ระวัง'เตะหมูเข้าปากหมา' 'เนเน่'ชี้โหวตแบบยุทธศาสตร์เสี่ยง

ระวัง'เตะหมูเข้าปากหมา' 'เนเน่'ชี้โหวตแบบยุทธศาสตร์เสี่ยง

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.06 น.

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ข้อควรระวังในการรณรงค์ “เลือกแบบยุทธศาสตร์” ในบริบทการเมืองไทย
.
เนเน่แค่พยายามมองและวิเคราะห์จากข้อมูลตัวเลข สถิติ รวมถึงเหตุผลตามหลักตรรกะ หากมีมุมไหนที่มองไม่ครบถ้วน ก็ยินดีรับฟังคำแนะนำด้วยความเคารพเสมอค่ะ
.
การชวนประชาชนให้ #เลือกแบบยุทธศาสตร์ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะถ้าเรามองการเมืองไม่รอบด้าน ไม่เข้าใจความซับซ้อนของบริบทในแต่ละพื้นที่ ยุทธศาสตร์ที่คิดว่าดี อาจกลายเป็นการเปิดทางให้พรรคที่เราไม่ได้ตั้งใจสนับสนุนได้เปรียบโดยไม่รู้ตัว หรือที่คนไทยเรียกกันว่า #เตะหมูเข้าปากหมา แบบไม่เจตนา
.
หากยกกรณีกรุงเทพมหานครขึ้นมาพิจารณา การรณรงค์โหวตเชิงยุทธศาสตร์จำเป็นต้องตั้งคำถามพื้นฐานให้ชัดก่อนว่า พรรคที่คุณชวนให้คนโหวตนั้น มีศักยภาพมากพอจริงหรือไม่ที่จะชนะพรรคส้มอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ชนะในความรู้สึก หรือชนะจากอคติทางการเมืองส่วนตัว
.

.
บริบทปี 2566 : โหวตแบบยุทธศาสตร์ที่ "ไม่ได้ผล"
.
ย้อนกลับไปดูผลการเลือกตั้งปี 2566 จะเห็นภาพค่อนข้างชัดว่า ในหลายเขตของกรุงเทพฯ กระแส “พิธาฟีเวอร์” ทำให้พรรคส้มได้คะแนนนำแบบขาดลอย จนถึงขั้นที่คะแนนของพรรคอันดับ 2 ถึงอันดับ 8 รวมกัน ยังไม่สามารถเอาชนะพรรคอันดับ 1 ได้เลย ขณะเดียวกัน พรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมที่ได้แรงหนุนจากกระแสลุงตู่ในช่วงนั้น แม้จะได้อันดับสอง แต่คะแนนก็ยังตามหลังพรรคส้มมากกว่าครึ่ง
.
ส่วนพรรคสีฟ้า ซึ่งเคยมีฐานเสียงในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน กลับอยู่ในช่วงที่ประชาชนเสื่อมศรัทธา ทำให้คะแนนตกลงอย่างเห็นได้ชัดในการเลือกตั้งปี 66 เช่นเดียวกับพรรคน้ำเงินที่มีคะแนนไม่สูงเช่นกัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า พรรคสีฟ้าและพรรคน้ำเงินในปี 66 ไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญที่ไปแย่งคะแนนจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม และก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พรรคส้มชนะ
.
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า การเรียกร้องให้ “โหวตแบบยุทธศาสตร์” โดยใช้ตรรกะเดียวกับปี 66 อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางตัวเลขเท่าที่ควร
.

.
บริบทปี 2569 : เงื่อนไขเปลี่ยน แต่ต้องคิดให้รอบกว่าเดิม
.
เมื่อมองมาที่การเลือกตั้งปี 2569 จะเห็นว่าหลายปัจจัยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกระแสของพรรคส้ม ซึ่งนักวิชาการจำนวนมากมองตรงกันว่า ความนิยมในกรุงเทพฯ อาจไม่สูงเท่ากับปี 66 อีกแล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ เช่น
.
1. กระแสของพรรคส้มไม่ได้อยู่ในระดับ “พิธาฟีเวอร์” เหมือนเดิม
2. พรรคสีฟ้ามีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำ ซึ่งมีฐานผู้สนับสนุนในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน
3. พรรคน้ำเงินได้รับคะแนนจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมจำนวนมากที่เคยสนับสนุนลุงตู่
4. พรรคสีแดงมีความนิยมลดลงจากการบริหารประเทศในช่วงที่ผ่านมา แต่ฐานเสียงหลักยังคงเหนียวแน่น ทำให้คะแนนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
.
เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกัน จะเห็นว่า หากการรณรงค์โหวตยุทธศาสตร์ในปี 2569 ขาดการคิดเชิงโครงสร้างและมองภาพรวมให้รอบด้าน ก็อาจกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคส้มกลับมาชนะ เป็นการผิดพลาด ซ้ำแบบปี 66 ได้อีกครั้ง
.
เหตุผลสำคัญคือ ต่อให้รวมคะแนนของฝ่ายอนุรักษ์นิยมได้มากเท่ากับช่วงกระแสลุงตู่ในปี 66 ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะคะแนนของพรรคส้ม ...เว้นแต่ผู้ที่เคยเลือกพรรคส้มในปี 66 จะเปลี่ยนใจมาเลือกพรรคน้ำเงิน ซึ่ง คงพอจะมีความเป็นไปได้ แต่น้อยมาก เนื่องจากความแตกต่างทางอุดมการณ์ระหว่างเสรีนิยมสุดโต่งกับชาตินิยมอนุรักษ์นิยม
.

.
พรรคสีฟ้า : ตัวแปรสำคัญในพื้นที่ทับซ้อนกับพรรคส้ม
.
หากมองอย่างเป็นธรรมและไม่ยึดติดกับอคติ พรรคที่มีศักยภาพในการดึงคะแนนจากผู้ที่เคยเลือกพรรคส้มในปี 66 ได้มากที่สุด กลับเป็นพรรคสีฟ้า
เพราะเป็นพรรคที่รองรับผู้มีความคิดหลากหลาย ทั้ง...
.
• กลุ่มอนุรักษ์นิยม
• กลุ่มเสรีนิยมสายกลาง
• ประชาชนที่เบื่อการเมืองแบบเดิมที่ขาดความจริงใจ
• ผู้ที่ไม่พอใจกับการเมืองที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน
• ผู้ที่ต่อต้านการเมืองที่พัวพันกับทุนเทา
• รวมถึงฐานเสียงเดิมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
.
ด้วยเหตุนี้ พรรคสีฟ้าจึงเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ในการแย่งจำนวน ส.ส. ในเขตพื้นที่ทับซ้อนกับพรรคส้มในกรุงเทพฯ ได้มากกว่าพรรคน้ำเงิน และอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยเปิดทางให้พรรคน้ำเงินมีโอกาสขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่งในภาพรวมได้
.

.
#บทสรุป
.
การมองการเมืองควรตั้งอยู่บนข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน มากกว่าความรู้สึกส่วนตัว เพื่อไม่ให้ความหวังดีของเรา กลายเป็นการเปิดทางให้พรรคที่เราไม่ได้ตั้งใจสนับสนุนได้เปรียบโดยไม่รู้ตัว หรือ “เตะหมูเข้าปากหมา”
.
ในทางปฏิบัติ การทำให้พรรคที่คุณสนับสนุนชนะ อาจไม่ใช่แค่การพูดถึงคำว่า “โหวตแบบยุทธศาสตร์” แต่คือการลงมือทำงานอย่างจริงจัง เพื่อชนะใจประชาชนที่เคยเลือกผู้ชนะในปี 2566 ให้หันกลับมาเลือกพรรคของคุณให้ได้มากที่สุด
.
ดังนั้น คำว่า “ยุทธศาสตร์” จึงต้องมาพร้อมความเข้าใจข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ และการยอมรับตรรกะทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาเสมอค่ะ

- 006


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top