เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท.  แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก!  ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท. แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก! ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เลือกตั้งล่วงหน้ากระหึ่มทั่วปท.

แห่ใช้สิทธิ์คึกคัก!

ประชาชนรอเข้าคูหาแต่เช้า

กกต.สอบโพสต์ซื้อเสียง7พัน

ปชน.โวยลั่นไม่ติดชื่อผู้สมัคร

เปิด8ข้อพิรุธอ้างไม่โปร่งใส

กกต.จัดเลือกตั้งสส.ล่วงหน้าทั่วประเทศคึกคัก บางหน่วยชาวบ้านมารอตั้งแต่เช้า เตือนซื้อสิทธิ์ ขายเสียงมีโทษหนัก ทั้งจำทั้งปรับ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ด้าน “อภิสิทธิ์” นำทัพ หาเสียงนครศรีฯ ย้ำคนใต้ใจเดียวรักประชาธิปัตย์

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศรวมกว่า 2.4 ล้านคน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ


เมื่อเวลา 07.00น. ที่โครงการตะวันนา 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครพบว่า เขตบางกะปิมียอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 จำนวนทั้งสิ้น 58,683คน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในช่วงเช้าก่อนเวลาเปิดหีบ 08.00 น. พบว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เข้าเตรียมอุปกรณ์ประจำคูหา พร้อมซักซ้อมขั้นตอนการดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่มีประชาชนที่ลงทะเบียนไว้เริ่มทยอยเดินทางมาถึงสถานที่เลือกตั้งเพื่อตรวจสอบลำดับที่และชุดเลือกตั้งของตนเองล่วงหน้า สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ โครงการตะวันนา 2 ได้มีการแบ่งหน่วยเลือกตั้งออกเป็น 85 ชุด ครอบคลุมพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยใช้สีประจำภาคในการจำแนกเพื่อความชัดเจน ดังนี้ ภาคใต้ จำนวน 34 ชุด ใช้สีม่วง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 23 ชุด ใช้สีน้ำตาล, กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก จำนวน 20 ชุด ใช้สีชมพู และภาคเหนือ จำนวน 12 ชุด ใช้สีเขียว เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถจำแนกชุดตามจังหวัดที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้ง่ายขึ้น

อำนวยความสะดวกประชาชน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดตั้งกองอำนวยการเพื่อบริการประชาชนในการตรวจสอบลำดับที่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์และคิวอาร์โค้ด จำนวน 3 จุดรอบบริเวณ เมื่อทราบลำดับชุดและลำดับที่แล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบกระดาษจดข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้สิทธิเดินไปยังคูหาที่ระบุไว้ ซึ่งแต่ละจุดจะมีการปักป้ายและธงราวแสดงหมายเลขชุดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กทม. นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) จิตอาสา และอาสาสมัคร คอยประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหน่วยรถพยาบาลเคลื่อนที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย รวมถึงรถขยายสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนจำนวนมาก

เปิดหย่อนบัตร8.00น.

เวลา 08.00น.เจ้าหน้าที่ได้เปิดเพลงชาติเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มการเปิดหีบลงคะแนนอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีประชาชนเข้าแถวรอใช้สิทธิอย่างหนาแน่นตั้งแต่นาทีแรก โดยนางสิริกาญจน์ สุยวณิชย์ ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ ระบุว่าเขตบางกะปิมีผู้ลงทะเบียนสูงสุดใน กทม. และจากการสถิติพบว่าภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่เขตบางกะปิเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีนักศึกษาจากต่างจังหวัดพำนักอยู่เป็นจำนวนมาก โดยยอดในปีนี้สูงกว่าปี 2566 ถึง 6,000 คน

ด้านมาตรการอำนวยความสะดวกและการจราจร ผู้อำนวยการเขตแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบลำดับที่ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” มาล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็ว พร้อมย้ำเตือนข้อกฎหมายว่า ห้ามฉีกบัตรเลือกตั้ง และห้ามถ่ายภาพหรือเซลฟี่ภายในคูหาโดยเด็ดขาด สำหรับปากกานั้นทางหน่วยได้จัดเตรียมไว้ให้ครบถ้วนแล้ว ในส่วนการจราจร สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถไว้กว่า 1,000 คัน แต่ขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีบางกะปิ) หรือเรือโดยสารคลองแสนแสบ และควรเผื่อเวลาเดินทางเนื่องจากปริมาณรถในพื้นที่จะหนาแน่นตลอดทั้งวัน

กำลังพลแห่ใช้สิทธิ์

ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า มีประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พนักงานเอกชนและเจ้าหน้าที่ทหาร เดินทางมารอใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ

สำหรับการจัดสถานที่ในครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งพื้นที่ 8 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จำนวน 3,333คน เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 65 คน

ไฮไลต์สำคัญคือ กลุ่มทหารนาวิกโยธินและกำลังพลในสังกัดกองทัพเรือ ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนในพื้นที่จังหวัดตราด ในยุทธการตราดปราบปรปักษ์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ได้รวมกลุ่มกันเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกันจำนวนมาก เนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้

ตัวแทนนายทหารรายหนึ่ง (ไม่เปิดตัวตน) เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้จะยังคงเป็นปกติ แต่ด้วยภารกิจการเฝ้าระวังพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาลงคะแนนตลอดทั้งวันในวันนี้ ส่วนทหารที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดตราดอยู่แล้ว จะมีการแบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งเพื่อไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจริงต่อไป

นอกจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยแล้ว ยังมีกลุ่ม ลูกเสือ กกต. และ นักศึกษาวิชาทหาร (รด. จิตอาสา กกต.) คอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ตรวจสอบรายชื่อ และให้คำแนะนำแก่ผู้มาใช้สิทธิ ทำให้ขั้นตอนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย

หาหน่วยเลือกตั้งไม่เจอ

ที่ใต้ถุนหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

พบปัญหาผู้มาใช้สิทธิ์ หาคูหาเลือกตั้งไม่เจอ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้มาตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งตามแผนผังที่ติดประกาศไว้ บางส่วนมาผิดอาคาร เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอ ทำให้หลายหน่วยเลือกตั้ง ต้องขยับไปใช้สนามกีฬาด้านข้างอาคารหอประชุมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกัน

เรือเอกไตรสรณ์ ผาสุก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพรวมในการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ได้มีการเตรียมบุคลากรและสถานที่ รวมถึงการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบปัญหาและอุปสรรคใดๆ ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งสำหรับเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 43 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้ทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด 20,956 คน แบ่งเป็นลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต 111 คน และลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจำนวน 20,845คน ทั้งนี้จังหวัดมหาสารคาม มีประชากร 924,124คน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 774,511คน

โคราชแห่ลงทะเบียนแน่น

ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าของ เขต8 พบว่า มีประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้า เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์กันตั้งแต่เช้า เพื่อรอใช้สิทธิ์ลงคะแนน

ในเวลา 08.00น.โดยเขตเลือกตั้งที่ 8 นี้ ได้แก่ พื้นที่อำเภอพิมาย (ยกเว้นตำบลสัมฤทธิ์ ตำบลชีวาน ตำบลกระเบื้องใหญ่ และตำบลท่าหลวง) กับอำเภอชุมพวง (ยกเว้นตำบลโนนตูม และตำบลตลาดไทร) ซึ่งมีผู้แจ้งใช้สิทธิฯ นอกเขต จำนวน 752 คน และในเขต จำนวน 2คน ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้มาตรวจสอบหีบบัตรและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความเรียบร้อยตั้งแต่ก่อน 08.00 น. และมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้สิทธิ รวมถึง การตรวจสอบรายชื่อ ก่อนจะเปิดให้ ประชาชนได้ใช้สิทธิกันอย่างโปร่งใส โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยสอดส่องดูแลอำนวยความปลอดภัย เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งหน้าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

‘อยุธยา-ภูเก็ต-ขอนแก่น’คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นไปอย่างคึกคักและเรียบร้อย โดยประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้า

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่หอประชุมพระพิรุณโปรดเกล้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (หันตรา) มีประชาชนมารอใช้สิทธิจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานโรงงาน พนักงานบริษัท และข้าราชการที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด

นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย น.ส.ณัฏฐ์อริญ แก้วญาณะสิทธิ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฯ ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย โดยระบุว่าการจัดสถานที่มีความเหมาะสม กว้างขวาง เป็นห้องปรับอากาศ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี

ขณะที่จังหวัดภูเก็ต บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปด้วยความคึกคักตั้งแต่เวลา 07.30 น. โดยมีประชาชนทั้งในพื้นที่และผู้มีภูมิลำเนาต่างจังหวัดทยอยมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิอย่างมีคุณภาพ โดยย้ำให้พิจารณาผลประโยชน์ของจังหวัดและประเทศเป็นหลัก

ด้านจังหวัดขอนแก่น บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น หรือไคซ์ เป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน โดยผู้มาใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นนิวโหวตเตอร์ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่ยังไม่พบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ระยอง’เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าใน จ.ระยอง เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า โดยประชาชนจำนวนหนึ่งมารอใช้สิทธิก่อนเปิดหีบบัตรเลือกตั้งในเวลา 08.00 น. พร้อมเข้ารับการตรวจสอบรายชื่อและต่อแถวตามลำดับอย่างเป็นระเบียบ ภายใต้การอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งในการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งที่ผ่านมา เคยเกิดปัญหาการจราจรแออัดในบางช่วงเวลา อาจส่งผลกระทบต่อการใช้สิทธิและภารกิจส่วนตัวของประชาชน ทั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวน 13,999 คน โดยจังหวัดระยองมีการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 28 หน่วยเลือกตั้ง ขณะที่ภาพรวมการลงคะแนนตั้งแต่เปิดหีบเป็นต้นมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบรายงานปัญหาหรืออุปสรรคในการจัดการเลือกตั้งแต่อย่างใด

แค่เตรียมเงินซื้อเสียงก็ผิด!

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไปกันใหญ่ ขออภัยมา ณ ที่นี้ วันนี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการป้องกันการซื้อเสียง อาจจะพูดสั้นไปหรือพูดเร็วไป หรือพูดไม่ได้ศัพท์ ทำให้มีคนเข้าใจบริบทที่พูดจากสิ่งที่ต้องการสื่อคลาดเคลื่อนจากสิ่งที่จะสื่อออกไป โดยได้พูดก่อนหน้ามาว่า สำนักงานฯ มีมาตราการอย่างไรในการซื้อเสียง คือต้องซื้อไม่ได้และได้สั่งการไปแล้ว แม้จะเตรียมการการซื้อเสียงได้ แต่อย่าแจก จริงๆ เป็นการพูดถึงพฤติการณ์คนที่จะทำการซื้อเสียง ไม่ได้อธิบายกฎหมาย กฎหมายได้กำหนดว่าแค่จัดเตรียมการซื้อเสียงก็เป็นความผิดแล้ว พฤติการณ์ผู้จะทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเรื่องการซื้อเสียง พฤติการณ์ก่อนซื้อคือการจัดเตรียมแจกเงิน แต่การจัดเตรียมมันจับได้อยาก นั้นหมายความว่า เขามีโอกาสเลี่ยงกฎหมายได้ง่าย ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจน จึงพูดกับสื่อว่าแม้จะจัดเตรียมการซื้อเสียงได้ แต่ถ้าแจกคือแจกไม่ได้ เพราะเรามีมาตราการรองรับแบบเข้มข้น หรือถ้าแจกจับได้แน่ ต้องขออภัยที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ที่สื่อสารไม่ดีเอง”

‘สมชัย’สังเกตการณ์เลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ขี่จักรยานไปสังเกตการณ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ที่ เขตราชเทวี เวลา 8.30น.บรรยากาศทั่วไป : คนทยอยมาใช้สิทธิ ต่างคนต่างมา เป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดน่าจะเป็นคนต่างจังหวัดที่มาทำงาน กทม. ยังไม่ถึงหนาแน่น

สิ่งที่ทำได้ดี : ป้ายต่าง ๆ เพื่อชี้แจงการใช้สิทธิ ทำได้ชัดเจน มีแบ่งพื้นที่ใช้สิทธิของผู้ที่มาจากจังหวัดต่าง ๆ มี QR code ให้ Scan เพื่อตรวจสอบสิทธิ แต่ยังมีขนาดเล็ก น้อยจุด มีโต๊ะพร้อม จนท. และโน้ตบุ๊ค อำนวยความสะดวกสำหรับคนที่ไม่ต้องการตรวจด้วยตัวเอง มี จนท. ถือโทรโข่งประชาสัมพันธ์ เป็นจุด ๆสิ่งที่ต้องแก้ไข : ในบริเวณใกล้ที่เลือกตั้งยังเห็นป้ายของพรรคการเมือง และผู้สมัคร ที่ติดไว้ก่อนหน้า ซึ่งเขตควรเอาออกในช่วงการลงคะแนน โดยรวมให้ 9 เต็ม10

เตือนซื้อสิทธิ์ขายเสียงโทษหนัก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง

กรณีผู้ซื้อสิทธิพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติ ว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนำจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจำนวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนำจับ

เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนกรณีผู้ขายเสียง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 101 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี และในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อ กกต.หรือผู้ซึ่ง กกต.มอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 164

สำนักงาน กกต.ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

‘จุรินทร์’หาเสียงลาดพร้าว-บึงกุ่ม

เวลา 08.00น.วันที่ 1ก.พ.2569 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีราย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส. เขตที่ 13 แขวงลาดพร้าว -บึงกุ่ม หมายเลข8 โดย นายจุรินทร์ และนายภาณุพงศ์ ได้เดินพบปะประชาชนที่ ตลาดอมรพันธุ์ 9 และ ตลาดรวมโชค มีประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก ได้รับการต้อนรับอย่างคึกคัก

นายจุรินทร์ กล่าวปราศรัยบนรถขยายเสียงกับประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยและมายืนฟังว่า นายภาณุพงศ์ มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของชาวกทม. เขต 13 เพราะมีความรู้ พื้นฐานจบปริญญาตรี 2 ใบ ทั้งด้านนวัตกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กับด้านกฎหมาย และจบปริญญาโททางด้าน รัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาหลายปี รวมทั้งเคยเป็นคณะทำงานของตน เมื่อครั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ช่วย สส.ของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่า นายภาณุพงศ์ มีความรู้และประสบการณ์พอที่จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร เพื่อร่วมทำการเมืองสุจริตกับพี่น้องแขวงลาดพร้าว บึงกุ่ม ได้เป็นอย่างดี

ขอถือโอกาสนี้ ขอโอกาสให้กับ นายภาณุพงศ์ ซึ่งเป็นลูกน้องสาวของผม โดยขอ “ฝากหลานก๊อด เบอร์ 8 ไว้รับใช้พี่น้องชาวลาดพร้าว-บึงกุ่ม สักคน จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปรอบเขตลาดพร้าวบึงกุ่มจุดสิ้นสุดที่ปั๊มปตท ถนนเกษตรนวมินทร์

‘อภิสิทธิ์’ทำทัพลุยเมืองคอน

เวลา 09.30 น. ที่ตลาดทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่ตลาดทุ่งสง เพื่อ ช่วยนายธนภัทร รัตนพันธ์ ผู้สมัครส.ส. เขต5 ทุ่งสง-นาบอน-(ยกเว้น ต.ทุ่งสง)

โดยทันทีที่นายอภิสิทธิ์และคณะมาถึง ได้มีประชาชนที่คอยต้อนรับเข้าไปกอด และขอถ่ายรูป โดยมีเด็กมาขอเซลฟี่ ขอลายเซ็น ลายเซ็นบนหมวกและเสื้อ นอกจากนั้นยังมีประชาชนร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ จะขึ้นบนรถแห่และกล่าวปราศรัยย่อย ทักทายประชาชน เป็นภาษาใต้ว่า “ว่าพรือ” พร้อมขอบคุณที่มาให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ ตนมาวันนี้เพื่อมาย้ำเตือน ทราบดีว่าพี่น้องกับเราผูกพันกันมาเป็นเวลานาน ในทุ่งสงนี้ก็มีอดีตสส.คือนายประกอบ รัตนพันธ์ ทำงานกับตนมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา แต่เที่ยวนี้ไม่ได้ลงสมัครในเขตเลือกตั้ง เลยต้องเอาคนอายุใกล้ๆกันมาลง ใกล้กับตนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คือนายธนภัทร ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ พร้อมแล้วที่จะมาช่วยตนและพรรคฯ เพราะเที่ยวนี้เราบอกได้ว่าจะมาทำให้ไทยหายจน

นายอภิสิทธิ์ ได้ถามชาวบ้านว่า จำได้หรือไม่ว่าตอนที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเราดูแลเอาใจใส่พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ และภาคใต้และอื่นๆเราดูแลได้เป็นอย่างดี ตอต้นเป็นนายกฯ ยางราคา 100 กว่าบาท แต่ตอนนี้ 50 กว่าบาท ก็ไม่เป็นไรเที่ยวนี้เรามีประกันภัยได้อย่างน้อยได้ 60 บาท แต่เราทำระบบเศรษฐกิจที่จะมีการเอานักลงทุน มาซื้อยางเพื่อผลิตสินค้าราคาแพง ซึ่งทำให้ตนมั่นใจว่าราคายางต้องเกิน 80 บาทแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนโยบาย “หวยจังหวัด” ซื้อสลาก 50 บาท ให้ซื้อได้แค่ 100,000 คน โดยในนี้ที่ซื้อ 50 บาท จะมีคนนครศรีธรรมราช ได้รางวัล 1 ล้านบาท ทุกเดือน ส่วนที่เหลือ ก็จะถูกนำเงิน 40 บาทไปใส่ในบัญชีเงินออมให้ทุกคน ยืนยันว่านโยบายใหม่ๆของพรรคฯจะทยอยออกมา รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุ ถ้วนหน้า 1,000 บาท การทำฟันใหักับผู้สูงอายุ แม้จะเป็นนโยบายเดิม แต่จะเป็นการต่อเติมให้

สนับสนุนคนไทยมีบุตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายใหม่ เช่น สนับสนุนให้คนไทย มีบุตรเพราะสถานการณ์การเกิดในประเทศไทยน้อยมาก ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ดังนั้นพรรคฯ ต้องทำให้เด็กเกิดมามีคุณภาพ โดยจะมีเงินช่วยคุณแม่ดูแลเด็ก คุณแม่คลอดลูกจะได้รับเงินทันที 5,000 บาท หลังจากนั้นปีแรกให้เดือนละ 5,000 บาท ทั้งปีคุณแม่จะได้เงิน 65,000 บาทไว้คอยดูแลลูกน้อย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เขาพูดกันว่าคนใต้รักพรรคประชาธิปัตย์ พรรคอื่นที่มาหาเสียงก็จะมาขอแบ่ง แต่คนใต้ใจเดียว ให้เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ เพราะอาทิตย์หน้าทุนเทาจะแปลงร่างเป็นแบงค์เทา และเริ่มมีการจดชื่อแล้ว พร้อมถามชาวบ้าน เอาไหมเอา ซึ่งชาวบ้านตะโกนว่าเอา นายอภิสิทธิ์ จึงกล่าวกับชาวบ้านว่าเอาได้แต่ไม่เลือก แน่ใจหรือไม่ ถ้าไม่เลือกตนจะได้กลับมาเยี่ยมเยียน ผู้แทนฯกลับมาดูแลพี่น้อง ทำให้บ้านเมืองสุจริต เศรษฐกิจดีขึ้น และไทยหายจน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top