเงื่อนไขระยะเวลา ที่จะต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีทั้งเรื่องการแยกบัญชี แยกผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร และทำบัญชีของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วไป 1 แสนกว่าหน่วย รวมถึงเรื่องธุรการอื่นๆ ด้วย


นายแสวง บอกอีกว่า ระยะเวลาในการเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต 3 วันนั้น ถือว่าแต่ละคนมีเวลา 4,320 นาที แค่เจียดเวลามา 3 นาทีก็สามารถทำได้ เพราะการลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ย้ำว่าใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น และหากบริหารจัดการเวลาให้ดี สามารถลงทะเบียนทันแน่นอน ดังนั้นเมื่อมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ยืนยันว่า ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เพราะจะกระทบกับการดำเนินงานในส่วนอื่น

ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทะเบียน เฉพาะในวันสุดท้าย (5 ม.ค. 2569) มีผู้ลงทะเบียนมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อครั้งปี 2566 ทั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 9 แสนคน และออกเสียงประชามตินอกเขต 1 ล้านคน นั่นหมายความว่า ระบบของเราสามารถรองรับการลงทะเบียนได้ อาจจะติดขัดเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหา 

ส่วนจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่มีส่วนต่างกันค่อนข้างเยอะนั้น นายแสวง กล่าวว่า ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า มีทั้งหมดประมาณ 2.2 ล้านคน ส่วนผู้ลงทะเบียน ออกเสียงประชามตินอกเขต มีทั้งหมดประมาณ 1.6 ล้านคน ต่างกันประมาณ  6 แสนคน แต่อย่าไปคิดแทน ว่า ผู้ที่ลงทะเบียน เพื่อเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะต้องลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย 

ส่วนปัญหาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่ไม่สามารถเลือกหน่วยนอกเขตที่อยู่ภายในจังหวัดของตนเองได้นั้น นายแสวงยอมรับว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเราดูแลประชาชนไม่ดี แต่บางทีกฎหมายออกแบบมาอย่างนั้น ทำให้ในกรณีนี้ ประชาชนจะต้องไปทำประชามติในเขตของตัวเอง หากลงทะเบียนจะต้องไปนอกเขตต่างจังหวัด ดังนั้น หากไม่ได้ลงทะเบียนก็ให้มาใช้สิทธิ์ในเขตของตัวเอง

ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่า หากมีการออกเสียงประชามติหรือเลือกตั้งครั้งถัดไป กกต. จะสามารถใช้ดุลยพินิจ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างไรได้หรือไม่ นายแสวงบอกว่า ในการแข่งขัน กฎเกณฑ์จะต้องชัดเจน เพราะต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ ดังนั้นกฎหมายจึงต้องเคร่งครัดเคร่งครัด เพราะมีคนได้คนเสียในทุกเรื่องที่มีการแข่งขัน ไม่เช่นนั้นเราก็สามารถทำอะไรก็ได้  แต่ส่วนตัวมองว่า ควรจะต้องมีการแก้ไขกฎหมาย

ส่วนกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาตั้งคำถามถึงการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง ที่ต้องใช้งบประมาณถึง 3,000 ล้านบาท ว่า ทำไมไม่ใช่ กรรมการประจำหน่วยชุดเดียวกับการเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ให้เกิดความสับสน นายแสวงบุญมี บอกว่า หากอ่านกฎหมายให้ดี ก็จะเข้าใจ มีหลายเรื่องที่คนอ่านกฎหมายไม่จบ แล้วมาแสดงความคิดเห็น ส่วนตัวก็รับฟัง ไม่ได้ว่าอะไร ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้ กปน. 10 + 4 คนนั้น เพราะในหน่วยต้องนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน ไม่ใช่ทำทีละกระด่น ทำให้จำเป็นต้องใช้ กปน. หน่วยละ 14 คน ส่วนการบริหารจัดการก็เป็นเรื่องของแต่ละหน่วย ซึ่งเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันออกเสียงประชามติ ให้เป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ครม. ก็น่าจะเห็นแล้วว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ หากเราทำแยกกัน 2 ครั้ง จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท กับ 6,000 ล้านบาท รวมเป็น 11,000 ล้านบาท แต่เมื่อทำรวมกัน จะใช้งบประมาณอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท ประหยัดไปกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในครั้งนี้ใช้งบประมาณในการทำประชามติไปกว่า 500 ล้านบาท พร้อมอธิบายขั้นตอนการใช้สิทธิ์ ว่า จะต้องแสดงตน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการแสดงตนเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สส. จากนั้นรับบัตรแล้วหย่อนลงหีบ จึงมาแสดงตนรอบที่ 2 เพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียงลงประชามติ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลาเยอะ โดยทางสำนักงาน กกต. ก็จะทำหน่วยเลือกตั้งเสมือนจริง เพื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบให้ประชาชนได้เข้าใจอีกครั้ง 

ส่วนกรณีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ที่บางประเทศมีการจัดให้เลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายแสวงบอกว่า ไม่มี เพราะกฎหมายกำหนดให้ลงคะแนนก่อน เนื่องจากสภาพแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และบางสถานทูตก็ต้องรับผิดชอบหลายประเทศ ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ 

ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรของประเทศกัมพูชานั้น นายแสวงระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน ว่า มีผู้ลงทะเบียนเท่าไร เพียงแต่ดูในภาพรวม ว่า มีผู้ลงทะเบียนนอกราชอาณาจักรไว้ รวม 1.3 แสนคน ซึ่งบัตรเลือกตั้ง สส. นอกราชอาณาจักรแต่ละประเทศ จะส่งกลับมานับที่ประเทศไทย ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะนับที่สถานทูตเลย
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top