วันที่ 23 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก "หมออนามัยขี้mouth" โพสต์ข้อความระบุว่า บทวิเคราะห์แนวคิด “เอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการ” ระวังซ้ำรอย สปสช.
ช่วงที่ผ่านมา แนวคิดของพรรคสีส้มที่เสนอให้“ดึงกองทุนประกันสังคมออกนอกระบบราชการ” ถูกนำเสนอในกรอบคำสวยหรูว่าเป็นการ “คืนอำนาจให้ผู้ประกันตน” และ “เพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร” ฟังเผิน ๆ อาจดูดี แต่หากมองจากประสบการณ์จริงของระบบสุขภาพไทย โดยเฉพาะ บทเรียนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
คำถามสำคัญคือ เรากำลังจะสร้างระบบใหม่ที่ดีกว่า หรือกำลังจะเดินซ้ำรอยปัญหาเดิม…ในเวอร์ชันที่ใหญ่กว่า?
บทเรียนจาก สปสช.
อิสระจากราชการ = ก่อปัญหาใหม่?
สปสช. ถูกออกแบบมาให้เป็น “องค์กรอิสระ”
เพื่อหลุดพ้นจากความล่าช้าแบบระบบราชการ และบริหารงบประมาณด้านสุขภาพอย่างคล่องตัว
แต่ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา เราเห็นอะไรเกิดขึ้นจริงบ้าง?
1.โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง
2.งบไม่พอ เบิกจ่ายล่าช้า ต้องของบกลางเพิ่มแทบทุกปี
3.ภาระเอกสารและเกณฑ์ที่เปลี่ยนไปมา
4.ระบบตรวจสอบซับซ้อน หลักเกณฑ์ปรับกลับไปกลับมา
5.เพิ่มภาระให้ผู้ให้บริการโดยตรง
6.การจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากที่ถูกตั้งคำถาม
ภายใต้กลไกกำกับที่ “ไม่ใช่ราชการ แต่ก็ไม่ใช่เอกชน” ซึ่งตรวจสอบยาก และท้วงติงยากกว่าระบบราชการเดิม
7.การแทรกแซงของกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง NGOs ขาประจำ และ “ผู้ทรงคุณวุฒิขาประจำ” ที่หมุนเวียนสลับบทบาทระหว่าง บอร์ดหลัก กับบอร์ดควบคุมมาตรฐาน ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี
8.การบริหารของ สปสช. ในการใช้งบประมาณในกิจกรรมที่ถูกตั้งคำถามถึงความจำเป็น เช่น
-การจัดสรรงบให้ NGOs และเครือข่ายบางกลุ่ม
-งบดูงานต่างประเทศ
-งบเรียนต่อ งบเรียนภาษา งบกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ เช่นเรียนโยคะ ทอดผ้าป่าฯลฯ
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ชื่อของ “องค์กรอิสระ”
อย่าลืมว่า กองทุนประกันสังคมมีเงินสะสมระดับ “ล้านล้านบาท”และครอบคลุมประชาชนจำนวนมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ การย้ายกองทุนออกจากระบบราชการ โดยไม่ออกแบบกลไกคุ้มกันความเสี่ยงให้รัดกุม อาจสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า
คำถามต่อมาคือ ความคล่องตัวนั้น ต้องแลกกับอะไร.... ความโปร่งใสที่ลดลงหรือไม่? การเมืองและผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาแทรกแซงผ่านบอร์ด? การจ้างเอกชนบริหารกองทุน คุ้มทุนจริงหรือ? การจัดซื้อจัดจ้างที่ห่างจากการตรวจสอบของรัฐ? ความเสี่ยงที่ NGOs ซึ่งมีแรงหนุนจากต่างประเทศ จะเข้ามาฝังตัวในโครงสร้างอำนาจของกองทุน? หากคำตอบของคำถามเหล่านี้คือ “ใช่”นั่นไม่ใช่การปฏิรูป แต่คือ การเปลี่ยนรูปแบบของปัญหา เพราะฉะนั้น ปฏิรูปได้…แต่ต้องไม่หลงทาง
บทเรียนจาก สปสช. ชัดเจนมากว่า การออกนอกระบบที่ดูสวยในเชิงแนวคิด อาจมีปลายทางคือ โรงพยาบาลลำบาก บุคลากรถูกกดดันและผู้ป่วยได้รับผลกระทบในที่สุด
หากประกันสังคมเดินเส้นทางเดียวกัน เราอาจเห็นภาพซ้ำเดิม แต่ในระบบที่มีเม็ดเงินสูงกว่า และผู้ประกันตนท่ได้รับผลกระทบมากกว่าอย่างมหาศาล การปฏิรูปประกันสังคม จำเป็น แต่ไม่ใช่ทุกการ “ออกนอกระบบราชการ” จะเป็นคำตอบ บางครั้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ คนที่อยากเข้ามากุมระบบ เพราะไม่ว่ากองทุนจะถูกย้ายไปอยู่ที่ใด หากโครงสร้างอำนาจยังเหมือนเดิม
ปัญหาก็มักจะย้ายตามไปเสมอ และอาจกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่า แก้ยากกว่า และถอยกลับไม่ได้อีกต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี