วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
วิเคราะห์สนามเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ หลายพรรคยาก ฝ่าด่าน “ภท.” ขอยึดครองบุรีรัมย์ 10 เขต
สนามเลือกตั้ง จ.บุรีรัมย์ ถูกจับตามองว่าเป็นพื้นที่แดงเดือดสำหรับการเลือกตั้งทุกระดับ และทุกสนามที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างเข้มข้นจากผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ โดยมีนักการเมืองจาก พรรคภูมิใจไทย ในสาย “ตระกูลชิดชอบ” เป็นตัวยืน ขณะที่บรรดาผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่น อย่าง พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ต่างก็เป็นคู่แข่งคนสำคัญเช่นเดียวกัน
ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 23 อำเภอ ของ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง มี ส.ส.ได้จำนวน 10 คน ใครเป็นใคร และใครต้องแข่งกับใคร ล้วนเป็นที่สนใจของคอการเมืองทั้งนั้น เพราะ พรรคภูมิใจไทย ในสาย “ตระกูลชิดชอบ” ประกาศป้องกันแชมป์ จะชนะทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง ได้แก่
เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อำเภอเมืองบุรีรัมย์(เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลบ้านบัว ตำบลพระครู ตำบลถลุงเหล็ก ตำบลหนองตาด ตำบลบ้านยาง ตำบลบัวทอง ตำบลชุมเห็ด ตำบลกลันทา ตำบลกระสัง ตำบลสะแกโพรง และ ตำบลลุมปุ๊ก) อำเภอบ้านด่าน (เฉพาะ ตำบลปราสาท และ ตำบลบ้านด่าน) เขตนี้มีผู้สมัคร 8 คน
(7).jpg)
เขตนี้มี นายสนอง เทพอักษรณรงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หลายสมัย คราวที่แล้วได้คะแนน 36,707 คะแนน เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ขยันลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง มีฐานเสียงแน่นเกือบทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ที่ยังคงเป็นแกนนำฐานคะแนนหลักในพื้นที่เลือกตั้ง หากใครคิดจะโค่นค่อนข้างยากลำบากพอสมควร แต่เลือกตั้งคราวนี้เส้นทางการแข่งขันของนายสนอง ใช่ว่าจะสบาย ต้องเจอกับศึกหนัก เมื่อ พรรคประชาชน ส่งนายธนายุทธ ยืนยั่ง คราวที่แล้วลงพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 28,324 คะแนน หวังจะมาล้มช้างให้ได้ เป็นนักการเมืองหนุ่ม หวังคะแนนจากคนรุ่นใหม่
ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ส่งนายพีรภัทร ทองธีรสกุล หรือ ทนายปีเตอร์ คอยเป็นตัวสอดแทรก ที่หวังล้มช้างด้วยเช่นกัน พรรคกล้าธรรม ส่งนายนาท ฉัพพรรณธนกูร พรรคประชาธิปัตย์ ส่งนายภาคภูมิ โภคทรัพย์ นอกจากนี้ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ยังมีผู้สมัครจากอีกหลายพรรคการเมือง ไล่ตั้งแต่ นางสุทธิลักษณ์ ยายิรัมย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ นายวิเชียร ลานทอง พรรคประชากรไทย และนายอิทธิพัทธ์ ภักดีเนติพันธุ์ พรรคเศรษฐกิจ แม้ว่าทุกคนจะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ขอเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนบุรีรัมย์ในเขตนี้
เขตนี้จึงเป็นการชิงดำ 3 คน ยกเครดิตให้ นายสนอง ส่วน นายธนายุทธ และ นายพีรภัทร คอยเป็นตัวสอดแทรก ที่หวังล้มช้างด้วยเช่นกัน แต่หาก นายสนอง มีการแผ่วปลาย ทั้ง นายธนายุทธ และ นายพีรภัทร อาจแซงช่วงโค้งสุดท้ายก็เป็นได้ รวมถึงผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นก็มีสิทธิ์เข้าป้ายได้ด้วยเช่นกัน
(4).jpg)
เขตเลือกตั้งที่ 2 ประกอบด้วย อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เฉพาะ ตำบลหลักเขต ตำบลสวายจีก ตำบลเสม็ด ตำบลสองห้อง ตำบลสะแกซำ ตำบลเมืองฝาง และ ตำบลอิสาณ) อำเภอพลับพลาชัย (เฉพาะ ตำบลสำโรง ตำบลสะเดา และ ตำบลจันดุม) อำเภอชำนิ และอำเภอประโคนชัย (เฉพาะ ตำบลไพศาล) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน
เขตนี้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ พรรคภูมิใจไทย ส่ง นางสาวณัฐธิดา เล็กอุดากร หรือ น้องพลอย บุตรสาวของ นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานชาย ของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ลงแทน นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิส ซึ่ง นางสาวณัฐธิดา อายุ 25 ปี ก็ไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาโท จากประเทศอังกฤษ ก่อนจะมาช่วยงานการเมืองของนายก อบจ.บุรีรัมย์ ผู้เป็นพ่อ อยู่ระยะหนึ่ง จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ครั้งนี้
ซึ่ง นางสาวณัฐธิดา ลงสนามการเมืองระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางสาวณัฐธิดา ก็ขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ตามงานต่างๆ ที่มีฐานคะแนนจากนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จึงถูกยกให้เป็นตัวยืนในเขตนี้ ส่วนคู่แข่ง ก็ไม่ธรรมดา นายวิทธิลักษณ์ จันทร์ธนสมบัติ จากพรรคประชาชน คราวที่แล้วลงพรรคก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 16,740 คะแนน มีกระแสตอบรับที่ดี จากกลุ่มคนรุ่นใหม่
(4).jpg)
อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรคเพื่อไทย ส่ง นายปรัญชญา ตรีกาญจนา คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสาม ได้ 10,813 คะแนน ขยันลงพื้นที่ แต่ก็ยังห่างมากนัก ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายสัญชัย ทะนานทอง แม้ว่าฐานเสียง จะสู้ นางสาวณัฐธิดา ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันให้คึกคักมากยิ่งขึ้น เขตนี้จึงยกให้ นางสาวณัฐธิดา เป็นตัวยืน โดยมี นายวิทธิลักษณ์, นายปรัญชญา และ นายสัญชัย เป็นตัวสอดแทรก
เขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช และอำเภอพลับพลาชัย (เฉพาะ ตำบลโคกขมิ้น และ ตำบลป่าชัน) ผู้ เขตนี้มีผู้สมัคร 8 คน เขตนี้แชมป์เก่า นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ 3 สมัย จากพรรคภูมิใจไทย คราวที่แล้วได้คะแนน 38,468 คะแนน ขยันลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง มีฐานเสียงแน่นเกือบทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น ที่ยังคงเป็นแกนนำฐานคะแนนหลักในพื้นที่ หากใครคิดจะโค่นค่อนข้างยากลำบากพอสมควร
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ส่ง นายทรงพล ทะรารัมย์ คราวที่แล้ว สวมเสื้อก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 20,017 คะแนน มาหวังล้มช้าง สร้างเซอไพรส์ ส่วนพรรคประชาชน ส่ง นายณัฐพงศ์ เรืองชาย พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายสุประดิษฐ์ แสนทวีสุข และพรรคกล้าธรรม ส่ง นายพิสุทธิ์ ยายิรัมย์ ฟันธงได้เลยว่าเขตนี้ นายอดิพงษ์ จากพรรคภูมิใจไทย เข้าป้ายชัวร์ โดยมีเพื่อไทยไล่หลังมาห่างๆ รวมถึงพรรคประชาชน และพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่วนพรรคอื่นหวังเล็กๆ เป็นตัวสอดแทรกเท่านั้น
(2).jpg)
เขตเลือกตั้งที่ 4 ประกอบด้วย อำเภอสตึก อำเภอแคนดง และอำเภอบ้านด่าน (เฉพาะตำบลโนนขวาง และตำบลวังเหนือ) เขตนี้มีผู้สมัคร 7 คน เขตนี้แชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย คราวนี้ไม่ลงเขต ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสแทน จึงส่ง นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ บุตรชาย ลงสมัครเขตนี้ ถือว่าเป็นนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ลงพื้นที่ติดตามผู้เป็นพ่อมาอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นที่คาดหมายว่า นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.สมัยแรก เพราะมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ให้การสนับสนุน มีฐานคะแนนเสียงของผู้เป็นพ่อเกือบเต็มพื้นที่ อีกทั้งยังขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน
โดยพรรคประชาชน ส่ง นายวรพจน์ วิบูลย์วิริยะสกุล อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสตึก มาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในพื้นที่ พรรคเพื่อไทย ส่ง นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร ซึ่งหาก นายชนกันต์ จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้ก็คงต้องหืดขึ้นคอเป็นแน่
อีกทั้งเขตนี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายกฤษฎา ชูตาลัด ลงชิงเก้าอี้ด้วย รวมทั้ง นายสมชาย สุเรรัมย์ พรรคเศรษฐกิจ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายธีรวุฒิ ทับทิมหิน และ พรรคกล้าธรรม นางสาวรุ่งฤดี จะโชนรัมย์ แม้ว่าฐานเสียงจะสู้ นายชนกันต์ และ นายวรพจน์ ไม่ได้ แต่จะสร้างสีสันการแข่งขันในเขตนี้ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น
.jpg)
เขตเลือกตั้งที่ 5 ประกอบด้วย อำเภอนาโพธิ์ อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ อำเภอพุทไธสง และอำเภอคูเมือง (ยกเว้น ตำบลพรสำราญ) เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้ว ได้ 47,746 คะแนน มีฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้นำท้องถิ่น กลุ่มสตรี และ อสม. ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง ศึกคราวนี้ไม่หนัก แม้พรรคเพื่อไทย ส่ง นายให่ม สุขะเดชะ มือกลอง วงไอน้ำ ขณะที่พรรคประชาชน ส่ง นายธนากร สัมมาสาโก พรรคกล้าธรรม ส่ง นายสมคิด สินไธสง พรรคไทยสร้างไทย ส่ง นายสรุศักดิ์ เลี้ยงผ่องพันธุ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นางพชรพรรณ ลิ้มโฆษิต ต้องยอมรับว่า หากใครคิดจะโค่น นายโสภณ คงยากพอสมควร
เมื่อดูจากชื่อชั้นของผู้สมัครทั้งหมดแล้ว หากจะสู้ต่อกรกับนายโสภณ คงลำบาก สนามเขตนี้ จึงยกให้นายโสภณ พรรคภูมิใจไทย เป็นตัวยืน เข้าป้ายชัวร์ มีนายใหม่ จากพรรคเพื่อไทย เป็นตัวสอดแทรก ส่วนผู้สมัครจากพรรคอื่น นั้น จะเป็นการแชร์คะแนนแต้มกันไปมากกว่า
เขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบด้วย อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง (เฉพาะตำบลพรสำราญ) อำเภอหนองหงส์ (เฉพาะตำบลไทยสามัคคี ตำบลสระทอง และตำบลเสาเดียว) เขตนี้มีผู้สมัคร 10 คน เขตนี้นายศักดิ์ ซารมย์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้ว ได้ 35,229 คะแนน โดยอาศัยฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มครู กลุ่มผู้นำท้องถิ่น และ อสม. ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องพบศึกหนัก เมื่อพรรคเพื่อไทย ส่ง นายประยูร เพ็งจันทร์ อดีตประธานสภา อบจ.บุรีรัมย์ คราวที่แล้วมาอันดับสอง ได้ 20,226 คะแนน พรรคประชาชน ส่ง นายนันทภพ ทองนุ่น พรรคกล้าธรรม ส่ง นายภูวดล ศรีหามาตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ ส่ง นายสมชาย สุเรรัมย์ ลงชิงชัยด้วย
.jpg)
เมื่อดูจากชื่อชั้นของผู้สมัครทั้งหมดแล้ว สนามเขตนี้น่าจะเป็นการแข่งขันเข้มข้นระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคประชาชน ตามมาห่างๆ ส่วนพรรคอื่นหวังเล็กๆ เป็นตัวสอดแทรก หรือตาอยู่เท่านั้น ท้ายที่แล้ว นายศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่า เข้าป้ายชัวร์
เขตเลือกตั้งที่ 7 ประกอบด้วย อำเภอปะคำ (เฉพาะตำบลไทยเจริญ ตำบลหนองบัว และตำบลโคกมะม่วง) อำเภอโนนสุวรรณ อำเภอนองกี่ และอำเภอหนองหงส์ (เฉพาะตำบลหนองไชยศรี ตำบลห้วยหิน ตำบลเมืองฝ้าย และตำบลสระแก้ว) เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน ซึ่งมี นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน จากพรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้วได้คะแนน 28,685 คะแนน ลงพื้นที่หาเสียงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องพบศึกหนักพอสมควร เมื่อพรรคเพื่อไทย ส่งนายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ลูกชาย ดร.หนูแดง วรรณกางซ้าย อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสอง ได้ 28,470 คะแนน ห่างกันเพียง 215 คะแนน ที่อาศัยฐานเสียงจากกลุ่มวัยรุ่น หวังล้มยักษ์ สนามนี้ ขณะที่พรรคประชาชน ส่งนายณัฏฐชัย สวัสดี ส่วนพรรคกล้าธรรม ส่ง นายวุฒิชัย สุขพรรณดอน และพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายคำก่าย กองพร ลงชิงชัยเขตนี้ด้วย
วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ หากใครจะเข้าป้ายคงต้องทำการเมืองอย่างหนัก แต่ฐานนิยมส่วนตัวของนายพรชัย ยังมีอยู่เกือบเต็มพื้นที่ ขณะที่นายพรรณธนู ก็ประมาทไม่ได้ เขตนี้โอกาส นายพรชัย จะคว้าเก้าอี้ไปครองก็เป็นไปได้สูง หากไม่แผ่วปลาย ส่วนผู้สมัครคนอื่นคอยสอดแทรก
เขตเลือกตั้งที่ 8 ประกอบด้วย อำเภอนางรอง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (เฉพาะตำบลเจริญสุข และตำบลถาวร) อำเภอปะคำ (เฉพาะตำบลปะคำ และตำบลหูทำนบ) และอำเภอโนนดินแดง (เฉพาะตำบลโนนดินแดง) เขตนี้มีผู้สมัคร 10 คน มีนายไตรเทพ งามกมล อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่า เป็นตัวยืน คราวที่แล้วได้คะแนน 34,429 คะแนน มีฐานเสียงเหนียวแน่นในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง ส่วนคู่แข่ง พรรคเพื่อไทย ส่ง นายวินัย จีนโน คราวที่แล้วสวมเสื้อก้าวไกล มาเป็นอันดับสอง ได้ 23,148 คะแนน
.jpg)
ขณะพรรคกล้าธรรม ส่งนายสุรศักดิ์ เพชรสว่าง หรือ สจ.ปุ๊ก อดีต สมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ คราวที่แล้วสวมเสื้อเพื่อไทย มาเป็นอันดับสาม ได้ 16,600 คะแนน ที่ขยันลงพื้นที่พบปะพี่น้องมาอย่างต่อเนื่อง และอาศัยฐานเสียงจาก นายโสภณ เพชรสว่าง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ นอกจากนี้ยังมี นายเพชร สุพพัตกุล ข้าราชการบำนาญ อดีตนายอำเภอ พรรคประชาชน คอยเป็นก้างขวางคออยู่ ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายธนาศักดิ์ เฉลิมสิทธิวงศา ลงชิงชัยด้วย
เขตนี้ยกให้ นายไตรเทพ แชมป์เก่า มีฐานเสียงเหนียวแน่นในเขตเทศบาลเมืองนางรอง แต่คู่แข่งอย่าง นายวินัย และ นายสุรศักดิ์ ก็ประมาทไม่ได้ ส่วนผู้สมัครคนอื่นคอยสอดแทรก
เขตเลือกตั้งที่ 9 ประกอบด้วย อำเภอโนนดินแดง (ยกเว้น ตำบลโนนดินแดง) อำเภอละหานทราย อำเภอบ้านกรวด (เฉพาะตำบลบ้านกรวด ตำบลปราสาท ตำบลบึงเจริญ ตำบลจันทบเพชร และตำบลหนองไม้งาม) และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ (เฉพาะตำบลยายแย้มวัฒนา ตำบลอีสาณเขต และตำบลตาเป๊ก) เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน เขตนี้ นายรุ่งโรจน์ ทองศรี น้องชายของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็น ส.ส.มาแล้ว 4 สมัย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้วได้คะแนน 45,095 คะแนน ที่ขยันลงพื้นที่ทำงานการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง มีฐานคะแนนเสียงแน่นในพื้นที่ ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง นายต่อพงษ์ จีนใจน้ำโยกมาลงเขตนี้ คราวที่แล้ว สวมเสื้อก้าวไกล ลงเขต 10 ขณะที่พรรคประชาชน ส่ง นายเสกสรร สุริยา และ พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่ง นายแสวง สีหามาตย์ ลงชิงชัยด้วย สนามเลือกตั้งเขตนี้ นายรุ่งโรจน์ น่าจะรักษาแชมป์ได้ไม่ยาก โดยมีนายต่อพงษ์ อาจจะเป็นตัวสอดแทรก
เขตเลือกตั้งที่ 10 ประกอบด้วย อำเภอประโคนชัย (ยกเว้นตำบลไพศาล) อำเภอบ้านกรวด (เฉพาะตำบลเขาดินเหนือ ตำบลโนนเจริญ ตำบลหินลาด และตำบลสายตะกู) เขตนี้มีผู้สมัคร 9 คน มีนายจักรกฤษณ์ ทองศรี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ลูกชายนายเพิ่มพูน ทองศรี นายกเทศมนตรีเมืองประโคนชัย หลานชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นแชมป์เก่า คราวที่แล้ว ได้ 39,006 คะแนน ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง นายจำรัส เวียงสงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ คราวที่แล้วมาเป็นอันดับสาม ได้ 15,879 คะแนน ขณะที่พรรคไทยประชาธิปัตย์ ส่งนายภูมิสิทธิ์ มาประจง พรรคประชาชน ส่ง นายณัฐพงศ์ แสนโคตร ส่วนพรรคกล้าธรรม พรรคไทยสร้างไทย ส่งนายอิทธิศักดิ์ ปาทาน หวังลึกๆเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
เขตนี้ชื่อชั้นของ"จักรกฤษณ์ ทองศรี" ลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งที่ห้า ดีกรีปริญญาโท รัฐศาสตร์ แต่ตระกูล “ทองศรี” เป็นลูกพี่ลูกน้องของนายเนวิน ชิดชอบ และ มีฐานเสียงแข็งแกร่งมากในอำเภอประโคนชัย ที่ ตระกูลทองศรี ยึดครองมาตลอดผนวกกับอำเภอบ้านกรวด บางส่วนเป็นฐานเสียงแน่นของภูมิใจไทย เชื่อแน่ว่า นายจักรกฤษณ์ จะเข้าวินชัวร์
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์โดยภาพรวม กับการเลือกตั้ง ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง วัดผลต่างได้เสีย ทั้งจากฐานคะแนนนิยมส่วนตัว และพรรคการเมืองแล้ว โอกาสของพรรคภูมิใจไทย ที่จะคว้าเก้าอี้ ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 ที่นั่ง นั้น น่าจะลอยลำเข้าป้ายชัวร์ เพราะพรรคการเมืองคู่แข่งในพื้นที่ ที่หวังเจาะฐานที่มั่น “ตระกูลชิดชอบ” ให้สั่นคลอน เป็นไปได้ยาก ลำบากมาก
ศึกเลือกตั้ง ในครั้งนี้ เชื่อได้เลยว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะกวาด ส.ส.บุรีรัมย์ได้ทั้ง 10 เขต อย่างแน่นอน พรรคการเมืองอื่น ไม่สามารถเจาะค่ายกลอำนาจเก่าของ “ตระกูล ชิดชอบ” ได้
ท้ายที่สุดแล้ว ผลการเลือกตั้งจะออกมาในรูปใด คงต้องรอในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะเป็นเครื่องชี้วัดได้ว่า พี่น้องประชาชนชาวบุรีรัมย์ จะเลือกใครเป็น สส.บุรีรัมย์ ทั้ง 10 คน เข้ามาเป็นปากเสียงในสภาผู้ทรงเกียรติ ครั้งนี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี