542.jpg
อนุทินสั่งฟันโกงสอบ จวกขายชาติ เอาผิดเฉพาะคนทุจริต ชั่วกว่าคือขรก.ผู้ใหญ่

อนุทินสั่งฟันโกงสอบ จวกขายชาติ เอาผิดเฉพาะคนทุจริต ชั่วกว่าคือขรก.ผู้ใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อนุทินสั่งฟันโกงสอบ
จวกขายชาติ
เอาผิดเฉพาะคนทุจริต
ชั่วกว่าคือขรก.ผู้ใหญ่
มท.ตั้งชุดสอบใน7วัน
ปปช.ยกคณะบุก'มศว.'
ขอหลักฐานหาตัวการ

นายกฯอนุทิน ย้ำสั่งยกเลิกโกงสอบ ขรก.ท้องถิ่น ฟันเฉพาะคนผิด เอาออกจากตำแหน่งแม้บรรจุแล้ว ไม่เหมาเข่งพร้อมสอบคลิปฉาวประเคนรัฐมนตรี เตือน“เดชอิศม์”อย่าเพิ่งร้อนตัวหลังโร่แจงไม่ได้เกี่ยวข้อง ด้านปลัดมหาดไทยขอเวลา 7 วันแจ้งความสอบสวน พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ใน 7 วัน ด้านปปช.บุกมศว.ตามเค้นขอหลักฐานการโกงระดับมหาประลัย

เมื่อบ่ายวันที่ 24 มิ.ย.69 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสางปัญหาทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า เป็นการเรียกมาสั่งการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการ และดำเนินคดีหาคนผิด เพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งในเรื่องคดีก็ต้องดำเนินการ ขณะที่เรื่องของข้อเท็จจริง ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้แต่งตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่าเป็นไปตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะถือว่าอุกอาจถึงขั้นเอาข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขได้ และกำหนดให้ใครคนใดคนหนึ่งได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ถือเป็นการเอาเปรียบ เป็นการทุจริต และถือว่าเป็นการขายชาติอย่างหนึ่งด้วย เพราะเป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถ ต้องมาแพ้กับกระบวนการทุจริตเช่นนี้ รวมถึงแพ้กับข้าราชการที่ทุจริตตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นราชการ


ยกเลิกเฉพาะคนที่โกง

เมื่อถามว่า จะถือว่าเป็นการโมฆะทั้งหมดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทำไมข่าวไปพาดอย่างนั้น บางทีต้องขอสื่อจริงๆ บางทีท่านไม่รู้ใจตนก็ไปพาดหัวข่าวแบบนั้นคนก็ตกอกตกใจกันหมด ตนพูดถึงว่าถ้าไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริต ในส่วนที่เป็นการทุจริตจะต้องโมฆะ แต่มีคนชี้แจงว่าที่มีการบรรจุข้าราชการหลายท่านเข้าไปแล้ว ผมบอกว่าถ้าข้าราชการหลายคนนั้นเป็นต้นตอตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เหมือนทฤษฎีผลไม้มีพิษ ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ถูกก็ไม่ถูกตลอดทาง เป้าหมายต้องเป็นแบบนี้

“ผมเคยเจอที่บอกว่า ต่อให้ผิดแต่บรรจุเข้ามาแล้ว แต่งตั้งมาแล้ว บางทีคัดสรรผิด กว่าศาลจะบอกว่าผิดก็ไปเป็นซี 9 ซี 10 กันหมดแล้ว ถึงเวลาบอกว่าผิดแต่ก็ไปดึงกลับมาไม่ได้ ผมก็ยกตัวอย่างตรงนั้นว่าสำหรับตรงนี้มันไม่ใช่ เพราะนี่ไม่ใช่ซี 9 ซี 10 แต่เข้ามาทำงานยังไม่ถึงหนึ่งปีเลย ถ้าเขามาด้วยการสอบที่ถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาด้วยการทุจริตแก้ข้แสอบมาก็ต้องมาโมฆะหมด” นายกฯ กล่าว

ตามขุดข้อมูลรั่วไหล

เมื่อถามว่า จุดเริ่มต้นของการทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งนี้เกิดขึ้นยุคใคร นายกฯ กล่าวว่า สอบช่วงเดือนธันวาคม 2568 ก็ตนนี่แหละ แต่อย่างที่บอกว่าการสอบเป็นส่วนของกรม เป็นส่วนของท้องถิ่น และตนได้ยกเลิกครั้งแรกมาแล้ว และบอกว่าอย่าเพิ่งมีการสอบ ช่วงที่ตนเข้ามาตั้งแต่ ปี 66 ไม่มีการสอบเลย และบอกว่ามีการกดดันว่า 2-3 ปีแล้วไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำงานไม่ไหวขอให้ปล่อยให้มีการสอบ ซึ่งการจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นหน้าที่ของกรม และต้องทำให้ดี เปลี่ยนจาก ม.บูรพาเป็นมาเป็น มศว. มีการเปลี่ยนแปลงคนบริหารจัดการการสอบ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง แต่มีการรั่วของเฉลยข้อสอบได้อย่างไร ที่แย่ที่สุดคือมีการแก้ข้อสอบแบบนี้ไม่ไหว จึงเป็นเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ต่อให้ผู้บริหารไม่มีส่วนเกี่ยว แต่พอบรรจุเข้าไปก็ถือว่าประสิทธิภาพการทำงานไม่มี

สอบคลิปเสียงปริศนา

เมื่อถามว่า ได้ฟังคลิปเสียงที่กล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีช่วยเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คลิปเสียงไม่สำคัญเท่ากับหลักฐาน คลิปเสียงยังไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม ตนก็ฟังจากโซเชียลมีเดียยังไม่มีใครมาบอกว่าเป็นคลิปเสียงที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของรูปคดี ซึ่งตรงนี้ตำรวจทำอยู่ ถ้าเป็นของจริงก็ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขณะที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้เสียหาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะไปแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเมื่อเช้ารับฟังรายงานมาว่าตำรวจยังทำไม่ได้เพราะสำนวนอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะผู้ร้องกลุ่มแรกที่บอกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้ที่สอบได้แล้วไม่ได้รับการบรรจุเขาไปร้องป.ป.ช. แต่ไม่ได้ฟ้องตำรวจ ตำรวจก็ทำคดีไม่ได้นอกจากซัพพอร์ตตำรวจไป ดังนั้น ต้องถือว่าเหตุการณ์เช่นนี้กระทรวงมหาดไทยคือหนึ่งในผู้เสียหาย จึงไม่ต้องร้องป.ป.ช. แต่ให้ฟ้องตำรวจเพื่อให้ตำรวจตำรวจได้มาดำเนินคดีด้วยตัวเอง

ใครเกี่ยวข้องโดนหมด

เมื่อถามว่า ถ้ามีรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวต้องจัดการด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าถ้าเกี่ยวกับใครก็ต้องโดนหมด มีการรายงานว่าเป็นคลิปเสียงเก่าก่อนชุดนี้แน่นอน โดยช่วงเดือนธ.ค. 68 รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ประกอบด้วย นายศักดา วิเชียรศิลป์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล แต่คลิปที่ว่าเขาบอกว่าตั้งแต่เดือนธ.ค. แต่ไม่รู้ว่าปีไหน ซึ่งคนที่ต้องไปสืบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่ ทำขึ้นมา เป็น AI หรือไม่ ทำไมเสียงผู้ชายดูเรียบร้อยจัง ที่อ้างจริงหรือไม่ ถ้าทำจริงดูไม่ยาก

เมื่อถามว่าคนที่บอกว่าเป็นคลิปเก่านั้นได้บอกหรือไม่ว่าเป็นช่วงไหน เป็นช่วงที่นายอนุทิน ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ปี 68 ตนไม่ได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยแค่ช่วงเดือน 6-9 แต่เรื่องนี้มีอธิบดีที่กำกับดูแลช่วงนั้นถึง 4 คน กรมที่รับผิดชอบมีกรมเดียวคือกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จึงสามารถตีกระชับได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ทุกชิ้นแค่การแก้ไขผลการสอบแค่แผ่นเดียวก็ผิดแล้ว

คนไม่เกี่ยวอย่าเพิ่งร้อนตัว

เมื่อถามถึงกรณี นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต รมช.มหาดไทย ออกมาชี้แจงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องมีใครปฏิเสธมันอยู่ที่การสอบสวนมากกว่า มาปฏิเสธตอนนี้เดี๋ยวหาว่าร้อนตัวอีก ดำเนินการเต็มที่ไม่มีข้อยกเว้นไม่มีเกรงใจใครถ้าถึงใครก็โดนคนนั้น ถึงใครก็โดนไกลชิดสนิทสนมรู้จักไม่รู้จักไม่ใช่ประเด็น ปิดชื่อถือพฤติกรรมถ้าไม่ทำแนวนี้คนที่เดือดร้อนที่สุดคือตนบางทีก็ต้องไม่มีญาติ

เมื่อถามว่า ข่าวเช่นนี้มีมาหลายครั้งรู้สึกตกใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยได้ยินข่าวที่ศรีสะเกษแต่ก็ไม่เชื่อว่ามีการทำจริง มันไม่เคยอุกอาจขนาดนี้ แต่วันนี้พอมาดูรายละเอียดมันเห็นหมด เอากล่องข้อสอบไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร ห้องมั่นคงของหน่วยงานราชการมีเยอะทำไมต้องไปอยู่ที่บริษัทอะไรก็ไม่รู้ และตอนที่ตนเข้ามาเป็นรมว.มหาดไทย ปี 66-67 ตนยกเลิกไม่ให้สอบ ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้ข้าราชการแต่เพราะได้ยินข่าวแบบนี้ ก็ให้มาชี้แจงแต่ยังชี้แจงไม่ได้ก็ระงับการสอบไปก่อน ต้องแก้ทีละจุด เมื่อถามว่ากระทรวงมหาดไทยมีแต่เรื่องร้อนจะเอาอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าเรื่องร้อนจากการทุจริตไม่ต้องถามว่าเอาอยู่หรือเอาไม่อยู่ แต่ไม่เอาก็ไม่ได้ ถ้าไม่เอาพวกตนก็โดนละเว้นซึ่งไม่มีอะไรน่ากังวลเลย แต่ถ้าเป็นเรื่องเห็นไม่ตรงกันไม่ถูกกันอันนี้อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเกี่ยวกับการทุจริต การทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพเอาเปรียบประชาชน เราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจะสอบย้อนหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าคำว่าขยายผลทั้งหน้าทั้งหลังก็โดนหมด โดนใครก็ตรงนั้น

หลุดปากยกเลิกทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้านายอนุทิน ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และสั่งการในที่ประชุม ว่าการสอบในครั้งนี้ คงเป็นที่ชัดเจนว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องมีการประกาศยกเลิก แม้จะมีการประกาศผลไปแล้ว ก็ตาม ใครเดือดร้อนก็ไปไล่บี้กันเอาเอง

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตามความผิดซึ่งได้ปรากฎตามหลักฐานที่ออกมา ตำรวจสาวถึงใครคนที่ร่วมกระทำความผิดต้องถูกดำเนินคดี อีกส่วนหนึ่งจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการดำเนินการไม่ถูกต้อง จะยกเลิกผลสอบอย่างไร นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นส่วนใดบ้าง เพราะมันมีหลายตำแหน่ง หากเป็นทั้งกระบวนการต้องดำเนินการแจ้งข้อเท็จจริงไปยังคณะกรรมการคุมการสอบว่า ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ต้องทำให้ถูกต้อง หากผิดต้องยกเลิกอย่างแน่นอน นายกฯบอกว่า ทุกอย่างต้องชัดเจน ส่วนคนที่ดำเนินการสอบอย่างบริสุทธิ์ต้องเอามาดู เพราะมีคนสอบ 3 แสนกว่าคน คนสอบได้มีใครบ้าง คนที่อยู่ในกระบวนการมีการแก้คำถาม คำตอบ เป็นใครบ้าง เราต้องมาดู

ไม่ได้เหมาแข่งเชือด

เมื่อถามย้ำว่า ใครที่ผิดต้องยกเลิกผลสอบ และหากอะไรที่ถูกก็ไม่ยกเลิกใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ยืนยันว่า ใช่ สิ่งที่ถูกต้องคือ ความถูกต้อง เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการเหมาเข่งใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ พยักหน้าตอบว่า ครับ สิ่งที่ถูกต้องคือ ความถูกต้อง อะไรผิดก็ผิดอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หากผู้ที่เข้ากระบวนการสอบอย่างถูกต้อง แล้วได้รับผลกระทบ ไปร้องศาลปกครอง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรามีกรรมการดูอย่างชัดเจน แล้วแจ้งไปยังกรรมการสอบว่า จะให้ดำเนินการอย่างไร ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ขอให้ใจเย็น ยืนยันเราจะดูให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า การสอบครั้งนี้จะย้อนหลังไปถึงการจัดสอบเข้าท้องถิ่น ที่ผ่านๆ มาหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวรอดู หากเกี่ยวข้องก็ต้องเอามาดู วันนี้ต้องดูตรงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่จะมีการย้ายด่วน จะมีในพื้นที่ใดบ้าง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีการตั้งสอบวินัยร้ายแรงกับผู้อำนวยการที่มีชื่อในข่าวแล้ว

เดชอิศม์แจงถูกพาดพิง

วันเดียวกัน นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต รมช.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “เดชอิศม์ ขาวทอง นายกชาย” ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งทำอินโฟกราฟฟิกลำดับเหตุการณ์ ว่า ตนรับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 กำกับดูแล กรมที่ดิน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

ก่อนรับตำแหน่ง 4 วัน คือเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยอธิบดีในขณะนั้น คือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณา และคร ได้รับการบอกเล่าและร้องเรียนจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการบางส่วน ว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการสอบ และมีการกล่าวอ้างถึงการเรียกรับหรือจ่ายผลประโยชน์เพื่อการบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

ภายหลังเมื่อมีการแต่งตั้งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่ คือ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางดำเนินการ โดยตนเสนอว่าควรยกเลิกผลการเสนอราคาดังกล่าวและเปิดให้มีการแข่งขันใหม่เพื่อความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของสังคม ซึ่งอธิบดีเห็นพ้องในหลักการ อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นเรื่องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมบัญชีกลาง จึงจำเป็นต้องรอผลการวินิจฉัยและส่งเรื่องกลับมายังกรมก่อนดำเนินการใด ๆ ต่อไป

ยันปฎิบัติตามกฎหมาย

นายเดชอิศม์ กล่าวว่านอกจากนี้ ตนยังได้นำข้อกังวลดังกล่าวไปหารือกับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พิจารณาสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่กันไป หากพบพยานหลักฐานที่เข้าข่ายการกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กระบวนการพิจารณาของกรมบัญชีกลางจะแล้วเสร็จ ตนก็พ้นตำแหน่ง รมช.มหาไทย ขอขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และได้ดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกระบวนการตามกฎหมาย

มศว.ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

ด้านมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มสว.)ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ มศว.รับผิดชอบว่า อยู่ระหว่างพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวและพร้อมให้ความรวมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว รอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความเชื่อมั่นของสาธาธารณชน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด มศว.ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติภารกิจด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นมั่นในมาตรฐานทางวิชาการ และคำนึงถึงประโยชน์สาธาธารณะเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการในเรื่องดังกล่าวด้วยความรอบคอบและเป็นธรรม

ปปช.ตามเค้นมศว

วันเดียวกัน) นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปช. เดินทางมาที่ มศว. เพื่อประสานขอข้อมูลหลักฐานกับผู้บริหารของทางมหาวิทยาลัยกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็ต้องขอใช้หมายศาลช่วย

พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนหรือผู้ที่มีเบาะแสเชิงลึกเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว สามารถส่งข้อมูลหลักฐานโดยตรงมายัง ป.ป.ช. เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางการข่าวและการไต่สวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดาเพจของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท่องถิ่นที่เคยแสดงความยินดีกันรายปรากฎว่าได้ปิดเพจหนีหลังทัวร์ลงอย่างหนัก

ด้านปลัดอบต.บางแห่งชี้แจงถึงการบรรจุขรก.ที่มีปัญหา จากการทุจริตดังกล่าวว่า อบต.ไม่ได้เกี่ยวข้อง เพราะเราแค่ทำเรื่องขอตำแหน่งไปยังส่วนกลาง และส่วนกลางจัดส่งขรก.มาให้ ซึ่งอนาคตถ้าผิดจริงมีคำสั่งออกมาก็ต้องไล่ออกต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top