ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ ก้องเกียรติ ผู้สมัคร สส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์

ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ ก้องเกียรติ ผู้สมัคร สส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.42 น.

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งเพิกถอนสิทธิ์ บิ๊กโอ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีฯ กธ. อีกรายชี้เคยต้องโทษจำคุกขาดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง  สนามหลวงศาลได้มีคำวินิจฉัยคดีดำที่ ลต.สขข. 16/2569 คดีแดงที่ ลต.สขข. 20/2569 คดีที่คณะกรรมการเลือกตั้งถอนชื่อ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ หรือโอ ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม (กธ.)  ออกจากการประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จากกรณีที่นายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีความผิดฐานลักทรัพย์ คดีถึงที่สุด นายก้องเกียรติจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)


คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ตามรายชื่อที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศ ต่อมานายสมคิด หวานเหลือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้คัดค้านมีคำวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะเหตุที่ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ความผิดฐานลักทรัพย์ และคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)

ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์ว่า คำวินิจฉัยของผู้คัดค้านดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากหนังสือของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ระบุว่า ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ขัดแย้งกับหนังสือของกรมคุมประพฤติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบและออกหนังสือรับรองประวัติการคุมประพฤติ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่ระบุว่า ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 65/2552 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เพียงเท่านั้น พยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านรับฟังมาไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 257/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 และขอให้เพิ่มชื่อผู้ร้องในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.นครศรีธรรมราชด้วย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3677/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา คดีถึงที่สุดแล้ว คำวินิจฉัยของผู้คัดค้านชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ยกคำร้อง

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) ซึ่งบัญญัติห้ามบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา สมัครรับเลือกตั้ง

จากการพิจารณาคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารประกอบ และการไต่สวนพยาน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องคือ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เคยถูกดำเนินคดีอาญาที่ 1462/54 ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท โดยรอการลงโทษจำคุก 2 ปี และให้คุมความประพฤติ ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว

แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าตนเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีดังกล่าว เนื่องจากเอกสารบางส่วนถูกทำลาย และมีหนังสือของกรมคุมประพฤติที่ปรากฏเพียงประวัติคดีอื่น แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลจากสถานีตำรวจ ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งข้อมูลทะเบียนราษฎร เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และคำเบิกความของผู้ร้องเองแล้ว เห็นว่าข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องต้องตรงกันว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ผู้คัดค้านจึงมีคำวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม โดยชอบด้วยกฎหมาย

จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top