วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
'อภิสิทธิ์'ลั่นปชป.'สมบัติพ่อเฒ่า' ปลุกคนคอนไล่คนโกง 90 วันเดินหน้าปราบทุนเทา ใครขวางเตรียมถูกย้าย ผุดนโยบายหวยจังหวัด 1 ล้าน
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2569 ที่ลานจอดรถหน้าห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ ท่ามกลางประชาชนที่รอฟังการปราศรัยล้นพื้นที่หน้าลานจอดรถ

โดยนายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชที่เคารพทุกท่าน เข้าสู่อาทิตย์สุดท้ายแล้ว ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ขอบคุณพี่น้องจริง ๆ มากันล้นหลาม และตลอดทั้งวัน ตนลงเครื่องมา ไปทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ชะอวด บางขัน หัวไทร ปากพนัง ทุกที่ต้อนรับตนและคณะของพรรคฯ ดีเยี่ยม อบอุ่น วันนี้พี่น้องที่นี่เป็นสักขีพยานเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด ว่าใครที่บอกว่าอนาคตของประชาธิปัตย์ไม่ดีแล้ว ระวังเถอะ คนเหล่านั้นต่างหาก จะไม่มีอนาคต เพราะประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ถามว่า “พี่น้องนครศรีธรรมราชกลับมาแล้วใช่ไหม นครศรี สีอะไร” ประชาชนที่นั่งฟังบอกว่า “สีฟ้า”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขนาดกลางคืนตนมองขึ้นไปยังเป็นสีฟ้า ตนกลับมาทำคนเดียวไม่ได้ ต้องพยายามรวบรวมสรรพกำลังของพรรค ที่เคยเป็นที่หวังที่พึ่งของพี่น้องประชาชนมาตลอดระยะเวลายาวนานเกือบจะ 80 ปี วันนี้ยืนยันเรามีคนทุกรุ่นทุกกลุ่ม ที่เข้ามาเป็นกำลังสำคัญของเรา คนที่เป็นจิตวิญญาณหลัก ผู้อาวุโสอยู่กับเราแน่นอน คือ นายชวน หลีกภัย ยังคงสมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคฯ แม้ไม่ได้ลงสมัคร แต่ก็ยังยืนยันว่า เป็นประชาธิปัตย์เต็มร้อย รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในนครศรีธรรมราช ที่ยังยืนหยัดทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคฯ รวมถึงแกนนำสำคัญในภาคใต้ก็กลับมาพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคฯ เดินหน้าทำงานต่ออย่างยาว ๆ แม้จะถูกปรามาสจะสูญพันธุ์ แต่ก็ยังมีคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ คือ สมบัติของพ่อเฒ่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ กับชาวนครศรีธรรมราช และคนใต้ คือตัวแทนของการสร้างการเมืองสุจริต เพราะประเทศถูกโกงกินด้วยทุจริตคอร์รัปชัน หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ เศรษฐกิจก็จะแย่ ดังนั้น ที่ตนกลับมาครั้งนี้ ก็ต้องการไล่คนโกง คนซื้อเสียงออกจากภาคใต้ เพราะถ้ามีการทุจริตในประเทศ ก็ไม่มีนักลงทุนกล้าเข้ามาลงทุน แม้ประเทศจะมีกฎหมายป้องกันของเถื่อน หรือของทุ่มตลาด เพราะไม่มีใครทำ เหมือนปัญหาทุนเทา ดังนั้น 90 วัน พรรคประชาธิปัตย์ เดินหน้าปราบทุนเทาแน่นอน ใครขัดขวางเตรียมถูกย้ายออกจากตำแหน่งแน่นอน

“ย้ำนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ พร้อมดูแลความเป็นธรรม และสวัสดิการให้กับผู้มีอาชีพอิสระ เช่น เรียนฟรีที่ต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง, เบี้ยสูงอายุ 1,000 บาทถ้วนหน้า และเบี้ยผู้พิการที่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หวยจังหวัด จังหวัดละ 100,000 ฉบับต่องวด ราคา 50 บาท/ใบ หากประชาชนถูกรางวัล ก็จะได้รับ 1,000,000 บาท ประชาชนที่ไม่ถูกรางวัล เงินที่จ่ายไป ก็จะกลายเป็นเงินออม งวดละ 40 บาท รวมถึงเงินช่วยคุณแม่ดูแลบุตร ที่คลอดปุ๊บ รับทันที 5,000 บาท และหลังจากนั้น ก็จะได้ 5,000 บาทอีก 1 ปีรวม 65,000 บาท ไว้ดูแลบุตร เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีลูกแก้ปัญหาการเกิดน้อย รวมถึงการทำฟันผู้สูงอายุไม่ต้องรอคิว เป็นต้น ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่มีประชาชนเรียกร้องเบี้ยคนโสดนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังทำให้ไม่ได้ ตนก็เริ่มใจอ่อน แต่ก็กลัวการซุกซ่อนสามี ดังนั้น จึงย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ดูแลตั้งแต่เกิด และสนับสนุนให้ประชาชนมีการออม ไม่เหมือนพรรคการเมืองอื่น ที่ชอบสนับสนุนให้คนเป็นหนี้
“นครศรีธรรมราช นครศรีฟ้า อย่าแบ่งคะแนนให้ใคร ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งพรรค ด้วยบัตรสีเขียว และสีชมพู เพื่อมาร่วมกันต่อสู้การทุจริต ที่คนใต้ต่อต้านเรื่องนี้ และสู้ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้กำลังมีความร้ายแรง ทุนเทากำลังเปลี่ยนเป็นแบงก์เทา ดังนั้นถ้าจะเอาต้องอย่าเลือก กินเหยื่อแต่ไม่กินเบ็ด สั่งสอนคนซื้อเสียงและไล่ออกจากภาคใต้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี