‘อนุทิน’ประกาศจุดยืนชัด  ไม่แตะหมวด1-2  ภท.ขอปกป้องสถาบัน

‘อนุทิน’ประกาศจุดยืนชัด ไม่แตะหมวด1-2 ภท.ขอปกป้องสถาบัน

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘อนุทิน’ประกาศจุดยืนชัด

ไม่แตะหมวด1-2

ภท.ขอปกป้องสถาบัน

เพื่อไทยถอยกรูดกาสิโน

‘จุรินทร์’ลุ้นปักธงกทม.

‘ชัยวุฒิ’สับยับประชานิยม

‘สุดารัตน์’ชูปราบโกง

“อนุทิน” ย้ำจุดยืน ไม่แตะหมวด 1-2 แก้รธน.ตลอดกาลจนกว่าจะไม่มีภูมิใจไทย ขอบางพรรคประกาศจุดยืนให้ชัด หวั่นแทรกซึม กระทบสถาบัน ด้าน “ยศชนัน” เผยเพื่อไทยพร้อมถอยปมเปิดบ่อนกาสิโน หากประชาชนไม่ต้องการ “จุรินทร์” ลุยเขตลาดพร้าวช่วย “หลานก๊อด” อ้อนชาวกทม.เลือกผู้สมัคร ส่วน “ลิซ่า-ภคมน หนุนอนันต์” หญิงเหล็กพรรคประชาชน ลุยนครศรีฯ หาเสียงช่วย “พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว” ผู้กล้าโค่นเสาไฟฟ้า

เมื่อเช้าวันที่ 18 มกราคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมกับนายราเมศ รัตนเชวง ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ลงพื้นที่ เขตลาดพร้าว – บึงกุ่ม เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ “น้องก๊อด” หมายเลข 8 ที่ตลาดโพธิ์สุวรรณ นวลจันทร์56 โดยทั้ง นายจุรินทร์และนายราเมศ ได้ร่วมกับนายภานุพงศ์ เดินแจกเอกสารหมายเลข 8 และหมายเลข 27 ให้กับพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายที่ตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น หลายคนเข้ามาทักทายขอถ่ายรูป ขอจับมือ มอบดอกไม้ให้กำลังใจ ตลอดจนนำขนมมามอบให้ พร้อมกับพูดว่า “เลือกอยู่แล้ว กาประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ อยากได้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เราสนับสนุนเลือกเบอร์ 8 อยากได้น้องก๊อดเป็น สส.ของเรา พร้อมเลือกค่ะ เลิฟๆขอให้ชนะๆ” จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนนวลจันทร์ – มัสยิดมิฟตาฮุ้ลยีนาน – หมู่บ้านสวนทอง สิ้นสุดที่วัดนวลจันทร์


การันตี”หลานก๊อด”มีฝืมือ

นายจุรินทร์ ได้กล่าวถึงการเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคไม่มีที่นั่งใน กทม. แม้แต่ที่นั่งเดียวมา 2 ครั้งติดต่อกันแล้ว แต่คราวนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ ดูจากเสียงตอบรับที่ดีขึ้นจากพี่น้องชาวกรุงเทพและผลการสำรวจ รวมทั้งผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญต่างๆ จึงขอถือโอกาสนี้ เชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกท่านมาร่วมกันสร้าง การเมืองสุจริตกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรค ทั้ง 33 เขตใน กทม. รวมทั้งบัญชีรายชื่อพรรคเบอร์ 27 ให้มากที่สุด เพราะการเมืองสุจริตจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ประเทศ ไม่ว่าการเมืองเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงดีขึ้นได้และส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครรวมทั้งคนไทยทุกคนในที่สุด นายจุรินทร์ ได้กล่าวถึงนายภาณุพงศ์ หรือ “น้องก๊อด” หมายเลข 8 ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม ว่าเป็นลูกน้องสาว จบ ป.ตรี กฎหมายจากรามคำแหง และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จากธรรมศาสตร์ จบ ป.โท รัฐประศาสนศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นคณะทำงานของตนตอนเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากนั้นเป็นผู้ช่วย สส. ของท่านชวน หลีกภัย และเป็นคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี จึงคิดว่ามีประสบการณ์พอสมควรที่จะรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้ เป็นอย่างดี จึงขอถือโอกาสนี้ขอเสียงสนับสนุนเบอร์ 8 จากพี่น้องเขตลาดพร้าว-บึงกุ่มหรือเขต 13 รวมทั้งขอฝาก พรรคประชาธิปัตย์ทั้งสองใบ ทั้งใบผู้สมัคร สส.เขตของพรรคในพื้นที่ กทม. ทุกคน ทุกเขต กับใบผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ เบอร์ 27 ไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

มาร์คแนะพิ่มศักยภาพกองทัพ

ที่สวนหลวงร.9  กทม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวความกังวลว่าชายแดนไทย-กัมพูชาจะเริ่มระอุอีกครั้ง โดยฝั่งกัมพูชาเติมกำลังมากขึ้น ว่า ตนเคยเสนอว่ารัฐบาลต้องพยายามดำเนินการทูตเชิงรุก เพราะขณะนี้โลกเข้ามาจับตา และมองว่ามีสัญญาหยุดยิงกันอยู่แล้ว จึงควรพยายามให้ต่างประเทศเข้าไปกดดันกัมพูชา โดยการกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อหยุดยิงแล้ว ไม่ควรจะเติมกำลังหรือเติมอาวุธหนัก หรือทำอะไรก็ตามที่จะทำให้การหยุดยิงซึ่งเปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิด เพราะฉะนั้น ถ้าเราเดินหน้าตรงนี้ เราก็จะได้แนวร่วมจากต่างประเทศ ว่าเราไม่ได้มีความต้องการที่จะรุกรานอะไร เราหยุดอยู่กับที่ แต่ต้องห้ามไม่ให้อีกฝ่ายเติมกำลังเข้ามา

เมื่อถามว่าเป็นห่วงว่าจะมีรอบการปะทะกันรอบที่ 3 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้มีอยู่แล้ว และทุกครั้งที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งที่จริง ประชาชนได้กลับบ้านไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็คงไม่อยากเห็นการปะทะอีก จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าอย่างจริงจังในเรื่องการทูต เพื่อทำให้ทุกคนมั่นใจได้ว่าสถานการณ์สงบลงแล้วและนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะปานกลาง และระยะยาวต่อไป

ต่อข้อถามว่าถ้าได้เข้ามาเป็นรัฐบาลในรอบนี้ จะเข้ามาแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องเริ่มจากการทำให้เกิดความเข้าใจกับประเทศสมาชิกอาเซียนและบรรดาประเทศมหาอำนาจ รวมทั้งต้องสร้างหลักประกันว่าจะกัมพูชาจะไม่เข้ามาละเมิดอธิปไตยของเราอีก อย่างไรก็ตามเราพร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ ซึ่งในช่วงนี้รัฐบาลต้องเร่งเพิ่มศักยภาพของกองทัพ เพราะการรบในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้เราจำเป็นต้องสนับสนุนกองทัพเพิ่มเติม

“หนู”ลุยคลองลัดมะยม

ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงพรรคการเมืองควรแสดงจุดยืนในการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าจะแตะหมวด1 หมวด 2 หรือไม่ ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยบังอาจไปก้าวร่วมพรรคอื่น และพรรคภูมิใจไทยก็มีความชัดเจน ที่จะไม่แตะหมวด 1หมวด2 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีขั้นตอน ถ้าเสียงประชามติของประชาชนเป็นอย่างไร เราก็ไม่ค้าน แต่หมวด1 หมวด 2 ต้องดํารงพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ต้องไม่มีผลกระทบ

นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีข่าวเฟคนิวส์ในโซเชียลว่าพรรคภูมิใจไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราไม่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ซึ่งพรรคภูมิใจมีความพอใจกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่เมื่อมีแคมเปญที่อยากได้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการร่างของคสช . ก็ฟังว่ามีเหตุผล แต่หมวด1 หมวด 2 ต้องดํารงอยู่

เมื่อถามว่า มีบางพรรคบอกว่า ไม่ต้องล็อก หมวด1 หมวด2 ไว้ ถ้าไม่ล็อกไว้จะทําให้กระทบกระเทือนต่อสถาบันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า นี่ไงก็ไม่ได้ล็อกไว้ ก็ไม่รู้ จะมีการสอดแทรกหรือแทรกซึมเข้ามา ควรจะพูดให้ชัดเจน เพราะทุกพรรคพูดชัดเจนหมดแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าตนไปแทรกแซงพรรคอื่น ซึ่งตนไม่เคยทำ ขอย้ําว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องแตะหมวด1 หมวด 2 และไม่แตะเรื่องพระราชอํานาจ เรื่องความมั่นคง เรื่องของสถาบัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ สามารถพูดคุยกันได้ ทั้งเรื่องการได้มาของรัฐสภาอย่างไร และเรื่องรัฐมนตรีอย่างไร ส่วนเรื่องคอร์รัปชั่น ถ้าเพิ่มขึ้นตนเห็นด้วย แต่ถ้าลดลงกว่านี้ไม่เห็นด้วย

เดินหน้าปราบสแกมเมอร์

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตํารวจได้รายงานหรือไม่ว่าจะมีการขยายผลเครือข่ายนักการเมืองเชื่อมโยงสแกรมเมอร์ หลังมีการจับกุมผู้สมัครสส.จ.ตาก พรรคประชาชน ว่า ตนบอกแล้วว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่รู้สึกยินดียินร้ายว่าใครจะโดนจับหรือไม่โดนจับ ตนรู้สึกยินดีที่ประชาชนได้เห็นว่าสแกมเมอร์ สิ่งที่ทําผิดกฎหมาย อาจจะอาชญากรรมข้ามชาติ เว็บพนันเถื่อนถูกจับ ซึ่งตนรู้สึกยินดี เพราะทําให้เห็นว่าหน่วยงานด้านการปราบอาชญากรรมปฏิบัติตามนโยบายของตนอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบและจัดการคนในรัฐบาล ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ตอนนี้จะเรียกร้องไปยังผู้บริหารพรรคประชาชนให้รับผิดชอบบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ให้ไปดูที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ พูดในเวทีดีเบตโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีดีเบต นายจตุพร ได้ตอบคำถามนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ถามว่าถ้าหลังจากนี้มีคนในพรรคเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา จะทําอย่างไร โดยนายจตุพร ตอบว่า “ ถ้าเป็นผม หัวหน้าพรรคต้องลาออก เพราะเป็นคนที่คัดเลือกเข้ามา”

3ดาวรุ่งคนพรรคสีน้ำเงิน

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์กรณีที่โพสต์ แนะนายสุทธิชัย หยุ่น และนายวีระ ธีรภัทร ที่มีการวิเคราะห์ผ่านรายการหนึ่งว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ต้องแบกพรรคภูมิใจไทย โดย นายอนุทิน หันไปถามนายสีหศักดิ์ ที่ยืนอยู่ด้านข้างว่า “หนักไหมครับพี่อ้วน แบกพรรคภูมิใจไทย”ก่อนที่ นายสีหศักดิ์ จะตอบว่า นโยบายตรงกัน และนโยบายที่วางร่วมกันกับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้หนักอะไร และคิดว่าสิ่งที่ทำมานั้นมาถูกทาง และได้รับการตอบรับจากประชาชน มีผลงานเป็นรูปธรรม

ขณะที่นายอนุทิน กล่าวเสริม ที่ชี้แจงสวนไปในเฟซบุ๊ก เพราะว่ามีการให้ความเห็นที่ไม่ใช่ความจริง มีการระบุว่า นางศุภจี และนายเอกนิติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่พรรคภูมิใจไทย นำมาเป็นนายแบก นางแบก และบอกลักษณะประมาณว่า พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญญาทำ ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่มีปัญญาทำ จึงต้องไปหาคนที่มีปัญญา คนที่ถูกต้อง คนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ ส่วน นายสีหศักดิ์ ยิ่งกว่าเป็นสมาชิกพรรค เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ยิ่งกว่าชัดจน ไม่รู้จะชัดยังไง และความชัดเจนนั้นก็มีตั้งแต่วันที่ทั้ง 3 คน ขึ้นเวทีเปิดนโยบายกับพรรคภูมิใจไทยวันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งตนก็เกรงว่า หากมีการให้ข้อมูลผิดพลาดต่อประชาชน และยิ่งใกล้เลือกตั้งแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคก็มีความจำเป็น ชี้แจงแถลงไขให้เกิดความชัดเจน

‘อ.วีระ’คอมเมนต์ขออภัย’อนุทิน’

นายวีระ ธีระภัทรานนท์ โพสต์คอมเมนต์ ผ่านโพสต์ของ นายอนุทิน ว่า ขออภัยในความผิดพลาดครับ เรียนตามตรงว่าผมไม่ทราบว่า คุณเอกนิติและคุณศุภจีเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทราบแต่เพียงทางพรรคสอบถามไปทางกกต.เรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้ผุู้สมัครว่าไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคก็ได้ เลยทำให้เข้าใจว่าสองท่านไม่ได้เป็นสมาชิก ขออภัยคุณอนุทินหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและคุณเอกนิติกับคุณศุภจีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยมา ณ ที่นี้ด้วย

เลือก‘น้องหนู’สานต่อคนละครึ่ง

ต่อมา นายอนุทิน พร้อม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกนายกรัฐมนตรีและคณะ ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ช่วยนายหมวดตรี ศุภิกา พัฒน์ธนันภู ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย หาเสียง โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง พบประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดวังหลัง ตลอดเส้นทาง นายอนุทิน ได้หยุดแวะพูดคุยเกือบทุกร้าน และมีประชาชนเข้ามาพูดคุยและขอถ่ายรูปด้วย พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ เรียกร้องให้ นายอนุทิน สานต่อโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่ง นายอนุทิน รับปากว่าโครงการคนละครึ่งจะกลับมา ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ได้แวะร้านขายของ ชาวบ้านบอกว่า “ตอนนั้นให้ลุงตู่” นายอนุทิน ตอบกลับว่า“ตอนนี้ขอให้น้องหนู”จากนั้นแวะร้านขายตุ๊กตา โดยบอกทีมงานให้ขอเบอร์ร้าน พร้อมระบุว่าวันหลังไปเยี่ยมเด็กๆ จะได้มาซื้อ

“ยศชนัน”โชว์วิชั่นการศึกษา

เวลา 10.00น.ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “นโยบายด้านการศึกษา ยกระดับวิจัยและนวัตกรรมไทย” ซึ่งเป็นการกลับมาครั้งแรกหลังจากลาออกจากรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 เพื่อมาลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

โดย ศ.ดร.ยศชนัน เริ่มต้นว่า พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High Income Country) โดยเน้นย้ำเรื่องการสร้างความมั่งคั่งที่กระจายสู่ทุกกลุ่ม ผ่านทฤษฎีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Growth)

กาสิโนไม่เอา-ถ้าปชช.ค้านพร้อมถอย

ต่อข้อซักถามเรื่อง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ศ.ดร.ยศชนัน ชี้แจงว่า การโจมตีว่าเราสนับสนุนกาสิโนนั้นไม่เป็นความจริง โดยธรรมชาติแล้วพรรคไม่สนับสนุนการพนันออนไลน์หรือธุรกิจสีเทา แต่แนวคิดเรื่องเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนกาสิโนเพียงเล็กน้อยและต้องมีการควบคุมเข้มงวด

“เรื่องสีเทา เรื่องคอร์รัปชัน เราไม่เอา การมองหน้าผมแล้วนึกถึงกาสิโนนั้นไม่แฟร์ ผมมาจากสายวิชาการ ทำอาชีพสุจริต หากประชาชนไม่สบายใจเพราะกังวลเรื่องสแกมเมอร์หรือปัญหาสังคม เราจะไม่ฝืนทำ คราวที่แล้วเราคิดมากแต่ก็ไม่ได้ทำต่อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ”

มาตรการชายแดน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ส่วนปัญหาความมั่นคงชายแดนและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ศ.ดร.ยศชนัน มีท่าทีชัดเจนว่า “ปัญหากัมพูชาคือแหล่งสแกมเมอร์ เมื่อปราบจากที่หนึ่งก็ย้ายไปอีกที่หนึ่ง สงครามรูปแบบใหม่นี้จะหมดไปต้องปราบให้ครบวงจร” สำหรับปัญหาการกระทบกระทั่งชายแดน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า “หากยิงมาก็ยิงกลับ” โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาอธิปไตยเป็นสำคัญ ได้มีการหารือกับฝ่ายทหารแล้วว่าต้องการงบประมาณเพื่อรักษาชีวิตกำลังพล การตอบโต้ต้องไม่วู่วามแต่ต้อง “ได้สัดส่วน” และคนในพื้นที่ต้องปลอดภัย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยเพื่อลดความเสี่ยงในการส่งทหารเข้าไปในพื้นที่อันตราย

“ลิซ่า”.ลุยนครศรีฯหาเสียงช่วย”โบว์”

เช้าวันเดียวกัน ลิซ่า-นส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาชน ลงพื้นที่อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ตลาดสดท่ายาง เพื่อช่วยรณรงค์หาเสียงให้ “โบว์-นายพุฒิพงษ์ ลุ่ยจิ๋ว” ผู้สมัครสส.นครศรีธรรมราช เขต 6 หมายเลข 7 โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ มีกองเชียร์หัวคะแนนธรรมชาติที่มารอต้อนรับเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ ลิซ่า-นส.ภคมน หนุนอนันต์ ตระเวนหาเสียงในหลายพื้นที่ ก่อนจะเปิดเวทีใหญ่ที่ใหญ่ที่อำเภอถ้ำพรรณรา ในช่วงค่ำวันที่ 17 มกราคม ระบุ การเลือกตั้งครั้งนี้พื้นที่นครศรีธรรมราช จะเกิดจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ จากการสำรวจพื้นที่ ยิ่งเดินยิ่งสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ประชาชนชาวนครศรีธรรมราชตื่นตัวและส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ไม่เอาแล้วกับของเดิม” และเชื่อว่าวาทกรรมในอดีตที่ว่า “คนใต้รักใครชอบใคร ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ได้รับเลือก” นั้นใช้ไม่ได้อีกต่อไปในยุคปัจจุบัน

ลิซ่า-นส.ภคมน กล่าวด้วยว่า คนนครศรีธรรมราชและคนใต้ปรารถนาการเมืองที่โปร่งใส ต้องการนักการเมืองที่กล้าตรวจสอบและกล้าพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วจากการทำหน้าที่อย่างเข้มข้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระแสตอบรับในพื้นที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาเรื้อรังของนครศรีธรรมราชแม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่กลับมีภาพลักษณ์ด้านลบเรื่องอิทธิพลสีเทาและสีดำที่กัดกินสังคม วันนี้จึงมีความจำเป็นต้องส่ง“โบว์-พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว” ผู้กล้าเข้ามาทำหน้าที่ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ที่สำคัญแดนด้ามขวานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้ามีพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล

ซัดการเมืองยุคประชานิยม

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมบริหารพรรค ร่วมลงพื้นที่ตลาดรุ่งถาวร อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ นายอดุลย์ ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์9 บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น

โดยนายชัยวุฒิ ได้กล่าวถึงความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม และพฤติกรรมของนักการเมืองในปัจจุบันว่า ‘คนถามถึงนโยบายประชานิยมแบบเก่า ดิจิทัลวอลเล็ต เงินหมื่นยังไม่ได้เลย เงินคนละครึ่งพรรคก็ยังไม่ได้ อยากได้เงินกัน แต่วันนี้ประชานิยมไม่ต้องพูดถึงแล้ว’วันนี้ประชาชนกำลังถูกหลอกด้วยตัวเลข แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้รับผลประโยชน์จริง ผมขอเรียกว่า ยุค ‘ประโยชน์นิยม’ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว คือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเมืองไทย ปัจจุบันนักการเมืองทุกพรรคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของ ‘ประโยชน์นิยม’

‘วันนี้นักการเมืองทุกพรรค เขาเป็นนโยบายประโยชน์นิยมแล้ว คือผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว เพื่อจะหาประโยชน์จากการเป็นรัฐบาล’โดยจุดยืนของพรรครักชาติ ซึ่งเคยร่วมงานในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ลุงตู่) ยังมีอุดมการณ์มั่นคง ไม่เปลี่ยนขั้วไม่ย้ายฝั่งเหมือนนักการเมืองคนอื่น ๆ ที่เห็นตามหน้าสื่อ

เชื่อมีดีลตั้งรัฐบาลกันแล้ว

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้วิเคราะห์ทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งไว้อย่างน่าสนใจ โดยเชื่อว่ามีการเจรจาตกลงผลประโยชน์ หรือ ‘ดีล’ กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างอำนาจถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเดิม ๆ ภายใต้บริบทของ ‘ประโยชน์นิยม’ ที่กำลังกัดกินการเมืองไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top