วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
กกต.เปิดศูนย์ E-war Room ยึดตามโมเดลเลือกตั้ง’66 คุมเข้มตรวจจับข้อความ ใส่ร้ายผู้สมัคร-พรรคการเมือง พบสั่งลบทันที ตามถึงตัวคนโพสต์ รับหากเปิดบัญชีในต่างประเทศตรวจยาก วอนทุกฝ่ายช่วยกัน เพื่อสร้างบรรยากาศแข่งขันที่เป็นธรรม ปิดจบ17วัน กกต.สรุปยอดขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร2,410,425คน ส่วนยอดลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ1,598,056คน
เมื่อวันที่ 6มกราคม2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึง วัตถุประสงค์การจัดตั้งศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ( E-war Room)ว่า เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นไปได้ด้วยดีและปกป้องผู้สมัครพรรคการเมือง รวมทั้งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ ศูนย์จะมีการทำงาน24ชั่วโมง โดยจะมีโปรแกรมตรวจจับว่า ใครโพสต์ข้อความเฟกนิวส์ หรือใส่ร้ายผู้สมัคร พรรคการเมือง ทำให้เกิดความเสียหาย หรือการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ และเมื่อได้รับข้อมูลพวกนี้จากสิ่งที่เป็นความปรากฏต่อ กกต.เอง หรือผู้สมัครพรรคการเมืองได้รับผลกระทบก็สามารถแจ้งมาที่ศูนย์นี้ได้ ซึ่งกกต.ก็จะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย สำหรับขั้นตอนในการคัดกรองข้อความจะมีโปรแกรมระบบตรวจจับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องมาดูว่าข้อความเหล่านั้นจะเข้าข่ายการใส่ร้ายหรือไม่ตามกฎหมายการหาเสียง โดยเป้าหมายของ กกต.คือการใส่ร้าย ไม่ใช่การหมิ่นประมาท ซึ่งถ้าหากเป็นหมิ่นประมาทจะเข้าข่ายเป็นคดีอาญา ทางพรรคการเมืองจะต้องไปจัดการกันเอง
นายแสวง กล่าวอีกว่า ระบบนี้ กกต.ใช้ตั้งแต่การเลือกตั้ง สส. ปี2566 สามารถสั่งลบข้อความได้เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นหากตรวจสอบพบเจอจะสั่งลบ แก้ไข เปลี่ยนแปลงและที่ผ่านมาเราลบได้แต่ตามบุคคลไม่ได้ เพราะมีการตั้งID ที่ต่างประเทศ ซึ่งเราต้องร่วมมือกับทางเฟซบุ๊กไลน์ ติ๊กต๊อกและแพลตฟอร์มอื่นๆทางโซเชียล รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อที่จะสามารถตามเรื่องพวกนี้ได้ เพราะผิดกฎหมายอาญา หากID อยู่ในเมืองไทยตามได้แน่นอน แต่ส่วนใหญ่ ID จะอยู่ต่างประเทศเราไม่สามารถตามตัวมาได้เพื่อช่วยให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันที่เป็นธรรม บางแพลตฟอร์มจัดตั้งในต่างประเทศจึงมีข้อจำกัดในการคุ้มครองลูกค้า ส่วนกรณีที่พบว่ามีการใส่ร้ายตามขั้นตอน คือ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องเป็นคนสั่งลบและต้องตามถึงบุคคลที่โพสต์ อย่างไรก็ตามศูนย์แห่งนี้จะทำงานเป็น การวินิจฉัยเบื้องต้นเพื่อส่งไปยัง กกต.ก่อนจะมีการลบโพสต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการลบโพสต์ไปค่อนข้างเยอะแล
นายแสวง ยังให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองหลังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ว่า ขณะนี้ 8 หน่วยงานได้มีการส่งตัวแทนมาครบแล้วโดยเป็นผู้แทนทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม งบประมาณแผ่นดินและนโยบายสาธารณะ โดยจะประชุมวันที่ 13ม.ค.นี้ ซึ่งคิดว่าเมื่อทำงานแล้วน่าจะเป็นผลดี ทำให้ประชาชนมีข้อมูลก่อนตัดสินใจลงคะแนน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทยอยตรวจแล้ว ก่อนจะส่งให้คณะกรรมการฯ 8หน่วยงานพิจารณา
นายแสวง ยืนยันกรณีเรียกร้องให้ขยายเวลาลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต ว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยเงื่อนไขระยะเวลาที่จะต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีทั้งเรื่องการแยกบัญชีชื่อแยกผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรและทำบัญชีของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป 1แสนกว่าหน่วย รวมถึงเรื่องธุรการอื่นๆ ด้วย ระยะเวลาเปิดให้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต 3วันถือว่า แต่ละคนมีเวลา 4,320นาที แค่เจียดเวลามา 3นาทีก็สามารถทำได้ เพราะการลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ย้ำว่าใช้เวลาเพียงแค่ 3นาทีเท่านั้น และหากบริหารจัดการเวลาให้ดี สามารถลงทะเบียนทันแน่นอน ดังนั้น เมื่อมีระยะเวลาเพียงแค่ 3วัน ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ยืนยันว่า ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ เพราะจะกระทบกับการดำเนินงานในส่วนอื่น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร รวม 17วัน ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.68 - 5 ม.ค.69 รวมจำนวน 2,410,425 คน โดยมีผู้ขอลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,262,643 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จำนวน 139,535คน ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร รวม 3วัน ที่เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 3-5ม.ค.69 มีประชาชนลงทะเบียนรวม 1,598,056คน เป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง จำนวน 1,502,390 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร 95,666คน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี