วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569
‘เท้ง’นำ-‘อนุทิน’บี้
กางโพลคนสมุทรปราการ
ปชน.แรงทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์
สำรวจประชามติแก้รธน.
คนไทยเข้าใจแค่เล็กน้อย
นิด้าโพลกางผลสำรวจสมุทรปราการ หนุน “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมระบุมีแนวโน้มกวาดเรียบทั้งสส.เขตและบัญชีรายชื่อส่วน“อนุทิน-ภูมิใจไทย”ตามมาเป็นอันดับสอง ขณะที่ “สวนดุสิต” เผยคนไทยเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 เล็กน้อยมองยังเป็นเรื่องไกลไกล แต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ “เลือกตั้ง 69 ของคนสมุทรปราการ” สำรวจระหว่างวันที่ 15-19 ม.ค.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน จ.สมุทรปราการ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวม 1,067 คน เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี 69 ของคน จ.สมุทรปราการ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95.0
เมื่อถามถึงบุคคลที่คนสมุทรปราการจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 31.96 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)อันดับ 2 ร้อยละ 20.15 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)อันดับ 3 ร้อยละ 16.31 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้อันดับ 4 ร้อยละ 9.00 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)อันดับ 5 ร้อยละ 6.09 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 6 ร้อยละ 4.69 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)อันดับ 7 ร้อยละ 2.06 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)อันดับ 8 ร้อยละ 1.87 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)อันดับ 9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย)อันดับ 10 ร้อยละ 1.03 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)เป็นต้น
สำหรับพรรคการเมืองที่คนสมุทรปราการมีแนวโน้มในการเลือกสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 42.46 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 18.18 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 14.62 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 7.69 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 5 ร้อยละ 6.09 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.94 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนสมุทรปราการมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 41.71 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 19.12 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 13.96 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 8.05 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
อันดับ 5 ร้อยละ 6.00 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 3.94 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.59 ระบุว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) อันดับ 8 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.41 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ และร้อยละ 2.72 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคกล้าธรรม พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยภักดี และพรรคประชากรไทย

ขณะเดียวกันสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง“คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,269 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 2569 ในประเด็นเกี่ยวกับการทำประชามติ
พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.15 เคยอ่าน/ศึกษารัฐธรรมนูญ 2560 บางส่วน โดยรวมคิดว่าตนเองเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 เล็กน้อย ร้อยละ 47.82 มองว่าข้อดี คือ มีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง ร้อยละ 37.99 ข้อจำกัด คือ เปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง ร้อยละ 41.65 ข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการรู้เพื่อช่วยในการตัดสินใจโหวตประชามติ คือบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 50.29 ทั้งนี้มองว่ารัฐธรรมนูญค่อนข้างเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน ร้อยละ 38.70
เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 20.76 ภูมิใจไทย ร้อยละ 16.57 ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 31.16 รองลงมาคือ เพื่อไทยร้อยละ 21.20 ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.11 และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ปชน.) เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 33.80
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องไกลตัวในด้านความเข้าใจแต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ ส่วนใหญ่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเพียงบางส่วนและรับรู้แค่คร่าว ๆ จึงต้องการข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีบทบาทอย่างไร และรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร ขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 กระแสความนิยมยังไปในทิศทางเดียวกันทั้งปาร์ตี้ลิสต์ เขต และตัวบุคคลโดยพรรคประชาชนยังคงนำโดยไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
ด้าน ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัย สวนดุสิต อธิบายว่าจากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทำประชามติและการเลือกตั้งปี2569สามารถสะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับระบบการเมืองไทยในภาพรวมได้อย่างชัดเจน ส่วนการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่าประชาชนอยู่ในภาวะสนใจแต่ยังไม่มั่นใจมีความเข้าใจในข้อมูลระดับหนึ่งแต่ยังไม่ลึกซึ้งซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่ตื่นตัวทางการเมืองหากแต่สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวันเมื่อพิจารณาควบคู่กับทัศนคติในการเลือกตั้ง จะเห็นว่าประชาชนประเมินทั้ง “กติกา” และ “ผู้เล่นทางการเมือง” ไปพร้อมกัน
โดยเลือกพรรคการเมืองจากความคาดหวังต่ออนาคตและความสามารถในการตอบโจทย์ปัญหาปากท้องมากกว่าความผูกพันทางการเมืองแบบเดิมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมืองจึงมีลักษณะเปราะบางแต่เปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงนโยบาย ในบริบทนี้ สรุปวิเคราะห์ผลโพล คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569 การทำประชามติและการเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตยหากแต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและยกระดับความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยไทย
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี