วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณี นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ขณะดำรงตำแหน่ง "ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ" ได้ดำเนินการจัดซื้อและได้สั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ATK) ครั้งละวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้ง อันเป็น "การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง" ฝ่าฝืนระเบียบ/กฎหมายพัสดุ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง ซึ่ง อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติเสียงข้างมากให้ "ปลดจากราชการ" ทั้งนี้ ล่าสุดได้ข้อสรุปการสอบวินัย นพ.สุภัทร โดยละเอียด ดังนี้
(1) ประเด็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง กรณีจัดซื้อ ATK ยี่ห้อ Standard Q จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด รวม 42,854 ชุด เป็นเงิน 9,856,420 บาท
ข้อเท็จจริงโดยสรุป โรงพยาบาลจะนะเข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในกรุงเทพฯ 3 ครั้ง (ก.ค. - ส.ค.2564) และระหว่างปฏิบัติการได้ “ขอยืม” ATK ยี่ห้อ Standard Q ของบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มาใช้ก่อน ต่อมาภายหลัง (ต.ค. - ธ.ค.2564) โรงพยาบาลจึงจัดทำเอกสารและดำเนินการ “จัดซื้อย้อนหลัง” รวม 42,854 ชุด ราคาชุดละ 230 บาท รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท โดยอ้างอำนาจตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 (ลงวันที่ 5 ต.ค.2564) มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท จึงดำเนินการออกเป็น 5 รายการ/5 ครั้ง (4 ครั้งๆ ละ 8,695 ชุด วงเงิน 1,999,850 บาท และ 1 ครั้ง 8,074 ชุด วงเงิน 1,857,020 บาท) ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง
นายสุภัทร ชี้แจงว่า การจัดซื้อหลายครั้งเป็นการบริหารสต็อกตามความไม่แน่นอนในภาวะฉุกเฉิน แต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในสำนวนวินิจฉัยว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริง” ของการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการซื้อย้อนหลังของพัสดุชนิดเดียวกัน จากผู้ขายรายเดียวกัน และสมควรต้องจัดซื้อ “ครั้งเดียว” เพื่อเสนอผู้มีอำนาจเหนือขึ้นไป (นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ) เนื่องจากวงเงินรวมเกินอำนาจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ การแยกเป็น 5 รายการ ให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 2 ล้านบาท จึงเป็นการ “ลดวงเงินเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อเปลี่ยนแปลงไป” โดยไม่ปรากฏเหตุจำเป็นหรือประโยชน์/ความคุ้มค่าเพิ่มเติม (ราคาต่อชุด 230 บาทเท่ากันทุกครั้ง) เข้าลักษณะการแบ่งซื้อที่ระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ.2560 ข้อ 20 ห้ามกระทำ ทำให้คำชี้แจง “รับฟังไม่ได้”
สรุป เป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
(2) ประเด็นการตรวจรับพัสดุ และการไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม)
ข้อเท็จจริงโดยสรุป ภายหลังการจัดซื้อย้อนหลังทั้ง 5 รายการ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ และคณะกรรมการตรวจรับ และมีเอกสารตรวจรับตามวันที่ส่งมอบในแต่ละรอบ อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในสำนวนเห็นว่า คณะกรรมการตรวจรับตามคำสั่งดังกล่าว “ไม่ได้ร่วมปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ” และเมื่อเป็นการซื้อย้อนหลังภายหลังใช้พัสดุไปแล้ว จึงไม่มีกระบวนการตรวจนับ/ตรวจสอบพัสดุโดยแท้จริง บุคลากร ที่ไปร่วมปฏิบัติการแม้จะเกี่ยวข้องกับการใช้ ATK แต่ไม่ได้เป็นคณะกรรมการตรวจรับตามที่แต่งตั้งไว้ จึงทำให้คำชี้แจงเรื่อง “มีการตรวจรับ” รับฟังไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง แม้กรณีโควิดจะเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามแนวทาง ว 115/27 มี.ค.2563 ที่ให้ดำเนินการไปก่อนได้ แต่ต้อง “รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ” ตามระเบียบฯ ข้อ 79 วรรคสอง เพื่อให้ถือเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม ซึ่งในสำนวนวินิจฉัยเห็นว่า เมื่อวงเงินรวมอยู่ในอำนาจหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (นพ.สสจ.สงขลา) โรงพยาบาลต้องรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจดังกล่าว มิใช่แบ่งซื้อให้ตนมีอำนาจอนุมัติเองแล้วอ้างว่ารายงานครบถ้วน
สรุป ไม่มีการตรวจรับ และไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม
(3) ประเด็นการกำหนดราคากลาง
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการจัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) จำนวน 5 รายการ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 ในราคาชุดละ 230 บาท โดยไม่พบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง และไม่ปรากฏราคากลางที่เป็นทางการ แต่ใช้วิธีการโทรศัพท์สอบถามราคาจากโรงพยาบาลข้างเคียงเป็นแหล่งที่มาของราคา (ราคาอ้างอิง) แล้วนำมาใช้เป็นฐานราคาในการจัดซื้อเป็นคราวๆ อีกทั้งไม่พบว่ามีการเทียบราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณตามแนวทางที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 4 ซึ่งวางลำดับแหล่งที่มาของราคาไว้ก่อน - หลัง
นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ชี้แจงว่า ATK เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท พร้อมอ้างว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหนังสือกรมบัญชีกลาง (เช่น ที่ กค 0433.2/ว 120 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 และหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563) ซึ่งในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินโควิดเปิดให้หน่วยงานของรัฐสามารถใช้วงเงินที่จัดซื้อจัดจ้างในแต่ละครั้งเป็นราคากลางได้ภายใต้หลักเกณฑ์ตามนัยมาตรา 4 ทั้งยังระบุว่าหนังสือแนวทางดังกล่าวมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 (โดยประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565) เมื่อพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการจัดซื้อย้อนหลังในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค คณะกรรมการจึงวินิจฉัยว่าโรงพยาบาลสามารถสอบถามราคาจากผู้ประกอบการโดยตรงเพื่อให้ได้พัสดุโดยเร็วและทันต่อการใช้ประโยชน์ได้ และคำชี้แจงของนายสุภัทรในประเด็นนี้สามารถรับฟังได้
สรุป เหตุผลในการกำหนดราคาซื้อโดยไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงไม่มีราคากลางตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการราคากลางกำหนด ไม่มีราคามาตรฐานจากสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่น และไม่มีราคาย้อนหลังภายในสองปีงบประมาณเพื่อใช้อ้างอิง จึงใช้วิธีสอบถามราคาจากโรงพยาบาลที่ร่วมปฏิบัติการและทำการต่อรองราคาร่วมกับบริษัทจนได้ราคาชุดละ 230 บาท และเป็นการจัดซื้อย้อนหลังในห้วงเวลาที่รัฐยังอยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ได้พัสดุป้องกันควบคุมหรือรักษาโรค สามารถรับฟังได้
(4) ประเด็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid-19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid-19 Ag test เป็นจำนวนมาก ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายวินิจฉัยได้ว่า หากพิเคราะห์ถึงจำนวนผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลจะนะได้ออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏข้อมูลว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มแพทย์ชนบท ลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 14 - 16 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 19,871 ราย
ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2564 (จำนวน 3 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 31,518 ราย
ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4 - 10 สิงหาคม 2564 (จำนวน 7 วัน) ดำเนินการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 141,516 ราย
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มแพทย์ชนบท ลงปฏิบัติงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 3 ครั้ง จึงใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 192,905 ราย ประกอบกับมีพยานบุคคลให้ข้อมูลว่าในแต่ละวันการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครของเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลจะนะ สามารถตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อได้ไม่เกินวันละ 2,000 ราย แม้นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จะกล่าวอ้างว่า สาเหตุที่โรงพยาบาลจะนะมีจำนวนการใช้ Antigen Test Kit (ATK) น้อยกว่าจำนวนที่มีการจัดซื้อ ด้วยเหตุผลอันเนื่องมาจากการที่โรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลแกนนำมีหน้าที่ในการดำเนินการจัดซื้อ Antigen Test Kit (ATK) เพื่อนำมาใช้กับทุกโรงพยาบาลที่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทั้ง 3 ครั้ง ดังกล่าว ไม่ได้นำมาใช้เฉพาะกับโรงพยาบาลของตนเองเท่านั้น โดยในปฏิบัติการครั้งที่ 1 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 6 แห่ง ครั้งที่ 2 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 16 แห่ง และครั้งที่ 3 มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมปฏิบัติการทั้งหมด จำนวน 41 แห่ง และโรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้ซื้อ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 42,854 ชุด แบ่งเป็น 5 ครั้ง ดังต่อไปนี้
|
ครั้งที่ |
วันที่ออกใบสั่งซื้อ |
ใช้ในปฏิบัติการ ครั้งที่ |
จำนวน (ชิ้น) |
ราคา (บาท/ชิ้น) |
รวมเป็นเงิน (บาท) |
|
1 |
๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ |
1 |
๘,๖๙๕ |
๒๓๐ |
๑,๙๙๙.๘๕๐ |
|
2 |
๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ |
2 |
๘,๖๙๕ |
๒๓๐ |
๑,๙๙๙.๘๕๐ |
|
3 |
๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ |
3 |
๘,๖๙๕ |
๒๓๐ |
๑,๙๙๙.๘๕๐ |
|
4 |
๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ |
3 |
๘,๖๙๕ |
๒๓๐ |
๑,๙๙๙.๘๕๐ |
|
5 |
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ |
3 |
๘,๐๗๔ |
๒๓๐ |
๑,๘๕๗,๐๒๐ |
|
รวม |
|
|
๔๒,๘๕๔ |
๒๓๐ |
๙,๘๕๖,๔๒๐ |
เมื่อภารกิจในการออกหน่วยเชิงรุกพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 3 ครั้ง เสร็จสิ้นลง นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ พร้อมบุคลากรของโรงพยาบาลจะนะก็ได้เดินทางกลับมายังโรงพยาบาลจะนะ หากโรงพยาบาลจะนะได้รับมอบหมายให้เป็นโรงพยาบาลแกนนำในการทำหน้าที่ดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test ทั้ง 5 ครั้ง จำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) จริง ตามที่ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กล่าวอ้าง โรงพยาบาลจะนะจะต้องรีบดำเนินการจัดซื้อและรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลาเพื่อใช้เป็นหลักฐานการตรวจรับ
ทั้งนี้ ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 แต่โรงพยาบาลจะนะก็หาได้ดำเนินการไม่ ต่อมาในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2564 โรงพยาบาลจะนะจึงได้มาดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test ดังกล่าว และ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้สั่งให้อนุมัติจัดซื้อ โดยการแบ่งซื้อออกเป็นจำนวน 5 รายการ ในแต่ละครั้งที่มีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 20 และข้อ 79 วรรคสอง และเมื่อการใช้เวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test จำนวน 42,854 ชุด ได้เกิดขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อตามกระบวนการปกติได้ทัน ประกอบกับไม่มีกระบวนการตรวจรับพัสดุเกิดขึ้นและไม่สามารถตรวจสอบยอดการใช้พัสดุได้กรณีจึงไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าในการออกหน่วยเชิงรุกของโรงพยาบาลจะนะทั้ง 3 ครั้ง นั้น โรงพยาบาลจะนะได้มีการใช้ Antigen Test Kit (ATK) ไปเป็นจำนวนเท่าใด
และนอกจากนี้ คำชี้แจงของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในประเด็นดังกล่าวยังเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น คณะกรรมการสอบสวนจึงต้องพิจารณาจากศักยภาพการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของเจ้าหน้าที่ที่จะกระทำได้ ซึ่งเห็นว่าสามารถตรวจได้ไม่เกินวันละ 1,000 - 2,000 ราย ประกอบกับรายงานผลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงของโรงพยาบาลจะนะ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 ซึ่งระบุข้อมูลว่า ครั้งที่ 1 (วันที่ 14 - 16 กรกฎาคม 2564) ชมรมแพทย์ชนบทปฏิบัติการไป 19,871 ราย พบผลบวก 1,777 ราย หรือ 8.94% โรงพยาบาลจะนะ Swab ทั้งหมด 3,832 ราย ผลบวก 459 ราย ผลลบ 3,373 ราย ครั้งที่ 2 (วันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2564) ตรวจได้จำนวน 31,518 ราย ผลพบว่าเจอผู้ติดเชื้อโควิดถึง 5,086 คน หรือมีผลบวกถึง 16.14 % โรงพยาบาลจะนะ Swab ทั้งหมด 3,007 ราย ผลบวก 418 ราย ผลลบ 2,589 ราย รวม 2 ครั้ง ปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงตรวจไปทั้งสิ้น 51,389 ราย พบผลบวก 6,863 ราย คิดเป็น 13.35 % โรงพยาบาลจะนะ Swab รวม 2 ครั้ง ทั้งหมด 6,839 ราย ผลบวก 877 ราย ผลลบ 5,962 ราย กรณี จึงทำให้เชื่อได้ว่าการที่โรงพยาบาลจะนะดำเนินการจัดซื้อเวชภัณฑ์ Antigen test Kit Covid - 19 ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test จำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงิน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) จากบริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด มีจำนวนสูงเกินกว่าศักยภาพ การปฏิบัติงานโดยทั่วไปที่จะสามารถกระทำได้อย่างชัดเจน แม้ว่าต่อมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะส่งรายชื่อผู้เข้ารับบริการตรวจคัดกรองดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข้อมูลของวันที่ 4 , 5 , 7 และ 8 สิงหาคม 2564 มาให้โรงพยาบาลจะนะเพื่อดำเนินการเบิกค่าใช้จ่ายในรายชื่อละ 450 บาท (สี่ร้อยห้าสิบบาทถ้วน) จำนวน 39,659 รายชื่อ ซึ่งกลุ่มงานประกันสุขภาพ โรงพยาบาลจะนะได้ดำเนินการส่งเบิกค่ารักษาผู้ป่วยดังกล่าว ด้วยวิธีการคีย์ข้อมูลผ่านโปรแกรม e-Claim ไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประมาณ 39,211 รายชื่อ โดยเรียกเก็บเงินค่าตรวจ Antigen test Kit (ATK) ไม่ได้ประมาณ 361 รายชื่อ เนื่องจากเป็นบุคคลไร้สิทธิ ทำให้ได้รับเงินมาจำนวน 17,515,750 บาท (ปกติจะต้องได้เงินจำนวน 17,646,200 บาท แต่ได้ไม่ครบเนื่องจากมีการติด Verify หรือการปฏิเสธจ่ายเนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไขการตรวจจำนวน 361 ราย) ซึ่งคิดเป็นค่าชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) Antigen test Kit (ATK) ยี่ห้อ Standard Q Covid - 19 Ag test เป็นเงินจำนวน 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) ทั้งนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนทั้งหมดแล้วโรงพยาบาลจะนะจึงได้กำไรจากการเรียกเก็บค่ารักษาเป็นเงินประมาณ 7,600,610 บาท (เจ็ดล้านหกแสนหกร้อยสิบบาทถ้วน) โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้โอนเงินดังกล่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์โปรแกรม E-Budget เข้าเป็นรายได้ค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิ ประเภทค่ารักษาพยาบาลเบิกชดเชยกรณี COVID - 19 ของโรงพยาบาลจะนะ บัญชีเงินฝากเลขที่ 014862708523 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรณีดังกล่าวก็ไม่เป็นเหตุให้พฤติการณ์ในการกระทำความผิดเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น คำชี้แจงของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในประเด็นนี้จึงไม่สามารถรับฟังได้
คณะกรรมการสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564 กำหนดให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนมีอำนาจในการอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างทุกวิธีทุกขั้นตอนและก่อหนี้ผูกพันเงินบำรุงของหน่วยบริการครั้งหนึ่งวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ย่อมมีหน้าที่ในดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขอบเขตของคำสั่งมอบอำนาจดังกล่าว โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของผู้มอบอำนาจเป็นสำคัญ
การที่ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK) เป็นจำนวน 42,854 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,856,420 บาท (เก้าล้านแปดแสนห้าหมื่นหกพันสี่ร้อยยี่สิบบาทถ้วน) โดยมีเจตนาแบ่งซื้อออกเป็นจำนวน 5 ครั้ง ในแต่ละครั้งมีวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) อาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ลดวงเงินอนุมัติให้อยู่ในอำนาจของตนเอง โดยไม่ปรากฏเหตุผลหรือพยานหลักฐานใดที่จะสามารถยืนยันว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อในคราวเดียวกัน เนื่องจากเป็นการจัดซื้อเวชภัณฑ์ชนิดเดียวกันจากผู้ขายรายเดียวกัน และไม่ปรากฏวัตถุประสงค์ที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการที่จะได้รับเป็นพิเศษเพราะไม่ว่าจะจัดซื้อในครั้งเดียวหรือจะแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) Antigen test Kit (ATK)
ในแต่ละครั้ง ทั้ง 5 ครั้ง อำนาจในการพิจารณาสั่งซื้อทุกกรณีดังกล่าว ต่างก็มีราคาชุดละ 230 บาท (สองร้อยสามสิบบาทถ้วน) เช่นเดียวกัน ไม่ปรากฏว่าเมื่อมีการแบ่งซื้อเป็นจำนวน 5 ครั้งแล้ว จะทำให้มีราคาถูกกว่าการจัดซื้อพร้อมกันทั้งหมดในครั้งเดียวและการสั่งซื้อทุกกรณีที่กล่าวมานั้นจะไม่มีความแตกต่างกัน กรณีจึงไม่เป็นประโยชน์ยิ่งขึ้นแก่ทางราชการและไม่ก่อให้เกิดความคุ้มค่าแก่ทางราชการแต่อย่างใด
อีกทั้งยังปรากฏว่าการจัดซื้อดังกล่าวไม่มีกระบวนการตรวจรับพัสดุเกิดขึ้นและมีการจัดซื้อเป็นจำนวนมาก เมื่อคิดคำนวณจากระยะเวลาประกอบกับศักยภาพของเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะนะที่จะสามารถกระทำได้จึงพบข้อพิรุธถึงจำนวนชุดตรวจ Antigen test Kit (ATK) ที่ใช้จริงในช่วงเวลานั้น ต่อมาเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ กลับปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปกว่าสองเดือน โดยไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อเป็นหลักฐานการตรวจรับ กรณีจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ตลอดจนฝ่าฝืนต่อคำสั่งจังหวัดสงขลา ที่ 4910/2564 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง พฤติการณ์มีลักษณะไม่โปร่งใสแสดงให้เห็นว่าจงใจหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ส่อไปในทางให้มีการอาศัยโอกาสในตำแหน่งหน้าที่ราชการกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ) ในฐานะเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติให้จัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ควบคุม กำกับ ดูแล การบริหารงานภายในโรงพยาบาลและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปโดยถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการไม่ว่าประการใดๆ อีกทั้ง ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา จะต้องยึดมั่น ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบแบบแผนที่ทางราชการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดยิ่งกว่าวิญญูชนทั่วไปแต่หาปฏิบัติเช่นนั้นไม่
ดังนั้น พฤติการณ์ของ นายสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จึงเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการมติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรา 82 (2) เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (7) และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 85 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เห็นควร ลงโทษปลดออกจากราชการ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี