วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
ก้องเกียรติ แจงไม่ใช่บุคคลที่ถูกพิพากษาคดีลักทรัพย์ ยันกกต.รับรองเป็น สส.มาแล้วรอบหนึ่ง ขณะที่กกต.แจงขั้นตอนการตรวจสอบ
วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 09.30น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่คำพิพากษา ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลง.16 ธ.ค.2542 ความอาญา ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นโจทก์ กับนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นจำเลย ข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นคดีลักทรัพย์ต้นหมากแดง 1 ต้น ต้นจันผา 1 ต้น ต้นสน 1 ต้น ต้นมะลิ 1 ต้น รวมราคาทรัพย์สินทั้งสิ้น 2,000 บาท เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2542 ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องแยกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกกรณีที่ยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หากผู้สมัครได้มาสมัครแล้วแต่รายชื่อยังไม่ประกาศ เป็นหน้าที่ของผู้สมัครรายนั้นจะต้อง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาภายใน7 วัน ส่วนที่ 2 กรณีที่มีการประกาศรายชื่อไปแล้วถ้ามีผู้ใดเห็นว่าผู้สมัครรายนั้นขาดคุณสมบัติในการรับสมัครรับเลือกตั้งให้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด หลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยสิทธิสมัคร เพื่อพิจารณาเรื่องให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน และจัดทำคำวินิจฉัยภายใน 2 วันถัดมา จากนั้นจึงส่งเรื่องให้ กกต. พิจารณาว่าควรถอนชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากการเป็นผู้สมัครหรือไม่
นายวีระ กล่าวว่า หาก กกต. วินิจฉัยว่าผู้สมัครขาดคุณ สมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ก็ต้องลบชื่อบุคคลนั้นออกจากการเป็นผู้สมัครทันที อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อสามารถอุทธรณ์คำวินิจฉัยของ กกต. ต่อศาลฎีกาได้ภายใน 3 วัน เพื่อให้ศาลตรวจสอบว่าการใช้อำนาจของ กกต. ถูกต้องหรือไม่ โดยคำวินิจฉัยของศาลฎีกาถือเป็นที่สุด ส่วนในกรณีที่ศาลฎีกายังพิจารณาไม่เสร็จสิ้นก่อนวันลงคะแนนเสียง ก็ต้องยึดตามคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นหลัก แต่หาก กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้สมัครยังมีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีการถอนชื่อ ก็ถือว่าผู้สมัครรายนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้สมัครต่อไป ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่ามีคนมาร้องเรียนเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าเป็นความปรากฏของกกต. เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตซึ่งเป็นคนรับสมัคร จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานข้อเท็จจริงและส่งให้กกต.พิจารณาเพื่อส่งเรื่องต่อศาลฎีกาต่อไป
ทางด้านนายก้องเกียรติ อดีตสส. และผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม ได้ชี้แจงในเพจ บิ๊กโอ สส. ก้องเกียรติ เกตุสมบัติว่า#แข่งขันสู้ตามกฏิกา..อย่าใช้วิธีใส่ร้าย นะเพื่อน นะพี่
-คณะกรรมการเลือกตั้งรับรองคุณสมบัติแล้ว
-คดีมีจำเลย3คน ผมจำเลยที่1 ศาลพิพากษาจำเลยที่2
#จำเลยที่2 ไม่ใช่ผม กกต.รับรองความเป็น สส.
มารอบมาหนึ่งแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี