วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก “เจ๋ง ดอกจิก” 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา คดี นปช.ชุมนุม ไล่ “มาร์ค” ปี’53 ศาลออกหมายขัง ควบคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมมือยิง M-79 ที่ต้องโทษคุกตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้ง ที่ 2 คดีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ก่อการร้ายปี 2553 หมายเลขดำ อ .2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายวีระหรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.กับพวกรวม 24 คนเป็นจำเลยความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ
กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์– 20 พฤษภาคม 2553 พวกจำเลยยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ต่อเนื่อง เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาลและบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ประกาศยุบสภาให้เลือกตั้งใหม่ อ้างว่านายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯโดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 รวมทั้งร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์เดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆด้วย ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคนและฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย
ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกนายยศวริศ ชูกล่อมหรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ส่วนนายสุขเสก หรือสุข พลตื้อ จำเลยที่ 12 มือยิง M79 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น จำเลยที่ 7 และที่ 12 ยื่นฎีกา
ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรก อย่างไรก็ตามทนายความ นายยศวริศ จำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องพร้อมใบรับรองแพทย์ แสดงอาการป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบและภาพการรักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน 30 วัน
โดยวันนี้ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ลูกสาวของนายยศวริศ หรือ เจ๋งดอกจิก จำเลยที่ 7 ในฐานะนายประกัน ได้แถลงต่อศาลว่า เนื่องจากจำเลยที่ 7 มีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบรักษาตัวอยู่ที่รพ.พระนั่งเกล้า จึงขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปอีก 1 นัด
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลได้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกามาแล้ว 1ครั้ง นัดนี้จึงให้ตามตัวจำเลยที่7มาฟังคำพอพากษา มิฉะนั้นจะออกหมายจับปรับนายประกัน ลูกสาวนายยศวริศ หรือ เจ๋งดอกจิก จึงได้โทรศัพท์ประสานบิดาให้เดินทางจากรพ.พระนั่งเกล้า มาด้วยรถแท็กซี่สาธารณะ โดยนายยศวริศต้องนั่งรถเข็นขึ้นมาที่ห้องพิจารณาคดีในสภาพอิดโรย อ่อนเพลียมีผ้าก๊อซปิดสายน้ำเกลือที่แขนข้างซ้าย และยังคงผูกป้ายชื่อผู้ป่วยไว้ที่ข้อมือ
ทั้งนี้ นายยศวริศแถลงต่อศาลว่า อยากขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีก 1 นัดเป็นเวลา 30 วันเนื่องจากเกรงว่า หากอาการป่วยกำเริบภายในเรือนจำจะทำให้การรักษาด้วยความยากลำบาก อาจถึงขั้นเสียชีวิต โดยไม่มีเจตนาประวิงคดีแต่อย่างใด
ผู้พิพากษาจึงได้ไปปรึกษาผู้บริหารศาลอาญา ก่อนมีความเห็นว่า ต้องอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบ
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่า ความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยจำเลยที่ 7 กับพวกมีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหารในที่เกิดเหตุ กระทำการข่มขืนจิตใจให้กลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แตกต่างจากการร่วมกันทำให้เสียทรัพย์
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 12 ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน โดยภายหลังฟังคำพิพากษาศาลฎีกา นายยศวริศได้หอมศีรษะลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
จากนั้นศาลออกหมายขังและให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวทั้งสองไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี