วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
ทภ.1 เผยผลประชุม RBC ไทย-เขมร ยังไม่บรรลุข้อตกลง ไร้การลงนาม เพราะมีประเด็นที่ต้องหารือเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ 29 มกราคม กองทัพภาคที่ 1 แจ้งผลการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 และภูมิภาคทหารที่ 5 ว่า ตามที่มีการจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 และภูมิภาคทหารที่ 5 ที่ทำการจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เพื่อลดความตึงเครียดและรักษาสันติภาพตามแนวชายแดนในพื้นที่ให้สอดคล้องตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568
โดยวันที่ 27-28 มกราคม 2569 คณะกองเลขานุการฯ ซึ่งมีเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เป็นประธานกองเลขานุการฯ ฝ่ายไทยและรองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 เป็นประธานกองเลขานุการฯ ฝ่ายกัมพูชา ได้จัดประชุมหารือ การแก้ปัญหาในพื้นที่และจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง ซึ่งหากทั้งสองฝ่าย เห็นพ้องตามร่างบันทึกข้อตกลงที่จัดทำขึ้น ก็จะลงนามร่วมกันวันนี้ (29 มกราคม) เพื่อยึดถือปฏิบัติต่อไปนั้น
ผลการประชุมของคณะกองเลขานุการฯดังกล่าว ยังไม่สามารถจัดทำบันทึกข้อตกลง ให้บรรลุตามความมุ่งหมายของทั้งสองฝ่ายได้ ยังมีประเด็นที่ต้องหารือเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการลงนามตามที่กำหนดไว้ โดยคณะกองเลขานุการฯ จะกำหนดการหารือ เพื่อจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงให้บรรลุตามความมุ่งหมายอย่างแท้จริงของทั้งสองฝ่าย ในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 1 ยังปฏิบัติภารกิจรักษาอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยวางกำลังดูแลพื้นที่ในความรับผิดชอบ ให้สงบเรียบร้อย และประชาชนปลอดภัยอย่างสูงสุดเช่นเดิม โดยยึดถือตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568
ด้านพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีปรากฏข่าวว่ามีเสียงปืนดังที่บริเวณพระวิหาร 7 นัด เมื่อคืนวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีดังกล่าว โดยให้มุมมองว่าในบริเวณพื้นที่ชายแดน เสียงในลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น จากการซ้อมใช้อาวุธ แต่ยืนยันว่า จากข้อมูลด้านการข่าวยังไม่มี 1 อะไรจำเป็นต้องกังวล
ส่วนที่มีข่าวลือเรื่องปะทะบริเวณชายแดนรอบใหม่โดยเฉพาะช่วงใกล้การเลือกตั้งทั่วไปนั้น ยืนยันว่า กองทัพบกพร้อม ไม่ได้หย่อนกำลัง ยังคงเฝ้าระวังตรวจตรา ทำหน้าที่เสริมความมั่นคง แต่สถานการณ์ก็ยังคงไม่แน่นอน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการปะทะหรือไม่ แต่ย้ำว่า จากข้อมูลด้านการข่าวยังถือว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาขณะนี้ ยังอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่คาดเขียวหรือรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างที่ผ่านมา
กรณีมีการขุดคูเลตและการสนับสนุนอาวุธจากต่างประเทศ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ยังไม่มีข้อมูลปรากฏว่าเป็นการเสริมกำลังเพื่อเตรียมการรบพร้อมเท้าความว่า ตั้งแต่ก่อนเกิดการปะทะกันครั้งก่อน ฝ่ายกัมพูชามักมีลักษณะที่จะชอบขุดคูเลตอยู่แล้ว แม้บรรยากาศไม่ได้มีความตึงเครียดก็ตาม จึงคาดว่าเป็นการสร้างภาพในประเทศ เป็นประเพณีปฏิบัติของกัมพูชา ที่ชอบถ่ายภาพโชว์ เพื่อสื่อสารถึงประชาชนกัมพูชาได้ทราบว่าทหารกัมพูชายังคงดำเนินการต่างๆ อยู่ ไม่ได้นิ่งเฉย ยังมีศักยภาพทางทหารพร้อมต่อกรกับประเทศไทย แต่ยืนยันว่าหากปฏิบัติการต่างๆ เกินกว่าระดับที่ไทยตั้งเป้าไว้ ก็จะต้องมีการพูดคุย และย้ำว่าฝ่ายทหาร มีวิธีในการมองปฏิบัติการต่างๆ ว่ามีความน่ากังวลเพียงใด
นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบกไม่ได้แสดงความกังวลต่อกรณีฝ่ายกัมพูชา ร้องเรียนไปยังองค์การระหว่างประเทศว่าไทยรุกรานกัมพูชาว่า จะถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดการปะทะ
ครั้งใหม่ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมชอบร้องเรียนเช่นนี้อยู่แล้ว เนื่องจากกัมพูชาอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคและการสนับสนุนจากนานาชาติ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการโต้แย้งประเด็นต่างๆ ที่กัมพูชานำไปร้องเรียนในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี