วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569
ถามจี้จุดพรรคส้ม! ‘นักวิชาการ’ จับสังเกต ‘ปชน.’ ลดโทนอุดมการณ์ สื่อสารสับสน ชวนสงสัย เปลี่ยนท่าที หวังเข้าสู่อำนาจ พร้อมจับมือทุกฝ่ายเป็นรัฐบาล?
วันที่ 22 มกราคม 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้ความเห็นถึงท่าทีทางการเมืองของพรรคประชาชน ในระยะหลังว่า เริ่มปรากฏความคลุมเครือทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางการเมือง จนทำให้สังคมตั้งคำถามสำคัญว่า ในที่สุดแล้ว พรรคประชาชนพร้อมจับมือใครก็ได้เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ ภายในพรรคประชาชนมีความแตกต่างของท่าทีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความไม่สอดคล้องกันระหว่างถ้อยแถลงของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ซึ่งยืนยันจุดยืนไม่ร่วมมือกับบางกลุ่มทางการเมือง เพื่อรักษาเส้นแบ่งเชิงหลักการและอุดมการณ์ กับท่าทีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำบางส่วนที่ส่งสัญญาณเปิดกว้างต่อความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง โดยไม่ย้ำเส้นต้องห้าม เหมือนในอดีต
รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่าว่า ความไม่ตรงกันดังกล่าว ไม่ใช่เพียงปัญหาเชิงภาพลักษณ์ แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคว่า ใครคือผู้กำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่แท้จริง ระหว่างผู้นำตามโครงสร้างอย่างเป็นทางการ กับบุคคลที่ไม่มีตำแหน่งบริหารพรรค แต่กลับมีบทบาทนำในทางปฏิบัติ และไม่ได้ต้องรับผิดชอบผ่านกลไกสถาบันของพรรค นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงวาทกรรม “มีเราไม่มีเทา” ซึ่งพรรคประชาชนใช้เป็นฐานสร้างความชอบธรรมทางการเมือง ว่าเริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น จากกรณีผู้สมัครบางรายถูกตั้งข้อกังขาเรื่องความเชื่อมโยงกับธุรกิจหรือเครือข่ายผลประโยชน์สีเทา แม้บางกรณียังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ถึงข้อยุติทางกฎหมาย แต่เพียงการปรากฏของข้อร้องเรียน ก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของวาทกรรมดังกล่าวในสายตาสาธารณะ
รศ.ดร.โอฬาร กล่าวอีกว่า เมื่อเชื่อมโยงความคลุมเครือด้านจุดยืนการจับมือทางการเมือง เข้ากับความไม่ชัดเจนในการคัดกรองผู้สมัคร จะเห็นว่าทั้งสองประเด็นสะท้อนปัญหาแกนเดียวกัน คือโครงสร้างอำนาจและกระบวนการตัดสินใจภายในพรรคประชาชน มีปัญหา และลามไปถึงจุดยืนต่างๆ ของพรรคที่พร้อมเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา อย่างเรื่องการจับมือ ดูเหมือนจะลดบาร์ลงแล้ว และเป็นการเปิดทางสู่การเข้าไปมีอำนาจ ซึ่งไม่ผิด แต่ขัดกันกับสิ่งที่เคยพูดไว้ โดยเฉพาะกับพรรคที่ชูตัวเองเป็นการเมืองใหม่ แถมหัวหน้าพรรคไปด่าพรรคอื่น เป็นอีแอบ อาการกลับไป กลับมา เปลี่ยนจุดยืน เปลี่ยนแนวทาง ยิ่งไม่สมควร
รศ.ดร.โอฬาร กล่าวด้วยว่า หากพรรคประชาชนยังต้องการยืนหยัดในฐานะพรรคการเมืองที่อ้างตนเป็น “การเมืองใหม่” ความเป็นเอกภาพในการสื่อสารและความชัดเจนของเงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่เรื่องรอง พรรคจำเป็นต้องตอบคำถามต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมาว่า จะร่วมมือกับใคร ภายใต้เงื่อนไขใด ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และกลไกตรวจสอบภายในพรรคอยู่ตรงไหน มิฉะนั้น ความเชื่อมั่นต่อจุดยืน อุดมการณ์ และภาพลักษณ์การเมืองใหม่ ย่อมถูกตั้งคำถามรุนแรงยิ่งขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี